พระ คริสต์ ทรง ประกาศ
| Secondary Keywords | Galilee นอกบ้าน พระธรรมเทศนา พระเจ้า พินัยกรรม สร้างใหม่ ให้ตายสิ |
|---|---|
| Scriptures | Matthew 11:20-30 ลูกา 17:20-37 |
Luke 1720 เมื่อพวกฟาริสีทูลถามพระองค์ว่าแผ่นดินของพระเจ้าจะมาถึงเมื่อไหร่ พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “แผ่นดินของพระเจ้าจะไม่มาด้วยสิ่งที่จะสังเกตได้21 และเขาจะไม่พูดกันว่า ‘มาดูนี่’ หรือ ‘ไปดูโน่น’ เพราะนี่แน่ะ แผ่นดินของพระเจ้านั้นอยู่ท่ามกลางพวกท่าน”22 พระองค์ตรัสกับพวกสาวกว่า “คงจะมีเวลาหนึ่งเมื่อท่านทั้งหลายปรารถนาที่จะเห็นวันของบุตรมนุษย์ แต่จะไม่เห็น23 เขาจะพูดกับพวกท่านว่า ‘มาดูนี่’ หรือ ‘ไปดูโน่น’ อย่าไป อย่าตามเขาเลย24 เพราะว่าบุตรมนุษย์ ในวันของพระองค์นั้นจะเหมือนอย่างฟ้าแลบ เมื่อแลบออกจากฟ้าข้างหนึ่ง ก็ส่องสว่างไปถึงฟ้าอีกข้างหนึ่ง25 แต่ก่อนหน้านั้นจำเป็นที่บุตรมนุษย์จะต้องทนทุกข์หลายอย่าง และคนในยุคนี้จะไม่ยอมรับท่าน26 ในสมัยของโนอาห์ เหตุการณ์เคยเป็นมาแล้วอย่างไร ในสมัยของบุตรมนุษย์ก็จะเป็นไปอย่างนั้นด้วย27 พวกเขากินและดื่ม สมรสกัน และยกให้เป็นสามีภรรยากัน จนกระทั่งถึงวันนั้นที่โนอาห์เข้าไปในนาวา และน้ำมาท่วมล้างผลาญพวกเขาจนหมดสิ้น28 ในสมัยของโลทก็เหมือนกัน เขากินดื่ม ซื้อขาย หว่านปลูก ก่อสร้าง29 แต่เมื่อถึงวันนั้นที่โลทออกไปจากเมืองโสโดม ไฟและกำมะถันก็ตกจากฟ้ามาเผาผลาญพวกเขาจนหมดสิ้น30 ในวันที่บุตรมนุษย์จะมาปรากฏก็เป็นเหมือนอย่างนั้น31 ในวันนั้นคนที่อยู่บนดาดฟ้าหลังคาตึก อย่าลงมาเก็บของข้างใน และคนที่อยู่ตามทุ่งนาก็เช่นกัน อย่าวกกลับมาเอาของ32 จงระลึกถึงภรรยาของโลทเถิด33 คนที่พยายามเอาชีวิตของตนรอด คนนั้นจะเสียชีวิต แต่คนที่ยอมเสียชีวิต คนนั้นจะได้ชีวิตรอด34 เราบอกท่านทั้งหลายว่า ในคืนวันนั้นจะมีสองคนนอนเตียงเดียวกัน จะทรงรับไปคนหนึ่ง จะทรงละไว้คนหนึ่ง35 ผู้หญิงสองคนจะโม่แป้งด้วยกัน จะทรงรับไปคนหนึ่ง จะทรงละไว้คนหนึ่ง”37 พวกเขาจึงทูลถามพระองค์ว่า “จะเกิดขึ้นที่ไหนองค์พระผู้เป็นเจ้า?” พระองค์ตรัสตอบว่า “ซากศพอยู่ที่ไหน ฝูงนกแร้งจะรุมล้อมกันอยู่ที่นั่น” Matthew 1120 แล้วพระองค์ก็ทรงเริ่มติเตียนเมืองต่างๆ ที่พระองค์ได้ทรงทำการอัศจรรย์เป็นส่วนมาก เพราะพวกเขาไม่ได้กลับใจใหม่21 “วิบัติแก่เจ้า เมืองโคราซิน วิบัติแก่เจ้า เมืองเบธไซดา ถ้าการอัศจรรย์ต่างๆ ซึ่งทำท่ามกลางเจ้าทั้งหลาย ทำในเมืองไทระและเมืองไซดอน คนในเมืองทั้งสองคงได้นุ่งห่มผ้ากระสอบนั่งบนขี้เถ้ากลับใจใหม่นานแล้ว22 แต่เราบอกพวกเจ้าว่า ในวันพิพากษานั้น โทษเมืองไทระและเมืองไซดอนจะเบากว่าโทษของพวกเจ้า23 ส่วนเจ้า เมืองคาเปอรนาอุม เจ้าจะถูกยกขึ้นเทียมฟ้าหรือ? เปล่าเลย เจ้าจะต้องลงไปถึงแดนคนตายต่างหาก เพราะการอัศจรรย์ต่างๆ ซึ่งทำในท่ามกลางเจ้านั้น ถ้าทำในเมืองโสโดม เมืองนั้นคงได้ตั้งอยู่จนทุกวันนี้24 แต่เราบอกเจ้าว่าในวันพิพากษา โทษเมืองโสโดมจะเบากว่าโทษของเจ้า”25 ในขณะนั้นพระเยซูทูลว่า “ข้าแต่พระบิดา ผู้ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์และโลก ข้าพระองค์สรรเสริญพระองค์ ที่พระองค์ทรงปิดบังสิ่งเหล่านี้ไว้จากคนมีปัญญาและคนฉลาด แต่ทรงสำแดงแก่พวกทารก26 ถูกแล้ว ข้าแต่พระบิดา พระองค์พอพระทัยเช่นนั้น27 “พระบิดาของเราทรงมอบสิ่งสารพัดให้แก่เรา และไม่มีใครรู้จักพระบุตรนอกจากพระบิดา และไม่มีใครรู้จักพระบิดานอกจากพระบุตร และคนที่พระบุตรประสงค์จะสำแดงให้รู้28 บรรดาผู้เหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา และเราจะให้ท่านทั้งหลายได้หยุดพัก29 จงเอาแอกของเราแบกไว้ แล้วเรียนจากเรา เพราะว่าเราสุภาพอ่อนโยนและใจอ่อนน้อม และจิตใจของพวกท่านจะได้หยุดพัก30 ด้วยว่าแอกของเราก็พอเหมาะ และภาระของเราก็เบา” | |








