การ นํา ของ ขวัญ
| Secondary Keywords | การนำ ของขวัญ ผู้เผยพระวจนะ ผู้เยาว์ พินัยกรรม มาลา เก่า โฮเชยา |
|---|---|
| Scriptures | 2 Corinthians 8 Malachi 3 |
2 Corinthians 81 พี่น้องทั้งหลาย เราอยากให้ท่านรู้ถึงพระคุณของพระเจ้าที่พระองค์ประทานแก่คริสตจักรต่างๆ ในแคว้นมาซิโดเนีย2 เพราะในขณะที่พวกเขาเผชิญการทดสอบมากมายจากความยากลำบากนั้น ความยินดีที่เต็มล้นและความยากจนอย่างที่สุดของพวกเขาได้ล้นออกมาเป็นใจกว้างขวางยิ่ง3 เพราะข้าพเจ้าเป็นพยานได้ว่าพวกเขาถวายตามความสามารถ ที่จริงก็เกินความสามารถ และทำด้วยความสมัครใจ4 พวกเขาวิงวอนเราอย่างมาก ขอร้องให้มีส่วนในคุณความดีในการช่วยเหลือธรรมิกชนด้วย5 และไม่เหมือนที่เราคาดหมายไว้ แต่พวกเขาถวายตัวเองแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าก่อน แล้วจึงมอบตัวให้กับเราตามพระประสงค์ของพระเจ้า6 เพราะเหตุนี้ เราจึงขอร้องทิตัสให้ไปช่วยพวกท่านในการทำคุณความดีนี้จนสำเร็จเช่นเดียวกับที่เขาเริ่มต้นไว้7 ดังนั้นเมื่อพวกท่านมีทุกสิ่งอย่างเหลือล้น คือความเชื่อ ฝีปาก ความรู้ ความกระตือรือร้น และความรักที่เรามีต่อพวกท่าน ท่านทั้งหลายก็จงมีคุณความดีนี้อย่างเหลือล้นด้วย8 ข้าพเจ้าไม่ได้พูดเป็นคำสั่ง แต่นำเรื่องความกระตือรือร้นของคนอื่นๆ มาทดสอบความรักของท่านทั้งหลายว่ามีความจริงใจหรือไม่9 เพราะว่าท่านทั้งหลายรู้จักพระคุณของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราแล้วว่า แม้พระองค์ทรงมั่งคั่ง ก็ยังทรงยอมเป็นคนยากจนเพราะเห็นแก่ท่านทั้งหลาย เพื่อท่านทั้งหลายจะได้เป็นคนมั่งคั่ง เนื่องจากความยากจนของพระองค์10 และข้าพเจ้าขอออกความเห็นในเรื่องนี้ว่า เมื่อปีกลายนี้ พวกท่านไม่เพียงเป็นพวกแรกที่ลงมือทำ แต่ยังเป็นพวกแรกที่มีความปรารถนาจะทำด้วย11 บัดนี้พวกท่านก็ควรจะทำเสียให้เสร็จ เพื่อว่าความกระตือรือร้นที่ปรารถนาจะทำเป็นอย่างไร การทำให้เสร็จตามความสามารถที่มีอยู่ก็จะเป็นอย่างนั้น12 เพราะว่าถ้ามีความกระตือรือร้นอยู่แล้ว พระเจ้าก็จะทรงรับตามที่เขามีอยู่ ไม่ใช่ตามที่เขาไม่มี13 ข้าพเจ้าไม่ได้หมายความจะให้งานของคนอื่นเบาลง และของพวกท่านหนักขึ้น แต่เป็นเรื่องของความเสมอภาค14 คือที่พวกท่านมีอยู่อย่างเหลือล้นในเวลานี้ ก็เพื่อช่วยเขาทั้งหลายที่ขัดสน และในยามที่เขาทั้งหลายมีอย่างเหลือล้น เขาก็จะได้ช่วยพวกท่านเมื่อขัดสน ซึ่งจะทำให้มีความเสมอภาคกัน15 ตามที่เขียนไว้ว่า “คนที่เก็บได้มากนั้น ไม่มีเหลือ และคนที่เก็บได้น้อยก็ไม่ขาด”16 แต่ขอขอบพระคุณพระเจ้าผู้ทรงให้ทิตัสมีใจกระตือรือร้นเพื่อพวกท่านอยู่ในใจของเขา ซึ่งเป็นแบบเดียวกับที่เรามีอยู่17 เพราะเขาไม่เพียงรับคำขอร้องของเราเท่านั้น แต่ยังไปหาท่านทั้งหลายด้วยความกระตือรือร้นอย่างยิ่ง และเขาเองก็มีความตั้งใจอยู่แล้ว18 เราส่งพี่น้องคนหนึ่งที่คริสตจักรทุกแห่งยกย่องในเรื่องการประกาศข่าวประเสริฐไปพร้อมกับเขาด้วย19 และไม่เพียงเท่านั้น คริสตจักรต่างๆ ยังตั้งคนนี้ให้เป็นผู้ร่วมเดินทางกับเราและเป็นผู้ร่วมงานปรนนิบัติในคุณความดีนี้ ที่เราทำเพื่อถวายพระเกียรติแด่องค์พระผู้เป็นเจ้า และเพื่อแสดงถึงความกระตือรือร้นของเรา20 เราระวังตัวเช่นนี้เพื่อจะไม่ให้ใครติเตียนเราได้ ในเรื่องของบริจาคมากมายซึ่งเรารับมาแจกนั้น21 เพราะเรามุ่งจะเป็นคนซื่อสัตย์ ไม่เฉพาะในสายพระเนตรองค์พระผู้เป็นเจ้าเท่านั้น แต่ในสายตาของคนทั้งหลายด้วย22 เราส่งพี่น้องอีกคนหนึ่งของเราไปกับเขาทั้งสอง เขาเป็นคนที่เราได้ทดสอบแล้วว่า มีความกระตือรือร้นในหลายๆ สิ่ง และบัดนี้เขายิ่งกระตือรือร้นมากขึ้น เพราะมีความมั่นใจในพวกท่านมาก23 ส่วนทิตัส เขาเป็นหุ้นส่วนและผู้ร่วมงานของข้าพเจ้าในการรับใช้ท่านทั้งหลาย ส่วนพี่น้องสองคนนั้นของเรา เขาเป็นตัวแทนของคริสตจักรทั้งหลายซึ่งเป็นการถวายพระเกียรติแด่พระคริสต์24 เพราะฉะนั้นจงสำแดงความรักของท่านและสิ่งที่เราได้อวดเกี่ยวกับท่านให้พวกเขาเห็น และสำแดงต่อหน้าคริสตจักรทั้งหลายด้วย Malachi 31 พระยาห์เวห์จอมทัพตรัสว่า “นี่แน่ะ เราส่งทูตของเราไปเพื่อตระเตรียมหนทางไว้ข้างหน้าเรา และองค์เจ้านายผู้ซึ่งเจ้าแสวงหานั้นจะเสด็จมายังพระวิหารของพระองค์อย่างกะทันหัน ทูตแห่งพันธสัญญาผู้ซึ่งเจ้าพอใจนั้น ดูซี ท่านกำลังมาแล้ว2 แต่ใครจะทนอยู่ได้ในวันที่ท่านมา? และใครจะยืนมั่นอยู่ได้เมื่อท่านปรากฏตัว? “เพราะว่าท่านเป็นประดุจไฟถลุงแร่ และประดุจสบู่ของช่างซักฟอก3 ท่านจะนั่งลงอย่างช่างถลุงเงินและช่างชะล้างเงิน และท่านจะชำระบุตรหลานของเลวีให้บริสุทธิ์ และถลุงพวกเขาอย่างถลุงทองคำและถลุงเงิน จนกว่าเขาจะนำเครื่องบูชามาถวายแด่พระยาห์เวห์ด้วยความชอบธรรม4 แล้วเครื่องบูชาของยูดาห์และเยรูซาเล็มจะเป็นที่พอพระทัยพระยาห์เวห์ดังในอดีต และดังในปีก่อนๆ5 “พระยาห์เวห์จอมทัพตรัสว่า แล้วเราจะมาใกล้เจ้าเพื่อการพิพากษา เราจะเป็นพยานที่รวดเร็วที่กล่าวโทษนักวิทยาคม พวกผิดประเวณี ผู้สบถเท็จ ผู้บีบบังคับลูกจ้างในเรื่องค่าจ้าง ผู้บีบบังคับแม่ม่ายและลูกกำพร้า ผู้ผลักไสคนต่างด้าวให้ไปเสีย และผู้ที่ไม่ยำเกรงเรา6 “เพราะว่าเราคือพระยาห์เวห์ ไม่มีผันแปร โอ บุตรยาโคบเอ๋ย เจ้าทั้งหลายจึงไม่ถูกทำลายหมด7 เจ้าได้หันเหไปเสียจากกฎเกณฑ์ของเราและไม่ได้รักษาไว้ ตั้งแต่ครั้งสมัยบรรพบุรุษของเจ้า พระยาห์เวห์จอมทัพตรัสว่า เจ้าจงกลับมาหาเรา และเราจะกลับมาหาเจ้าทั้งหลาย แต่เจ้ากล่าวว่า ‘เราทั้งหลายจะทำอย่างไรถึงจะได้กลับมา?’8 “มนุษย์จะฉ้อโกงพระเจ้าหรือ? ที่จริงเจ้าทั้งหลายได้ฉ้อโกงเรา แต่เจ้ากล่าวว่า ‘พวกเราฉ้อโกงพระเจ้าอย่างไร?’ ก็ฉ้อโกงในเรื่องทศางค์และเครื่องบูชานั่นซี9 เจ้าทั้งหลายต้องถูกสาปแช่งด้วยคำสาปแช่ง เพราะเจ้าฉ้อโกงเราทั้งชาติ10 พระยาห์เวห์จอมทัพตรัสว่า จงนำทศางค์เต็มขนาดมาไว้ในคลัง เพื่อว่าจะมีอาหารในนิเวศของเรา จงลองดูเราในเรื่องนี้ว่า เราจะเปิดหน้าต่างในฟ้าสวรรค์ให้เจ้า และเทพรอย่างล้นไหลมาให้เจ้าหรือไม่11 เราจะขจัดพวกตั๊กแตนให้แก่เจ้า เพื่อว่ามันจะไม่ทำลายผลแห่งพื้นดินของเจ้า และผลองุ่นในสวนของเจ้าจะไม่ร่วง พระยาห์เวห์จอมทัพตรัสดังนี้แหละ12 แล้วประชาชาติทั้งสิ้นจะเรียกเจ้าว่า ‘ผู้ที่ได้รับพระพร’ เพราะว่าแผ่นดินของเจ้าจะเป็นแผ่นดินที่น่าพึงใจ พระยาห์เวห์จอมทัพตรัสดังนี้แหละ13 “พระยาห์เวห์ตรัสว่า ถ้อยคำของเจ้านั้นใส่ร้ายเรา เจ้ายังกล่าวว่า ‘เราทั้งหลายได้กล่าวใส่ร้ายพระองค์อย่างไร?’14 เจ้าได้กล่าวว่า ‘ที่จะปรนนิบัติพระเจ้าก็เปล่าประโยชน์ ที่พวกเราจะรักษาพระบัญชาของพระองค์ หรือดำเนินอย่างคนไว้ทุกข์เฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์จอมทัพนั้นจะเกิดผลดีอะไร?15 บัดนี้พวกเราถือว่าคนอวดดีเป็นคนได้รับพร เออ คนที่ประกอบการอธรรมก็เจริญขึ้นด้วย และคนที่ทดลองพระเจ้าก็พ้นโทษไป’ ”16 แล้วคนเหล่านั้นที่เกรงกลัวพระยาห์เวห์จึงพูดคุยกัน พระยาห์เวห์ทรงฟังและทรงได้ยิน มีหนังสือม้วนหนึ่งสำหรับบันทึกความจำเฉพาะพระพักตร์พระองค์ คือบันทึกชื่อผู้ที่เกรงกลัวพระยาห์เวห์และยกย่องพระนามของพระองค์ไว้17 พระยาห์เวห์จอมทัพตรัสว่า “เขาทั้งหลายจะเป็นคนของเรา เป็นกรรมสิทธิ์พิเศษของเรา ในวันที่เราจะประกอบกิจ และเราจะเมตตาคนเหล่านี้ดังชายที่เมตตาบุตรผู้ปรนนิบัติเขา18 แล้วเจ้าจะสังเกตเห็นความแตกต่างระหว่างคนชอบธรรมและคนอธรรม ระหว่างคนที่ปรนนิบัติพระเจ้ากับคนที่ไม่ปรนนิบัติพระองค์ได้อีกครั้งหนึ่ง | |








