ดะ โบ รา และ บา ราค
| Secondary Keywords | Joshua กริฟฟิ Foxley ความเวทนา ชนะ บา ราค พินัยกรรม เก่า เดโบราห์ |
|---|---|
| Scriptures | Judges 4 Judges 5 |
Judges 41 หลังจากเอฮูดสิ้นชีวิตแล้ว คนอิสราเอลก็ทำสิ่งชั่วในสายพระเนตรของพระยาห์เวห์อีก2 พระยาห์เวห์จึงทรงขายพวกเขาไว้ในมือของยาบินกษัตริย์คานาอัน ผู้ทรงครองราชย์อยู่ ณ กรุงฮาโซร์ แม่ทัพของท่านชื่อสิเสรา เป็นชาวเมืองฮาโรเชธฮาโกอิม3 แล้วคนอิสราเอลก็ร้องทุกข์ต่อพระยาห์เวห์ เพราะว่ากษัตริย์ยาบินมีรถรบเหล็ก 900 คัน และได้ข่มเหงคนอิสราเอลอย่างหนักถึง 20 ปี4 ยังมีผู้เผยพระวจนะหญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้วินิจฉัยคนอิสราเอลในเวลานั้น ชื่อเดโบราห์ ภรรยาของลัปปิโดท5 นางเคยนั่งอยู่ใต้ต้นอินทผลัมแห่งเดโบราห์ที่อยู่ระหว่างรามาห์และเบธเอลในแดนเทือกเขาเอฟราอิม และคนอิสราเอลก็ขึ้นมาหานางที่นั่น เพื่อให้ตัดสินคดี6 นางใช้คนไปเรียกบาราคบุตรอาบีโนอัม ให้มาจากเคเดชในนัฟทาลีและกล่าวแก่เขาว่า “พระยาห์เวห์พระเจ้าของอิสราเอลทรงบัญชาท่านว่า ‘จงไปรวบรวมพล 10,000 คน จากเผ่านัฟทาลีและเผ่าเศบูลุนไว้ที่ภูเขาทาโบร์7 และเราจะชักนำสิเสราแม่ทัพของยาบินให้มาพบกับเจ้าที่แม่น้ำคีโชน พร้อมกับรถรบและกองทหารของเขา และเราจะมอบเขาไว้ในมือของเจ้า’ ”8 บาราคจึงตอบนางว่า “ถ้าท่านไปกับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็จะไป ถ้าท่านไม่ไปกับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็ไม่ไป”9 นางจึงตอบว่า “ฉันจะไปกับท่านแน่ แต่ว่าทางที่ท่านไปจะทำให้ท่านไม่ได้รับเกียรติ เพราะว่าพระยาห์เวห์จะขายสิเสราไว้ในมือของหญิงคนหนึ่ง” แล้วนางเดโบราห์ก็ลุกขึ้นไปกับบาราคถึงเมืองเคเดช10 บาราคจึงเรียกเศบูลุนกับนัฟทาลีให้ไปที่เคเดช มีคน 10,000 คนเดินตามขึ้นไปและนางเดโบราห์ก็ไปด้วย11 เฮเบอร์คนเคไนต์ได้แยกตัวออกจากคนเคไนต์ทั้งหลาย คือจากพงศ์พันธุ์ของโฮบับพ่อตาของโมเสส มาตั้งเต็นท์อยู่ไกลออกไปถึงต้นโอ๊กในศานันนิม ซึ่งอยู่ใกล้เมืองเคเดช12 เมื่อมีคนไปแจ้งแก่สิเสราว่า บาราคบุตรอาบีโนอัมขึ้นไปที่ภูเขาทาโบร์แล้ว13 สิเสราก็เรียกรถรบทั้งหมดของท่านออกมา เป็นรถรบเหล็ก 900 คัน รวมกับกองทหารทั้งหมดที่ไปด้วย ยกไปจากเมืองฮาโรเชทฮาโกยิมไปถึงแม่น้ำคีโชน14 นางเดโบราห์จึงกล่าวแก่บาราคว่า “ลุกขึ้นเถิด เพราะว่านี่เป็นวันที่พระยาห์เวห์ทรงมอบสิเสราไว้ในมือของท่าน พระยาห์เวห์เสด็จนำหน้าท่านไปมิใช่หรือ?” บาราคจึงลงไปจากภูเขาทาโบร์พร้อมกับทหาร 10,000 คนติดตามท่านไป15 พระยาห์เวห์ทรงทำให้สิเสราและรถรบทั้งสิ้น อีกทั้งกองทัพทั้งหมดของท่านแตกพ่ายด้วยคมดาบต่อหน้าบาราค แล้วสิเสราก็ลงจากรถรบวิ่งหนีไป16 และบาราคได้ไล่ติดตามรถรบทั้งหลายและกองทัพไปจนถึงฮาโรเชทฮาโกยิม