ดา วิด ขึ้น บัลลังก์
| Secondary Keywords | กษัตริย์ ซามูเอล ดาวิด ปราบดาภิเษก พระมหากษัตริย์ พินัยกรรม ราชอาณาจักร สห เก่า |
|---|---|
| Scriptures | 2 Samuel 21 หลังจากเหตุการณ์นี้ ดาวิดทูลถามพระยาห์เวห์ว่า “ข้าพระองค์ควรขึ้นไปยังเมืองหนึ่งของยูดาห์หรือไม่?” และพระยาห์เวห์ตรัสตอบท่านว่า “จงขึ้นไปเถิด” ดาวิดทูลว่า “ข้าพระองค์ควรขึ้นไปที่ไหน?” พระองค์ตรัสว่า “ที่เมืองเฮโบรน” 2 ดาวิดจึงขึ้นไปที่นั้นพร้อมกับภรรยาทั้งสองของท่านด้วยคือ อาหิโนอัมชาวยิสเรเอลและอาบีกายิลแม่ม่ายของนาบาลชาวคารเมล 3 และดาวิดก็นำคนที่อยู่กับท่านขึ้นไปทุกคน พาครอบครัวไปด้วย และพวกเขาก็อาศัยอยู่ในเมืองเล็กๆ รอบเฮโบรน 4 และคนยูดาห์ก็มาเจิมตั้งดาวิดให้เป็นกษัตริย์เหนือพงศ์พันธุ์ยูดาห์ เมื่อมีคนมาทูลดาวิดว่า “ชาวยาเบชกิเลอาดเป็นผู้ฝังพระศพซาอูล” 5 ดาวิดทรงส่งพวกผู้สื่อสารไปหาชาวยาเบชกิเลอาดนั้น พูดกับพวกเขาว่า “ขอพวกท่านรับพระพรจากพระยาห์เวห์ ที่ท่านแสดงความเมตตานี้ต่อซาอูลเจ้านายของพวกท่าน และได้ฝังพระศพพระองค์ 6 บัดนี้ขอพระยาห์เวห์สำแดงความรักมั่นคงและความซื่อสัตย์ต่อพวกท่าน และข้าพเจ้าจะทำความดีนี้ต่อพวกท่านเพราะสิ่งนี้ที่ท่านได้ทำ 7 เพราะฉะนั้น ขอให้มือของพวกท่านเข้มแข็ง และขอให้พวกท่านกล้าหาญเถิด เพราะว่าซาอูลเจ้านายของพวกท่านสิ้นพระชนม์แล้ว และพงศ์พันธุ์ยูดาห์ได้เจิมตั้งข้าพเจ้าไว้เป็นกษัตริย์เหนือพวกเขา” 8 ฝ่ายอับเนอร์บุตรเนอร์แม่ทัพของกองทัพซาอูลได้พาอิชโบเชทราชโอรสของซาอูลข้ามไปที่เมืองมาหะนาอิม 9 และได้สถาปนาท่านให้เป็นกษัตริย์เหนือเมืองกิเลอาด และเหนือคนอาชูร์ คนยิสเรเอล คนเอฟราอิม คนเบนยามิน และคนอิสราเอลทั้งหมด 10 เมื่ออิชโบเชทราชโอรสของซาอูลทรงเริ่มเป็นกษัตริย์เหนืออิสราเอลนั้น มีพระชนมายุ 40 ปี และทรงครองราชย์อยู่ 2 ปี แต่พงศ์พันธุ์ยูดาห์ติดตามดาวิด 11 เวลาที่ดาวิดทรงเป็นกษัตริย์เหนือพงศ์พันธุ์ยูดาห์ในเฮโบรนนั้นเป็นจำนวน 7 ปีกับ 6 เดือน 12 อับเนอร์บุตรเนอร์และทหารของอิชโบเชทราชโอรสของซาอูล ได้ออกจากมาหะนาอิมไปยังเมืองกิเบโอน 13 และโยอาบบุตรนางเศรุยาห์กับทหารของดาวิด ก็ออกไปพบกับพวกเขาที่สระเมืองกิเบโอน