อาหารและโชคชะตา
| Scriptures | Daniel 18 But Daniel resolved that he would not defile himself with the king's food, or with the wine that he drank. Therefore he asked the chief of the eunuchs to allow him not to defile himself. 9 And God gave Daniel favor and compassion in the sight of the chief of the eunuchs, 10 and the chief of the eunuchs said to Daniel, “I fear my lord the king, who assigned your food and your drink; for why should he see that you were in worse condition than the youths who are of your own age? So you would endanger my head with the king.” 11 Then Daniel said to the steward whom the chief of the eunuchs had assigned over Daniel, Hananiah, Mishael, and Azariah, 12 “Test your servants for ten days; let us be given vegetables to eat and water to drink. 13 Then let our appearance and the appearance of the youths who eat the king's food be observed by you, and deal with your servants according to what you see.” 14 So he listened to them in this matter, and tested them for ten days. 15 At the end of ten days it was seen that they were better in appearance and fatter in flesh than all the youths who ate the king's food. 16 So the steward took away their food and the wine they were to drink, and gave them vegetables. Deuteronomy 141 “ท่านทั้งหลายเป็นบุตรของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน ห้ามเชือดเนื้อตัวเอง หรือทำหน้าผากให้โล้นเพื่อคนตาย 2 เพราะท่านเป็นชนชาติบริสุทธิ์แด่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน และเป็นผู้ที่พระยาห์เวห์ได้ทรงเลือกจากประชาชาติทั้งสิ้นที่อยู่บนพื้นโลก ให้เป็นชนชาติของพระองค์ เป็นของล้ำค่าของพระองค์ 3 “ห้ามรับประทานสิ่งพึงรังเกียจ 4 สัตว์ต่อไปนี้พวกท่านรับประทานได้ คือ โค แกะ แพะ 5 กวาง ละมั่ง อีเก้ง แพะป่า สมัน เลียงผา และแกะป่า 6 ท่านรับประทานสัตว์ทุกชนิด ที่แยกกีบและกีบผ่าออกเป็นสองและเคี้ยวเอื้องได้ 7 แต่ในจำพวกสัตว์เคี้ยวเอื้อง หรือมีกีบผ่านั้น ห้ามรับประทานสัตว์ต่อไปนี้ คือ อูฐ กระต่าย กระจงผา เพราะว่าสัตว์เหล่านี้เคี้ยวเอื้อง แต่กีบไม่ผ่า จึงเป็นสัตว์มลทินแก่ท่าน 8 และหมูด้วย เพราะหมูมีกีบผ่าแต่ไม่เคี้ยวเอื้อง จึงเป็นสัตว์มลทินแก่ท่าน ห้ามรับประทานเนื้อของมัน และห้ามแตะต้องซากของมัน 9 “สัตว์เหล่านี้ที่ถูกแยกจากสัตว์ที่อยู่ในน้ำทั้งหมด ท่านรับประทานได้ คือ ทุกสิ่งที่มีครีบและเกล็ด ท่านรับประทานได้ 10 แต่ทุกสิ่งที่ไม่มีครีบและเกล็ด ห้ามรับประทาน เป็นสัตว์มลทินแก่ท่าน 11 “นกสะอาดทุกชนิดท่านรับประทานได้ 12 แต่นกเหล่านี้ห้ามรับประทานคือ นกอินทรี นกแร้งหนวดแพะ นกออก 13 เหยี่ยวหางยาว เหยี่ยวดำ ตามชนิดของมัน 14 นกกาทั้งหมดตามชนิดของมัน 15 นกกระจอกเทศ นกเค้าโมง นกนางนวล เหยี่ยวนกเขาตามชนิดของมัน 16 นกเค้าแมวเล็ก นกทึดทือ นกอีโก้ง 17 นกกระทุง แร้ง และนกอ้ายงั่ว 18 นกกระสาดำ นกกระสาตามชนิดของมัน นกหัวขวานและค้างคาว 19 แมลงมีปีกซึ่งคลานทุกชนิดเป็นสัตว์มลทินแก่ท่าน ห้ามรับประทาน 20 สัตว์มีปีกที่สะอาดทุกชนิดท่านรับประทานได้ 21 “ห้ามรับประทานสัตว์ทุกชนิดที่ตายเอง ท่านจะให้แก่คนต่างด้าวที่อยู่ภายในเมืองของท่านรับประทานก็ได้ หรือท่านจะขายให้แก่คนต่างชาติก็ได้ เพราะว่าท่านเป็นชนชาติบริสุทธิ์แด่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านทั้งหลาย “ห้ามต้มลูกแพะด้วยน้ำนมแม่ของมัน 22 “ท่านจงถวายทศางค์ของผลิตผลจากพืชพันธุ์ที่ได้ในนาของท่านแต่ละปี 23 ท่านจงรับประทานทศางค์ที่ได้จากข้าว เหล้าองุ่น และน้ำมันของท่าน และผลรุ่นแรกจากฝูงโคและฝูงแพะแกะของท่าน เฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านในสถานที่ซึ่งพระองค์ทรงเลือกไว้ เพื่อให้พระนามของพระองค์ประทับที่นั่นเพื่อท่านจะได้เรียนรู้ที่จะยำเกรงพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านเสมอ 24 ถ้าระยะทางไกลเกินไป จนท่านไม่สามารถนำทศางค์มาได้ เพราะสถานที่ซึ่งพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านทรงเลือกเพื่อเป็นที่สถาปนาพระนามของพระองค์นั้นอยู่ห่างไกลจากท่านเกินไป เมื่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านทรงอวยพรแก่ท่าน 25 ท่านจงขายของนั้นเอาเงินและห่อเงินถือไว้ และไปยังสถานที่ซึ่งพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านได้ทรงเลือกไว้ 26 และเอาเงินนั้นซื้อสิ่งใดๆ ที่ท่านปรารถนา จะเป็นโค แกะ หรือเหล้าองุ่น หรือสุรา และสิ่งใดๆ ที่ท่านอยากรับประทาน และท่านจงรับประทานที่นั่นเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน และจงยินดีทั้งตัวท่านและครอบครัวของท่านด้วย 27 ห้ามทอดทิ้งคนเลวีซึ่งอยู่ในเมืองของท่าน เพราะเขาไม่มีส่วนแบ่งหรือมรดกกับท่าน 28 “เมื่อครบทุกสามปีท่านจงนำทศางค์ทั้งหมดจากพืชผลที่ได้ในปีนั้นมาสะสมไว้ในเมืองของท่าน 29 คนเลวี เพราะเขาไม่มีส่วนแบ่งหรือมรดกอย่างท่าน และคนต่างด้าวและลูกกำพร้า และแม่ม่าย ผู้ซึ่งอยู่ภายในเมืองของท่าน จะได้มารับประทานอย่างอิ่มหนำ เพื่อว่าพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านจะทรงอวยพรแก่บรรดากิจการซึ่งมือของท่านได้ทำนั้น Genesis 72 จงเอาสัตว์ใช้งานที่ไม่เป็นมลทินทุกชนิดไปกับเจ้าด้วยอย่างละเจ็ดคู่ทั้งตัวผู้และตัวเมีย และสัตว์ใช้งานที่เป็นมลทินอย่างละคู่ทั้งตัวผู้และตัวเมีย Leviticus 111 พระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสและอาโรนว่า 2 “จงกล่าวแก่คนอิสราเอลว่า สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ที่ถูกแยกจากบรรดาสัตว์อื่นที่อยู่ในโลก