ยิ ระ มะ ยา พูด กับ ประชาชน
| Secondary Keywords | การพูด ข่มเหง ผู้คน ผู้เผยพระวจนะ พินัยกรรม อิสยาห์ เก่า เยเรมีย์ แดเนียล |
|---|---|
| Scriptures | Jeremiah 21 พระวจนะของพระยาห์เวห์มาถึงข้าพเจ้าว่า 2 “จงไปประกาศกรอกหูชาวกรุงเยรูซาเล็มว่า พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า เรายังจำความจงรักภักดีในวัยสาวของเจ้าได้ ความรักของเจ้าตอนเป็นเจ้าสาว เจ้าตามเราไปในถิ่นทุรกันดาร ในดินแดนที่ไม่ได้หว่านพืช 3 อิสราเอลนั้นบริสุทธิ์ต่อพระยาห์เวห์ คือเป็นผลิตผลรุ่นแรกของพระองค์ ทุกคนที่กินผลนั้นก็ผิด เหตุร้ายจึงมาถึงพวกเขา พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ” 4 จงฟังพระวจนะของพระยาห์เวห์ เชื้อสายของยาโคบและทุกตระกูลในเชื้อสายของอิสราเอลเอ๋ย 5 พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า “บรรพบุรุษของเจ้าพบความผิดอะไรในเราเล่า? เขาจึงห่างเหินจากเรา และไปติดตามสิ่งไร้ค่า และได้กลายเป็นสิ่งไร้ค่า 6 เขาทั้งหลายไม่ได้กล่าวว่า ‘พระยาห์เวห์ทรงอยู่ที่ไหน ผู้ได้ทรงพาเราขึ้นมาจากแผ่นดินอียิปต์ ผู้ได้ทรงนำเราในถิ่นทุรกันดาร ในดินแดนแห้งแล้งและหลุมบ่อ ในแดนที่แห้งแล้งและมืดทึบ ในแผ่นดินที่ไม่มีใครผ่านไปได้ และไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่ที่นั่น?’ 7 และเราได้พาพวกเจ้าเข้ามาในแผ่นดินที่มีเรือกสวนไร่นา เพื่อรับประทานผลไม้และบรรดาสิ่งที่ดี แต่เมื่อเจ้าเข้ามา เจ้าได้ทำให้แผ่นดินของเราเป็นมลทิน และทำให้มรดกของเราเป็นสิ่งน่ารังเกียจ 8 พวกปุโรหิตไม่ได้กล่าวว่า ‘พระยาห์เวห์ทรงอยู่ที่ไหน?’ คนเหล่านั้นที่เชี่ยวชาญธรรมบัญญัติไม่รู้จักเรา บรรดาผู้ปกครองก็ทรยศต่อเรา พวกผู้เผยพระวจนะได้เผยพระวจนะโดยพระบาอัล และติดตามสิ่งไร้ประโยชน์ 9 “เพราะฉะนั้น เราจึงยังคงโต้แย้งกับเจ้า” พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ “เราจะโต้แย้งกับลูกหลานของเจ้า 10 จงข้ามไปยังฝั่งเกาะไซปรัสแล้วมองดู หรือใช้คนไปยังเมืองเคดาร์ แล้วให้พิจารณาอย่างถี่ถ้วน ดูว่าเคยมีอย่างนี้บ้างไหม 11 มีชนชาติใดเคยเปลี่ยนพระของตน แม้ว่าพระเหล่านั้นไม่ได้เป็นพระ? แต่ประชากรของเราได้เอาศักดิ์ศรีของเขา แลกกับสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ 12 โอ ฟ้าสวรรค์ จงตกตะลึงด้วยสิ่งนี้ จงสยดสยองและจงร้างเปล่า” พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ 13 “เพราะว่าประชากรของเราได้ทำความชั่วถึงสองประการ เขาได้ทอดทิ้งเรา ซึ่งเป็นน้ำพุที่มีน้ำแห่งชีวิต แล้วสกัดบ่อน้ำไว้สำหรับตนเอง เป็นบ่อแตกที่ขังน้ำไม่ได้ 14 “อิสราเอลเป็นทาสเขาหรือ? หรือเป็นทาสที่เกิดมาในบ้าน? เหตุใดเขาจึงตกเป็นของปล้น? 15 เหล่าสิงห์หนุ่มคำรามใส่เขา มันแผดเสียงดังมาก และพวกมันได้ทำให้แผ่นดินของเขาร้างเปล่า เมืองทั้งหลายของเขาก็ถูกไฟเผา ไม่มีคนอาศัยอยู่ 16 ยิ่งกว่านั้นอีก ประชาชนเมืองเมมฟิสและเมืองทาปานเหส ได้โกนกระหม่อมของเจ้าแล้ว 17 เจ้าหาเรื่องเหล่านี้มาใส่ตัวเจ้าเองไม่ใช่หรือ โดยการทอดทิ้งพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า เมื่อพระองค์ทรงนำเจ้าไปตามทาง? 18 ดังนั้นเจ้าได้อะไรจากการลงไปยังอียิปต์ เพื่อดื่มน้ำในแม่น้ำไนล์? หรือเจ้าได้อะไรจากการลงไปยังอัสซีเรีย เพื่อดื่มน้ำในแม่น้ำยูเฟรติส? 19 ความชั่วร้ายของเจ้าจะตีสอนเจ้าเอง และความไม่ซื่อสัตย์ของเจ้าจะตำหนิเจ้า เจ้าจงรู้และเห็นเถิดว่ามันเป็นความชั่วและความขมขื่น ที่ทอดทิ้งพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า และความยำเกรงเราไม่ได้อยู่ในเจ้าเลย” พระยาห์เวห์องค์เจ้านายผู้ทรงเป็นจอมทัพตรัสดังนี้แหละ 20 “เพราะว่านานมาแล้วเจ้าหักแอกของเจ้า และทำลายโซ่ตรวนของเจ้าเสีย และเจ้าได้กล่าวว่า ‘ข้าจะไม่ปรนนิบัติ’ เพราะเจ้าได้นอนลงเล่นชู้ บนเนินเขาสูงทุกแห่ง และใต้ต้นไม้เขียวสดทุกต้น 21 แต่เราได้ปลูกเจ้าไว้เป็นเถาองุ่นอย่างดี เป็นพันธุ์แท้ทั้งนั้น แล้วทำไมเจ้าเสื่อมทรามลง จนกลายพันธุ์ไปได้? 22 ถึงแม้ว่าเจ้าชำระตัวด้วยน้ำด่าง และใช้สบู่มาก แต่รอยเปื้อนความผิดบาปของเจ้าก็ยังปรากฏอยู่ต่อหน้าเรา” พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้แหละ 23 “เจ้าจะพูดได้อย่างไรว่า ‘ข้าไม่เป็นมลทิน ข้าไม่ได้ติดตามบรรดาพระบาอัลไป’ จงมองดูท่าทางของเจ้าที่ในหุบเขาสิ จงสำนึกว่าเจ้าได้ทำอะไรไป เหมือนอูฐสาวคะนองอยู่ไม่สุข 24 เหมือนลาป่าที่คุ้นเคยกับถิ่นทุรกันดาร ได้สูดลมหายใจด้วยความอยากอันรุนแรงของมัน ใครจะระงับความใคร่ของมันได้ ทุกคนที่แสวงหามันจะไม่ต้องเหน็ดเหนื่อย เมื่อถึงเดือนที่กำหนดของมันจะพบมันเอง 25 อย่าไปเท้าเปล่า และอย่าให้คอแห้ง แต่เจ้ากล่าวว่า ‘เหลวไหล เพราะข้าได้รักพระอื่น และข้าจะติดตามไป’ 26 “เมื่อโจรถูกจับมีความอับอายอย่างไร เชื้อสายของอิสราเอลก็จะอับอายอย่างนั้น ทั้งตัวเขา กษัตริย์ เจ้านาย ปุโรหิต และผู้เผยพระวจนะของเขา 27 ผู้กล่าวแก่ต้นไม้ว่า ‘ท่านเป็นบิดาของข้าพเจ้า’ และกล่าวแก่ศิลาว่า ‘ท่านคลอดข้าพเจ้ามา’ เพราะพวกเขาได้หันหลังให้เรา ไม่ใช่หันหน้ามา แต่เมื่อถึงเวลาลำบากเขากล่าวว่า ‘ขอทรงลุกขึ้นช่วยข้าพระองค์ทั้งหลายให้พ้น’ 28 แต่บรรดาพระของเจ้าอยู่ที่ไหนเล่า ซึ่งเป็นพระที่เจ้าสร้างไว้สำหรับตัวเอง? ถ้ามันช่วยเจ้าให้พ้นได้ ก็ให้มันลุกขึ้นช่วย เมื่อถึงเวลาลำบากของเจ้า ยูดาห์เอ๋ย เจ้ามีเมืองต่างๆ มากเท่าใด เจ้าก็มีพระมากเท่านั้น 29 “เจ้าทั้งหลายจะมาโต้แย้งเราทำไม? เจ้าได้กบฏต่อเราหมดทุกคนแล้ว” พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ 30 “เราได้โบยตีลูกหลานของเจ้าเสียเปล่า พวกเขาก็ไม่รับการสั่งสอน ดาบของเจ้าเองได้กลืนผู้เผยพระวจนะของเจ้า เหมือนอย่างสิงห์ช่างทำลาย 31 คนยุคนี้เอ๋ย เจ้าทั้งหลายจงคิดพิจารณาดูพระวจนะของพระยาห์เวห์ เราเป็นเหมือนถิ่นทุรกันดารแก่อิสราเอลหรือ หรือเหมือนแผ่นดินที่มืดทึบ? ทำไมประชากรของเราจึงกล่าวว่า ‘ข้าพระองค์ทั้งหลายเป็นอิสระ ข้าพระองค์จะไม่มาหาพระองค์อีก’? 32 สาวพรหมจารีจะลืมเครื่องประดับของเธอได้หรือ? เจ้าสาวจะลืมอาภรณ์ของตนได้หรือ? แต่ประชากรของเราได้ลืมเรา เป็นจำนวนวันที่นับไม่ถ้วน 33 “เจ้าหาทางไปพบรักได้อย่างแนบเนียน ซ้ำเจ้ายังสอนทางของเจ้าให้หญิงชั่ว 34 ที่ชายเสื้อของเจ้ามี โลหิตของคนจนที่ไร้ความผิดติดอยู่ ทั้งที่เจ้าไม่ได้จับเขาขณะทำการโจรกรรม แต่ถึงจะมีเรื่องต่างๆ เหล่านี้ 35 เจ้าก็ยังกล่าวว่า ‘ข้าไม่มีความผิดเลย พระพิโรธของพระองค์ได้หันกลับจากข้าแล้ว’ นี่แน่ะ เราจะนำเจ้าไปสู่การพิพากษา เพราะเจ้ากล่าวว่า ‘ข้าไม่ได้ทำบาป’ 36 ทำไมเจ้าเร่ร่อนไปอย่างนั้น โดยเปลี่ยนเส้นทางของเจ้า? อียิปต์จะทำให้เจ้าอับอาย เหมือนที่อัสซีเรียทำให้เจ้าอับอายมาแล้วนั้น 37 เช่นเดียวกันเจ้าจะออกมาจากที่นั่น โดยเอามือกุมศีรษะของเจ้าไว้ เพราะพระยาห์เวห์ทรงปฏิเสธคนเหล่านั้นที่เจ้าไว้วางใจ เจ้าจะไม่เจริญขึ้นด้วยความช่วยเหลือจากพวกเขา” Jeremiah 231 พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า “วิบัติแก่ผู้เลี้ยงแกะ ผู้ทำลายและกระจายแกะแห่งลานหญ้าของเรา” 2 เพราะฉะนั้น พระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งอิสราเอล ตรัสกับผู้เลี้ยงแกะผู้ดูแลประชากรของเราดังนี้ว่า “เจ้าทั้งหลายได้กระจายฝูงแกะของเราและได้ขับไล่มันไปเสีย และเจ้าไม่ได้เอาใจใส่มัน นี่แน่ะ เราจะลงโทษเจ้า เพราะการกระทำชั่วของเจ้า” พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ 3 “แล้วเราจะรวบรวมฝูงแกะของเราที่เหลืออยู่ออกจากประเทศทั้งปวง ซึ่งเราได้ขับไล่ให้เขาไปอยู่นั้น และจะนำเขากลับมายังคอกของเขา เขาจะมีลูกดกและทวีมากขึ้น 4 เราจะตั้งผู้เลี้ยงแกะไว้เหนือเขา ผู้จะเลี้ยงดูเขา และเขาทั้งหลายจะไม่ต้องกลัวหรือครั่นคร้ามหรือขาดแคลนเลย” พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ 5 พระยาห์เวห์ตรัสว่า “นี่แน่ะ วันเวลาจะมาถึง เมื่อเราจะให้กิ่งชอบธรรมงอกออกมาสำหรับดาวิด ผู้ที่จะทรงเป็นกษัตริย์และทรงครองราชย์อย่างสุขุมรอบคอบ และจะทรงนำความยุติธรรมและความชอบธรรมมาสู่แผ่นดินนั้น 6 ในสมัยของท่าน ยูดาห์จะได้รับความรอด และอิสราเอลจะอาศัยอยู่อย่างปลอดภัย นี่จะเป็นนามซึ่งเราจะเรียกท่าน คือ ‘พระยาห์เวห์ทรงเป็นความชอบธรรมของเรา’ ” 7 เพราะฉะนั้น พระยาห์เวห์ตรัสว่า “นี่แน่ะ วันเวลาจะมาถึง เมื่อคนจะไม่กล่าวอีกต่อไปว่า ‘พระยาห์เวห์ผู้ทรงนำประชาชนอิสราเอลออกมาจากแผ่นดินอียิปต์ทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด’ 8 แต่จะว่า ‘พระยาห์เวห์ผู้ทรงนำและพาพงศ์พันธุ์อิสราเอลออกจากแดนเหนือและออกจากประเทศที่พระองค์ทรงขับไล่ให้ไปอยู่นั้นทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด’ เขาทั้งหลายก็จะได้อาศัยอยู่ในแผ่นดินของตนเอง” 9 เกี่ยวกับเรื่องบรรดาผู้เผยพระวจนะนั้น ใจข้าเป็นทุกข์อยู่ภายในข้า และกระดูกทั้งสิ้นของข้าก็สั่น ข้าเป็นเหมือนคนเมา ข้าเป็นเหมือนคนไร้สติเพราะเหล้าองุ่น เนื่องด้วยพระยาห์เวห์ และพระวจนะบริสุทธิ์ของพระองค์ 10 เพราะว่า แผ่นดินนั้นเต็มด้วยคนล่วงประเวณี ด้วยเหตุคำสาปแช่ง แผ่นดินนั้นก็ไว้ทุกข์ และลานหญ้าในถิ่นทุรกันดารก็แห้งไป วิถีของเขาทั้งหลายก็ชั่วช้า และอำนาจของเขาก็ไม่เป็นธรรม 11 “ทั้งผู้เผยพระวจนะและปุโรหิตก็อธรรม แม้ในนิเวศของเรา เราก็ได้เห็นความชั่วของเขา” พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ 12 “เพราะฉะนั้น หนทางของเขาทั้งหลาย จะเป็นเหมือนทางลื่นในความมืดแก่เขา เขาจะถูกขับไล่เข้าไปและล้มลงในนั้น เพราะเราจะนำเหตุร้ายมาเหนือเขา ในปีแห่งการลงโทษเขา” พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ 13 “ในบรรดาผู้เผยพระวจนะแห่งสะมาเรีย เราได้เห็นสิ่งที่ไม่เหมาะอย่างยิ่ง พวกเขาได้เผยพระวจนะในนามของพระบาอัล และได้ให้อิสราเอลประชากรของเราหลงไป 14 แต่ในบรรดาผู้เผยพระวจนะแห่งเยรูซาเล็ม เราได้เห็นสิ่งน่าหวาดหวั่น พวกเขาล่วงประเวณีและดำเนินอยู่ในความมุสา