และพวกเขาก็นั่งที่ขอบสระข้างนี้ อีกพวกหนึ่งข้างโน้น 14 อับเนอร์จึงพูดกับโยอาบว่า “ขอให้พวกคนหนุ่มลุกขึ้นรบกันเล่นให้เราดูสิ” และโยอาบตอบว่า “ให้พวกเขาลุกขึ้นซี” 15 พวกเขาก็ลุกขึ้นข้ามไปตามจำนวนที่นับไว้ ฝ่ายเบนยามินและฝ่ายอิชโบเชทราชโอรสของซาอูลมี 12 คน ฝ่ายพวกมหาดเล็กของดาวิดก็มี 12 คน 16 ต่างก็จับศีรษะคู่ต่อสู้แน่น และปักดาบเข้าที่สีข้างของคู่ต่อสู้ล้มตายด้วยกัน เขาจึงเรียกที่นั่นว่า เฮลขัทฮัสซูริม ซึ่งอยู่ในกิเบโอน 17 การสู้รบในวันนั้นดุเดือดยิ่งนัก อับเนอร์และพวกคนอิสราเอลก็แพ้ทหารของดาวิด 18 บุตรทั้งสามของนางเศรุยาห์ก็อยู่ที่นั่นคือ โยอาบ อาบีชัย และอาสาเฮล ฝ่ายอาสาเฮลนั้นฝีเท้าเร็วอย่างกับละมั่งป่า 19 และอาสาเฮลก็ไล่ตามอับเนอร์ไป เมื่อตามไปนั้นก็ไม่ได้เลี้ยวไปทางขวา หรือทางซ้ายจากการตามอับเนอร์ 20 อับเนอร์เหลียวหลังมาพูดว่า “นั่นอาสาเฮลหรือ?” เขาตอบว่า “ข้าเอง” 21 อับเนอร์จึงบอกเขาว่า “จงเลี้ยวไปทางขวาหรือทางซ้าย และจับเอาคนหนุ่มคนหนึ่ง แล้วก็ริบเอาของของเขาไป” แต่อาสาเฮลไม่ยอมละจากการไล่ตามอับเนอร์ 22 อับเนอร์จึงบอกอาสาเฮลอีกครั้งหนึ่งว่า “จงหันกลับจากตามข้า จะให้ข้าฟาดเจ้าล้มลงดินทำไมเล่า? แล้วข้าจะเงยหน้าดูโยอาบพี่ของเจ้าได้อย่างไร?” 23 แต่เขาก็ปฏิเสธที่จะหันกลับ เพราะฉะนั้น อับเนอร์ก็เอาโคนหอกแทงท้องอาสาเฮล หอกก็ทะลุออกข้างหลังของเขา เขาก็ล้มลงตายอยู่ที่นั่น และทุกคนซึ่งมาเห็นที่อาสาเฮลล้มตายที่นั่นก็ยืนนิ่ง 24 แต่โยอาบกับอาบีชัยไล่ตามอับเนอร์ไป ดวงอาทิตย์ก็ตกเมื่อเขาทั้งสองมาถึงเนินเขาอัมมาห์ ซึ่งอยู่ข้างหน้ากียาห์ตามทางไปถิ่นทุรกันดารเมืองกิเบโอน 25 และคนเบนยามินก็รวมกันตามอับเนอร์ไป เป็นกลุ่มหนึ่ง ยืนอยู่บนยอดเขา 26 แล้วอับเนอร์ร้องถามโยอาบว่า “จะให้ดาบกินเรื่อยไปหรือ? ท่านไม่ทราบหรือที่สุดจะกลายเป็นความขมขื่น? อีกนานสักเท่าใดท่านจึงจะสั่งพวกทหารของท่านให้หันกลับจากการไล่ตามพี่น้องของพวกเขา?” 