เจ้าทั้งหลายรับประทานได้คือ 3 บรรดาสัตว์ที่แยกกีบ มีกีบผ่า และเคี้ยวเอื้องด้วย เจ้ารับประทานได้ 4 อย่างไรก็ตาม ห้ามรับประทานสัตว์ต่อไปนี้ที่เคี้ยวเอื้องหรือแยกกีบอย่างเดียวคือ อูฐ เพราะมันเคี้ยวเอื้องแต่ไม่แยกกีบ เป็นสัตว์ที่เป็นมลทินสำหรับเจ้า 5 ตัวกระจงผา เพราะว่ามันเคี้ยวเอื้องแต่ไม่แยกกีบ เป็นสัตว์ที่เป็นมลทินสำหรับเจ้า 6 กระต่าย เพราะว่ามันเคี้ยวเอื้องแต่ไม่แยกกีบ เป็นสัตว์ที่เป็นมลทินสำหรับเจ้า 7 หมู เพราะมันเป็นสัตว์แยกกีบและมีกีบผ่าแต่ไม่เคี้ยวเอื้อง จึงเป็นสัตว์ที่เป็นมลทินสำหรับเจ้า 8 ห้ามรับประทานเนื้อของสัตว์เหล่านี้ และห้ามแตะต้องซากของมัน มันเป็นสิ่งที่เป็นมลทินสำหรับเจ้า 9 “สัตว์เหล่านี้ที่ถูกแยกจากสัตว์ที่อยู่ในน้ำทั้งหมด เจ้ารับประทานได้ คือ ทุกสิ่งซึ่งอยู่ในน้ำซึ่งมีครีบและมีเกล็ด ไม่ว่าจะอยู่ในทะเลหรือในแม่น้ำก็ตาม เจ้ารับประทานได้ 10 แต่ทุกสิ่งที่อยู่ในน้ำทะเลหรือแม่น้ำ ซึ่งไม่มีครีบและเกล็ด จะเป็นสัตว์ที่เคลื่อนที่ติดพื้น หรือสัตว์อื่นที่มีชีวิตในน้ำ เป็นสัตว์ที่พึงรังเกียจสำหรับเจ้า 11 ให้คงเป็นสัตว์ที่พึงรังเกียจสำหรับเจ้า ห้ามรับประทานเนื้อของมัน และจงรังเกียจซากของมัน 12 ทุกสิ่งที่อยู่ในน้ำซึ่งไม่มีครีบและเกล็ด เป็นสิ่งพึงรังเกียจสำหรับเจ้า 13 “ต่อไปนี้เป็นนกซึ่งเจ้าพึงรังเกียจ ห้ามรับประทาน มันเป็นสัตว์ที่พึงรังเกียจ คือ นกอินทรี นกแร้ง นกออก 14 นกเหยี่ยวหางยาว เหยี่ยวดำตามชนิดของมัน 15 นกกาทั้งหมดตามชนิดของมัน 16 นกกระจอกเทศ นกเค้าโมง นกนางนวล เหยี่ยวนกเขาตามชนิดของมัน 17 นกเค้าแมวเล็ก นกอ้ายงั่ว นกทึดทือ 18 นกอีโก้ง นกกระทุง แร้งเล็ก 19 นกกระสาดำ นกกระสาตามชนิดของมัน นกหัวขวาน และค้างคาว 20 “แมลงมีปีกซึ่งคลานสี่ขา เป็นสัตว์ที่พึงรังเกียจสำหรับเจ้า 21 แต่ในบรรดาแมลงมีปีกที่คลานสี่ขานี้ เจ้าจะรับประทานจำพวกที่มีขาพับใช้กระโดดไปบนดินได้ 22 ในจำพวกแมลงต่อไปนี้เจ้ารับประทานได้ ตั๊กแตนปาทังก้าตามชนิดของมัน จิ้งหรีดตามชนิดของมัน จักจั่นตามชนิดของมัน และตั๊กแตนตามชนิดของมัน 23 แต่แมลงมีปีกอย่างอื่นซึ่งมีสี่ขา เป็นสัตว์ที่พึงรังเกียจสำหรับเจ้า 24 “สิ่งต่อไปนี้ทำให้เจ้าเป็นมลทินได้ คือคนที่แตะต้องซากของมันจะเป็นมลทินไปถึงเวลาเย็น 25 คนที่ถือซากสัตว์ส่วนใดๆ ไป ต้องซักเสื้อผ้าของตน และเป็นมลทินไปจนถึงเวลาเย็น 26 สัตว์แยกกีบแต่ไม่มีกีบผ่าไม่เคี้ยวเอื้อง เป็นสัตว์ที่เป็นมลทินสำหรับเจ้า คนที่แตะต้องสัตว์เหล่านี้จะเป็นมลทิน 27 ในบรรดาสัตว์สี่เท้าทุกอย่างซึ่งเดินด้วยอุ้งเท้า เป็นสัตว์ที่เป็นมลทินสำหรับเจ้า ผู้ที่แตะต้องซากสัตว์นี้จะต้องเป็นมลทินไปถึงเวลาเย็น 28 ผู้ที่แบกซากมันไปจะต้องซักเสื้อผ้าของตน และเป็นมลทินไปจนถึงเวลาเย็น สิ่งเหล่านี้เป็นมลทินสำหรับเจ้า 29 “บรรดาสัตว์เล็กที่เคลื่อนไปเป็นฝูงๆ บนแผ่นดินชนิดต่อไปนี้ เป็นสัตว์ที่เป็นมลทินสำหรับเจ้า คือ อีเห็น หนู ตัวเงินตัวทอง ตามชนิดของมัน 30 ตุ๊กแก ตะกวด แย้ จิ้งเหลน และกิ้งก่า 31 บรรดาสัตว์ที่เคลื่อนที่ติดพื้นดินเหล่านี้เป็นมลทินสำหรับเจ้า คนที่แตะต้องเมื่อมันตายแล้ว คนนั้นจะเป็นมลทินไปถึงเวลาเย็น 32 และเมื่อมันตายตกทับสิ่งใด สิ่งนั้นก็เป็นมลทิน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เป็นไม้ หรือเสื้อผ้า หรือหนังสัตว์ หรือกระสอบ หรือภาชนะใดๆ ที่ใช้เพื่อประโยชน์อย่างใด จะต้องแช่น้ำ และจะเป็นมลทินไปจนถึงเวลาเย็น หลังจากนั้นก็นับว่าสะอาดได้ 33 และถ้ามันตกลงไปในภาชนะดิน สิ่งที่อยู่ในภาชนะนั้นจะเป็นมลทิน จงทุบภาชนะนั้นเสีย 34 อาหารที่เคยนับว่าสะอาด แต่ถูกน้ำจากภาชนะนั้น ก็เป็นมลทิน และน้ำดื่มทั้งสิ้นจากภาชนะอย่างนี้จะเป็นมลทิน 35 ถ้าส่วนของซากสัตว์ตกใส่สิ่งใดๆ สิ่งนั้นๆ ก็เป็นมลทิน ไม่ว่าจะเป็นเตาอบหรือฐานเตา ต้องทุบเสีย สิ่งเหล่านี้เป็นมลทิน และเป็นของที่เป็นมลทินสำหรับเจ้า 36 อย่างไรก็ตาม น้ำพุหรือน้ำในแอ่งเก็บน้ำเป็นของสะอาด แต่สิ่งใดที่แตะต้องซากสัตว์ที่ตกในน้ำนั้นจะเป็นมลทิน 37 ถ้าส่วนใดของซากสัตว์ตกใส่เมล็ดพืชที่ใช้หว่าน เมล็ดพืชนั้นนับว่าสะอาด 38 ถ้าเทน้ำใส่เมล็ดพืชนั้น แล้วซากสัตว์ส่วนใดตกใส่เมล็ดพืชนั้น ก็เป็นมลทินสำหรับเจ้า 39 “ถ้าสัตว์ซึ่งเจ้ารับประทานได้นั้นตายเอง คนที่แตะต้องซากสัตว์นั้นจะเป็นมลทินไปจนถึงเวลาเย็น 40 และคนที่รับประทานซากนั้นจะต้องซักเสื้อผ้าของเขาเสีย และเป็นมลทินไปจนถึงเวลาเย็น คนที่แบกซากนั้นไปก็ต้องซักเสื้อผ้าของตน และเป็นมลทินไปจนถึงเวลาเย็น 41 “บรรดาสัตว์ที่เคลื่อนที่ติดพื้นดินเป็นสิ่งพึงรังเกียจ ห้ามรับประทาน 42 สัตว์ชนิดใดๆ ที่เลื้อยไปด้วยท้อง หรือที่เดินสี่ขา หรือที่มีหลายขาคือ บรรดาสัตว์ที่เคลื่อนที่ติดพื้นดิน ห้ามเจ้ารับประทาน เพราะเป็นสิ่งพึงรังเกียจสำหรับเจ้า 43 อย่าทำให้ตัวเองเป็นที่พึงรังเกียจด้วยบรรดาสัตว์เล็กที่เคลื่อนไปเป็นฝูงๆ บนแผ่นดิน ห้ามทำตัวให้เป็นมลทินด้วยสิ่งเหล่านี้เลย เกรงว่าเจ้าจะเป็นมลทินไปด้วย 44 เพราะเราคือยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า จงชำระตัวให้บริสุทธิ์เพื่อเจ้าจะบริสุทธิ์ เพราะเราบริสุทธิ์ เจ้าอย่าทำตัวให้เป็นมลทินด้วยบรรดาสัตว์เล็กที่เคลื่อนไปเป็นฝูงๆ บนแผ่นดิน 45 เพราะเราคือยาห์เวห์ผู้นำเจ้าออกจากแผ่นดินอียิปต์ เพื่อเป็นพระเจ้าของเจ้า เพราะฉะนั้นเจ้าจึงต้องบริสุทธิ์ เพราะเราบริสุทธิ์” 46 เหล่านี้เป็นกฎกล่าวถึงเรื่องสัตว์และนก และสิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนไหวไปมาในน้ำ และสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่เลื้อยคลานบนแผ่นดิน 47 เพื่อให้แยกแยะระหว่างสิ่งที่เป็นมลทินและสิ่งที่สะอาด และระหว่างสิ่งมีชีวิตที่รับประทานได้ และสิ่งมีชีวิตที่รับประทานไม่ได้ |
|---|