เขาหนุนกำลังมือของผู้ทำความชั่ว จึงไม่มีใครหันจากความอธรรมของเขา ทุกคนกลายเป็นเหมือนโสโดมแก่เรา และชาวเมืองนั้นก็เหมือนเมืองโกโมราห์” 15 เพราะฉะนั้น พระยาห์เวห์จอมทัพจึงตรัสเกี่ยวกับผู้เผยพระวจนะเหล่านั้นว่า “นี่แน่ะ เราจะเลี้ยงเขาด้วยบอระเพ็ด และให้น้ำมีพิษเขาดื่ม เพราะว่าความอธรรมได้ออกไปทั่วแผ่นดินนี้ จากผู้เผยพระวจนะแห่งเยรูซาเล็ม” 16 พระยาห์เวห์จอมทัพตรัสดังนี้ว่า “อย่าฟังถ้อยคำของผู้เผยพระวจนะ ผู้เผยให้ท่านฟัง ทำให้ท่านเต็มด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ เขากล่าวถึงนิมิตในใจของเขาเอง ไม่ใช่จากพระโอษฐ์ของพระยาห์เวห์ 17 เขาพูดกับคนที่ดูหมิ่นพระวจนะของพระยาห์เวห์เสมอว่า ‘ท่านจะสุขสบาย’ และแก่ทุกคนที่ดื้อตามใจของตนเอง เขากล่าวว่า ‘จะไม่มีเหตุร้ายมาถึงเจ้า’ ” 18 เพราะว่าใครเล่าที่ได้ยืนอยู่ในที่ประชุมของพระยาห์เวห์ ที่จะพิเคราะห์เห็นและฟังพระวจนะของพระองค์? หรือใครที่ใส่ใจในพระวจนะของพระองค์และเชื่อฟัง? 19 นี่แน่ะ พายุของพระยาห์เวห์ คือพระพิโรธได้ออกไปแล้ว เป็นพายุหมุนรุนแรง มันจะวนเหนือศีรษะของคนอธรรม 20 ความกริ้วของพระยาห์เวห์จะไม่หันกลับ จนกว่าพระองค์จะทรงทำให้สำเร็จ ตามพระเจตนาในพระทัยของพระองค์ ภายหลังพวกเจ้าจะเข้าใจเรื่องนี้แจ่มแจ้ง 21 “เราไม่ได้ส่งผู้เผยพระวจนะเหล่านั้นไป แต่พวกเขายังวิ่งไป เราไม่ได้พูดกับเขา แต่เขายังเผยพระวจนะ 22 แต่ถ้าเขาทั้งหลายได้ยืนอยู่ในที่ประชุมของเรา เขาก็คงจะได้ป่าวร้องถ้อยคำของเราต่อประชากรของเรา และคงจะได้ให้พวกเขาหันกลับจากทางชั่วของเขา และหันกลับจากการกระทำชั่วช้าของเขาแล้ว” 23 พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า “เราเป็นพระเจ้าที่อยู่ใกล้ ไม่ใช่พระเจ้าที่อยู่ไกลด้วยหรือ?” 24 พระยาห์เวห์ตรัสว่า “ใครจะซ่อนตัวจากเราไปอยู่ในที่ลี้ลับเพื่อเราจะไม่เห็นเขาได้หรือ? เราไม่ได้อยู่เต็มฟ้าสวรรค์และโลกหรือ?” พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ 25 “เราได้ยินผู้เผยพระวจนะผู้ซึ่งเผยพระวจนะเท็จในนามของเราได้กล่าวว่า ‘ข้าพเจ้าฝันไป ข้าพเจ้าฝันไป’ 26 จะเป็นเช่นนี้ไปอีกนานสักเท่าใด? พวกผู้เผยพระวจนะคิดได้อย่างนี้หรือ? คือผู้เผยพระวจนะเท็จตามการหลอกลวงในใจของตน 27 ผู้มุ่งหมายจะทำให้ประชากรของเราลืมชื่อเรา โดยความฝันของพวกเขาซึ่งเล่าสู่กันฟัง อย่างกับบรรพบุรุษของเขาที่ลืมชื่อเรา ไปติดตามพระบาอัล 28 จงให้ผู้เผยพระวจนะที่ฝันเล่าความฝัน แต่ให้คนที่มีถ้อยคำของเรากล่าวถ้อยคำของเราอย่างสุจริต