27 และโยอาบจึงกล่าวว่า “พระเจ้าทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด ถ้าท่านไม่พูดขึ้น พวกทหารก็จะไล่ตามพวกพี่น้องของเขาจนพรุ่งนี้เช้า” 28 โยอาบจึงเป่าเขาสัตว์ขึ้น พวกทหารทั้งปวงก็ไม่ไล่ตามอิสราเอล และไม่สู้รบกันอีกต่อไป 29 อับเนอร์กับพวกของท่านก็เดินทางตลอดคืนนั้นในอาราบาห์ เขาข้ามแม่น้ำจอร์แดน ไปทั่วบิทโรน และมาถึงมาหะนาอิม 30 โยอาบก็กลับจากการไล่ตามอับเนอร์ และเมื่อท่านรวบรวมทหารทั้งหมด ทหารของดาวิดก็ขาดไป 19 คนไม่นับอาสาเฮล 31 แต่ทหารของดาวิดฆ่าคนเบนยามินและคนของอับเนอร์ตายไป 360 คน 32 และพวกเขายกศพอาสาเฮลไปฝังไว้ในอุโมงค์ของบิดาของเขา ซึ่งอยู่ที่เมืองเบธเลเฮม โยอาบและพวกของท่านก็เดินทางตลอดคืนและมาถึงเมืองเฮโบรนเมื่อรุ่งสาง 2 Samuel 51 อิสราเอลทุกเผ่าก็มาหาดาวิดที่เมืองเฮโบรน ทูลว่า “ดูเถิด พวกข้าพระบาทเป็นกระดูกและเนื้อของฝ่าพระบาท 2 ในอดีตเมื่อซาอูลทรงเป็นพระราชาเหนือเหล่าข้าพระบาท ฝ่าพระบาททรงเป็นผู้นำอิสราเอลออกไปและเข้ามา และพระยาห์เวห์ตรัสแก่ฝ่าพระบาทว่า ‘เจ้าจะดูแลอิสราเอลประชากรของเราอย่างผู้เลี้ยงแกะ และเจ้าจะเป็นผู้ปกครองเหนืออิสราเอล’ ” 3 ดังนั้นพวกผู้ใหญ่ทั้งหมดของอิสราเอลก็มาเฝ้าพระราชาที่เมืองเฮโบรน และพระราชาดาวิดทรงทำพันธสัญญากับพวกเขาที่เมืองเฮโบรนเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์ และพวกเขาก็เจิมดาวิดให้เป็นพระราชาเหนืออิสราเอล 4 ดาวิดมีพระชนมายุ 30 พรรษาเมื่อทรงเริ่มเป็นกษัตริย์ และพระองค์ทรงครองราชย์อยู่ 40 ปี 5 ทรงครองราชย์เหนือยูดาห์ที่เฮโบรน 7 ปี 6 เดือน และที่กรุงเยรูซาเล็ม ทรงครองราชย์เหนืออิสราเอลและยูดาห์อีก 33 ปี 6 พระราชาและคนของพระองค์ไปเยรูซาเล็ม ต่อสู้กับคนเยบุส ชาวแผ่นดินนั้นกล่าวกับดาวิดว่า “เจ้าเข้ามาที่นี่ไม่ได้ เพราะคนตาบอดและคนง่อยก็จะป้องกันไว้ได้” ด้วยคิดว่า “ดาวิดเข้ามาที่นี่ไม่ได้” 7 แต่อย่างไรก็ตาม ดาวิดทรงยึดศิโยนที่กำบังเข้มแข็งได้ ซึ่งก็คือเมืองของดาวิด 8 ในวันนั้นดาวิดตรัสว่า “ใครจะโจมตีคนเยบุส ก็ให้ผู้นั้นไปตามรางน้ำ ไปสู้คนง่อยและคนตาบอดผู้ซึ่งจิตใจของดาวิดเกลียดชัง” เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงพูดว่า “อย่าให้คนตาบอดและคนง่อยเข้ามาในพระนิเวศ” 9 ดาวิดก็ประทับอยู่ในที่กำบังเข้มแข็ง และเรียกที่นั้นว่าเมืองของดาวิด และดาวิดทรงขยายเมืองให้กว้างออกไป