และกองทัพของสิเสราก็ล้มตายสิ้นด้วยคมดาบ ไม่เหลือสักคนเดียว17 สิเสราวิ่งหนีไปถึงเต็นท์ของยาเอลภรรยาของเฮเบอร์คนเคไนต์ เพราะว่ายาบินกษัตริย์เมืองฮาโซร์เป็นไมตรีกันกับพงศ์พันธุ์เฮเบอร์คนเคไนต์18 ยาเอลจึงออกไปต้อนรับสิเสราเรียนว่า “เจ้านายของดิฉัน เชิญแวะเข้ามา เชิญแวะเข้ามาหาดิฉัน อย่ากลัวเลย” สิเสราจึงแวะหานางในเต็นท์ และนางก็คลุมตัวท่านด้วยผ้าห่ม19 ท่านจึงพูดกับนางว่า “ขอน้ำให้เราดื่มสักหน่อยเพราะเรากระหาย” นางก็เปิดถุงหนังเอานมให้ท่านดื่ม และเอาผ้าคลุมท่านไว้20 สิเสราบอกนางว่า “ขอยืนเฝ้าที่ประตูเต็นท์ ถ้ามีใครมาถามว่า ‘มีใครมาพักที่นี่บ้าง?’ จงบอกว่า ‘ไม่มี’ ”21 แต่ยาเอลภรรยาของเฮเบอร์หยิบหลักขึงเต็นท์ ถือค้อนเดินย่องเข้ามา ตอกหลักเข้าที่ขมับของสิเสราทะลุติดดิน ขณะเมื่อสิเสรากำลังหลับสนิทอยู่เพราะความเหน็ดเหนื่อย แล้วสิเสราก็สิ้นชีวิต22 และดูสิ ขณะที่บาราคไล่ติดตามสิเสรา ยาเอลก็ออกไปต้อนรับและเรียนท่านว่า “เชิญเข้ามาเถิด ดิฉันจะชี้ให้ท่านเห็นคนที่ท่านค้นหาอยู่นั้น” บาราคก็เข้าไปเห็นสิเสรานอนสิ้นชีวิตอยู่ มีหลักเต็นท์ในขมับ23 ในวันนั้น พระเจ้าทรงทำให้ยาบินกษัตริย์คานาอันนอบน้อมต่อคนอิสราเอล24 และมือของคนอิสราเอลก็ทำต่อยาบินหนักขึ้นทุกที จนเขาทั้งหลายได้กำจัดยาบินกษัตริย์คานาอันเสีย Judges 51 ในวันนั้น นางเดโบราห์กับบาราคบุตรอาบีโนอัมร้องเพลงว่า2 “จงถวายสาธุการแด่พระยาห์เวห์ เมื่อพวกผู้นำได้นำคนอิสราเอล เมื่อประชาชนอาสาสมัคร3 “กษัตริย์ทั้งหลายขอทรงสดับ เจ้านายทั้งหลายขอจงเงี่ยหูฟัง ข้าพเจ้าเองจะร้องเพลงถวายแด่พระยาห์เวห์ ข้าพเจ้าจะร้องเพลงสรรเสริญพระยาห์เวห์พระเจ้าของอิสราเอล4 “ข้าแต่พระยาห์เวห์ เมื่อพระองค์เสด็จออกจากเสอีร์ เมื่อพระองค์ทรงดำเนินจากถิ่นเอโดม แผ่นดินก็สั่นไหว ท้องฟ้าก็หลั่งริน เออ เมฆก็หลั่งรินฝนลงมา5 ภูเขาทั้งหลายก็ไหวสะท้านเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์ พระเจ้าแห่งภูเขาซีนาย เฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์ พระเจ้าแห่งอิสราเอล6 “ในสมัยชัมการ์บุตรอานาท สมัยยาเอล ทางหลวงก็ว่างเปล่า ผู้สัญจรไปมาก็หลบไปเดินตามทางคดเคี้ยว7 ชาวไร่ชาวนาในอิสราเอลก็หยุด เขาหยุดจนกระทั่งข้าพเจ้าเดโบราห์ขึ้นมา จนข้าพเจ้าขึ้นมาเป็นอย่างมารดาในอิสราเอล8 เมื่อเลือกนับถือพระใหม่ สงครามก็ประชิดเข้ามาถึงประตูเมือง ไม่มีโล่หรือหอกสักอันให้เห็นในพลอิสราเอล 40,000 คน9 ใจข้าพเจ้าอยู่ฝ่ายบรรดาเจ้านายแห่งอิสราเอล ผู้อาสาสมัครท่ามกลางประชาชน จงถวายสาธุการแด่พระยาห์เวห์10 “บรรดาท่านผู้ขี่ลาขาว ผู้นั่งบนผ้าที่ใช้เป็นอาน และผู้สัญจรไปมา จงเล่าขานเถิด11 มีเสียงนักดนตรี ณ ที่ตักน้ำ เขากล่าวถึงชัยชนะของพระยาห์เวห์ คือชัยชนะของชาวไร่ชาวนาในอิสราเอล “แล้วประชากรของพระยาห์เวห์ก็เดินไปที่ประตูเมือง12 “เดโบราห์เอ๋ย ตื่นเถิด ตื่นเถิด ตื่นเถิด ตื่นมาร้องเพลง ลุกขึ้นเถิด บาราค บุตรอาบีโนอัมเอ๋ย พาพวกเชลยของท่านไป13 ครั้งนั้นพวกที่เหลืออยู่ลงมาหาผู้สูงศักดิ์ ประชากรของพระยาห์เวห์ลงมาเพื่อข้าพเจ้าดั่งนักรบ14 จากเอฟราอิม ผู้ถอนรากถอนโคนอามาเลขได้ลงมา พวกเขาเดินตามท่านนะ เบนยามิน ท่ามกลางประชาชนของท่าน จากมาคีร์ ผู้บัญชาการเดินลงมา และจากเศบูลุน ผู้ถือไม้อาญาสิทธิ์ออกมา15 พวกเจ้านายแห่งอิสสาคาร์มากับเดโบราห์ และบาราคทำอย่างไร อิสสาคาร์ก็ทำด้วย พวกเขาเร่งติดตามท่านไปในหุบเขา มีการคิดตัดสินใจครั้งใหญ่ ในตระกูลต่างๆ ของรูเบน16 ทำไมท่านจึงนั่งอยู่ที่คอกแกะ เพื่อฟังเสียงปี่ที่เป่าให้แกะฟัง ในตระกูลต่างๆ ของรูเบน มีการชั่งใจ17 กิเลอาดอยู่ฟากตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน แล้วทำไมดานยังอยู่กับเรือ? อาเชอร์นั่งอยู่ที่ฝั่งทะเล ตั้งบ้านเรือนอยู่ตามท่าเรือของเขา18 เศบูลุนเป็นเผ่าที่เสี่ยงตาย ฝ่ายนัฟทาลีก็เช่นกัน ณ ที่สูงของสนามรบ19 “พอบรรดากษัตริย์มาถึง ก็รบกัน บรรดากษัตริย์คานาอันก็รบ ที่ทาอานาค ริมห้วงน้ำเมกิดโด โดยมิได้ริบเงินเลย20 ดวงดาวก็สู้รบจากสวรรค์ จากวิถีของมัน พวกมันรบกับสิเสรา21 แม่น้ำคีโชนพัดกวาดพวกเขาไป คือแม่น้ำคีโชน แม่น้ำโบราณนั้น จิตใจของข้าเอ๋ย จงเดินต่อไปด้วยความเข้มแข็ง22 “แล้วเสียงกีบม้าก็กระทบแรง โดยม้าของเขาวิ่งควบไป ควบไป23 “ทูตพระยาห์เวห์กล่าวว่า จงสาปแช่งเมโรสเถิด จงสาปแช่งชาวเมืองให้หนัก เพราะพวกเขาไม่ได้ออกมาช่วยพระยาห์เวห์ คือช่วยพระยาห์เวห์สู้ผู้มีกำลังมาก24 “หญิงที่น่าสรรเสริญที่สุดก็คือยาเอล ภรรยาของเฮเบอร์คนเคไนต์ ในพวกผู้หญิงที่อยู่ในเต็นท์ นางน่าสรรเสริญที่สุด25 เขาขอน้ำ เธอก็ให้น้ำนม เธอเอานมข้นใส่ชามอย่างดีมายื่นให้26 เธอเอื้อมมือหยิบหลักเต็นท์ มือขวาของเธอฉวยค้อนใหญ่ เธอตอกสิเสราเข้าทีหนึ่ง เธอบี้ศีรษะของเขา เธอตอกทะลุขมับ27 เขาทรุดตัวล้มลง แน่นิ่งแทบเท้าของนาง แทบเท้าของนาง เขาทรุดตัวล้มลง เขาทรุดตัวลงที่ไหน ที่นั่นเขาล้มลงตาย28 “มารดาของสิเสรามองออกไปทางหน้าต่าง นางจ้องมองผ่านช่องตารางหน้าต่าง ร้องว่า ‘ทำไมหนอ รถรบของเขาจึงมาช้าเหลือเกิน? ทำไมล้อรถของเขาจึงเนิ่นช้าอยู่?’29 บรรดาสตรีสูงศักดิ์และปราดเปรื่องของนางจึงตอบนาง อันที่จริง นางรำพึงตอบตัวเองว่า30 ‘พวกเขาคงกำลังแบ่งของริบที่ได้มากัน หญิงหนึ่งหรือสองคนตกเป็นของชายหนึ่งคน ผ้าย้อมสีที่ริบมาเป็นของสิเสรา ผ้าย้อมสีที่ปักลวดลาย ผ้าย้อมสีที่ปักลวดลายสองหน้าสำหรับพันคอของข้าเป็นของที่ริบมา’31 ข้าแต่พระยาห์เวห์ ขอให้ศัตรูทั้งสิ้นของพระองค์พินาศดังนี้ แต่ขอให้ผู้ที่รักพระองค์เป็นดั่งดวงตะวันเมื่อโผล่ขึ้นด้วยอานุภาพ และแผ่นดินก็สงบสุขอยู่ 40 ปี | |