เพราะฟางข้าวจะเปรียบอะไรกับข้าวได้?” พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ 29 พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า “ถ้อยคำของเราเหมือนไฟและเหมือนค้อนที่ทุบหินให้แตกเป็นเสี่ยงๆ ไม่ใช่หรือ?” 30 พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า “เพราะฉะนั้น นี่แน่ะ เราต่อสู้กับบรรดาผู้เผยพระวจนะ ผู้ขโมยถ้อยคำของเราจากกันและกัน” 31 พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า “นี่แน่ะ เราต่อสู้กับพวกผู้เผยพระวจนะ ผู้ใช้ลิ้นของเขากล่าวว่า ‘องค์เจ้านายตรัสว่า’ 32 นี่แน่ะ เราต่อสู้คนเหล่านั้นที่เผยความฝันเท็จ” พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ “และผู้ซึ่งบอกและนำประชากรของเราให้หลงไป โดยคำมุสาอย่างไม่ยั้งคิดของเขา เมื่อเราไม่ได้ใช้เขาหรือสั่งเขา เพราะฉะนั้น เขาจึงไม่เป็นประโยชน์แก่ชนชาตินี้อย่างใดเลย” พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ 33 “เมื่อมีประชาชนคนหนึ่งคนใด หรือผู้เผยพระวจนะคนใด หรือปุโรหิตคนใด ถามเจ้าว่า ‘อะไรเป็นครุวาทของพระยาห์เวห์?’ เจ้าจงตอบเขาว่า ‘พระยาห์เวห์ตรัสว่า พวกเจ้านั่นแหละเป็นภาระ และเราจะโยนเจ้าไปเสีย’ 34 และส่วนผู้เผยพระวจนะ ปุโรหิต หรือประชาชนผู้หนึ่งผู้ใดซึ่งพูดว่า ‘ครุวาทของพระยาห์เวห์’ เราจะลงโทษผู้นั้นและครอบครัวของเขา 35 พวกเจ้าจงพูดดังนี้ คือทุกคนพูดกับเพื่อนบ้านของตน หรือทุกคนพูดกับพี่น้องของตนว่า ‘พระยาห์เวห์ทรงตอบว่าอะไร?’ หรือ ‘พระยาห์เวห์ตรัสว่าอะไร?’ 36 แต่อย่าเอ่ยว่า ‘ครุวาทของพระยาห์เวห์’ อีกเลย เพราะว่าครุวาทนั้นเป็นคำของแต่ละคน และเจ้าได้ผันแปรพระวจนะของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่คือพระยาห์เวห์จอมทัพพระเจ้าของพวกเรา 37 เจ้าจงกล่าวกับผู้เผยพระวจนะดังนี้ว่า ‘พระยาห์เวห์ทรงตอบท่านว่าอะไร?’ หรือ ‘พระยาห์เวห์ตรัสว่าอะไร?’ 38 แต่ถ้าพวกเจ้าพูดว่า ‘ครุวาทของพระยาห์เวห์’ พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า เพราะพวกเจ้าได้กล่าวคำเหล่านี้ว่า ‘ครุวาทของพระยาห์เวห์’ เมื่อเราใช้ไปหาเจ้าว่า เจ้าอย่าพูดว่า ‘ครุวาทของพระยาห์เวห์’ 39 เพราะฉะนั้น นี่แน่ะ เราจะยกเจ้าทั้งหลายขึ้นแน่ และโยนเจ้าไปเสียจากหน้าเรา ทั้งเจ้าและเมืองซึ่งเราได้ให้แก่เจ้าและแก่บรรพบุรุษของเจ้า 40 และเราจะนำการตำหนิเป็นนิตย์และความอายเป็นนิตย์มาเหนือเจ้าทั้งหลาย ซึ่งจะไม่ลืมเลย” |