ตั้งแต่แนวกั้นดินเข้าไปข้างใน 10 และดาวิดทรงเจริญยิ่งๆ ขึ้นไป เพราะว่าพระยาห์เวห์พระเจ้าจอมทัพสถิตกับพระองค์ 11 ฮีรามกษัตริย์เมืองไทระทรงส่งพวกผู้สื่อสารมาหาดาวิด และส่งไม้สนสีดาร์ พวกช่างไม้ และพวกช่างสลักหินมาสร้างพระราชวังของดาวิด 12 และดาวิดทรงทราบว่า พระยาห์เวห์ทรงสถาปนาพระองค์ให้เป็นพระราชาเหนืออิสราเอล และพระองค์ได้ทรงยกย่องราชอาณาจักรของพระองค์ ด้วยเห็นแก่อิสราเอลประชากรของพระองค์ 13 ภายหลังที่พระองค์เสด็จจากเฮโบรน ดาวิดทรงได้เหล่านางสนมและพวกมเหสีในเยรูซาเล็มเพิ่มขึ้นอีก และมีราชโอรสและราชธิดาของดาวิดประสูติอีก 14 ต่อไปนี้เป็นรายชื่อราชโอรสของพระองค์ที่ประสูติในเยรูซาเล็มคือ ชัมมุอา โชบับ นาธัน ซาโลมอน 15 อิบฮาร์ เอลีชูอา เนเฟก ยาเฟีย 16 เอลีชามา เอลียาดา และเอลีเฟเลท 17 เมื่อคนฟีลิสเตียได้ยินว่าดาวิดรับการเจิมเป็นพระราชาเหนืออิสราเอล คนฟีลิสเตียทั้งปวงก็ขึ้นไปแสวงหาดาวิด แต่ดาวิดทรงทราบ จึงลงไปยังที่กำบังเข้มแข็ง 18 ฝ่ายคนฟีลิสเตียก็มาและขยายแนวออกที่หุบเขาเรฟาอิม 19 และดาวิดทูลถามพระยาห์เวห์ว่า “ควรที่ข้าพระองค์จะยกขึ้นไปสู้รบกับคนฟีลิสเตียหรือ? พระองค์จะทรงมอบเขาไว้ในมือข้าพระองค์หรือ?” และพระยาห์เวห์ทรงตอบดาวิดว่า “จงขึ้นไปเถิด เพราะเราจะมอบคนฟีลิสเตียไว้ในมือของเจ้าเป็นแน่” 20 ดาวิดเสด็จมายัง บาอัลเปราซิม และดาวิดทรงชนะพวกเขาที่นั่น พระองค์ตรัสว่า “พระยาห์เวห์ทรงทะลวงเหล่าข้าศึกของข้าพเจ้าต่อหน้าข้าพเจ้าดังกระแสน้ำที่พุ่งใส่” เพราะฉะนั้นจึงเรียกชื่อสถานที่นั้นว่า บาอัลเปราซิม 21 และคนฟีลิสเตียได้ทิ้งรูปเคารพที่นั่น ดาวิดกับคนของพระองค์ก็ขนเอาไปเสีย 22 คนฟีลิสเตียยกขึ้นมาอีก และขยายแนวอยู่ในหุบเขาเรฟาอิม 23 และเมื่อดาวิดทูลถามพระยาห์เวห์ พระองค์ตรัสว่า “เจ้าอย่าขึ้นไป แต่จงอ้อมไปข้างหลังของพวกเขา และเข้าถึงพวกเขาตรงหน้าหมู่ต้นยาง 24 และเมื่อเจ้าได้ยินเสียงกระบวนทัพเดินอยู่ที่ข้างหน้าหมู่ต้นยาง เจ้าจงรุกเข้าไป เพราะขณะนั้นพระยาห์เวห์เสด็จไปข้างหน้าเจ้า เพื่อโจมตีกองทัพของคนฟีลิสเตีย” 25 และดาวิดทรงทำตามที่พระยาห์เวห์ทรงบัญชาไว้ และทรงโจมตีคนฟีลิสเตียจากเกบาถึงเกเซอร์ |