ความ ชั่ว ร้าย ของ การ ขาด ความ อด ทน
| Secondary Keywords | ชาวโรมัน ตัวอักษร พินัยกรรม สร้างใหม่ โครินธ์ |
|---|---|
| Scriptures | 1 Corinthians 131 แม้ข้าพเจ้าจะพูดภาษาแปลกๆ ที่เป็นภาษามนุษย์หรือทูตสวรรค์ได้ แต่ไม่มีความรัก ข้าพเจ้าเป็นเหมือนฆ้องหรือฉาบที่กำลังส่งเสียง 2 แม้ข้าพเจ้าจะเผยพระวจนะได้ จะรู้ความล้ำลึกทุกอย่างและมีความรู้ทั้งสิ้น และแม้จะมีความเชื่อมากยิ่งที่จะย้ายภูเขาไปได้ แต่ไม่มีความรัก ข้าพเจ้าก็ไม่มีค่าอะไรเลย 3 แม้ข้าพเจ้าจะบริจาคสิ่งของของข้าพเจ้าทุกอย่างหรือยอมให้เอาตัวไปเผาไฟ แต่ไม่มีความรัก ก็จะไม่เป็นประโยชน์กับข้าพเจ้า 4 ความรักนั้นก็อดทนนานและมีใจปรานี ความรักไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง 5 ไม่หยาบคาย ไม่เห็นแก่ตัว ไม่ฉุนเฉียว ไม่ช่างจดจำความผิด 6 ไม่ชื่นชมยินดีในความอธรรม แต่ชื่นชมยินดีในความจริง 7 ความรักทนได้ทุกอย่าง เชื่ออยู่เสมอ มีความหวังและความทรหดอดทนอยู่เสมอ 8 ความรักไม่มีวันเสื่อมสูญ แม้การเผยพระวจนะก็จะเสื่อมสลายไป แม้การพูดภาษาแปลกๆ ก็จะเลิกพูดกัน แม้วิชาความรู้ก็จะเสื่อมสลายไป 9 เพราะว่าเรารู้เพียงบางส่วน และก็เผยพระวจนะเพียงบางส่วน 10 แต่เมื่อความสมบูรณ์มาถึงแล้ว ที่เป็นเพียงบางส่วนนั้นก็จะสูญไป 11 เมื่อข้าพเจ้ายังเป็นเด็ก ข้าพเจ้าพูดอย่างเด็ก คิดอย่างเด็ก หาเหตุผลอย่างเด็ก แต่เมื่อข้าพเจ้าเป็นผู้ใหญ่ ข้าพเจ้าก็เลิกอาการของเด็ก 12 เพราะว่าเวลานี้เราเห็นสลัวๆ เหมือนดูในกระจก แต่ในเวลานั้นจะเห็นแบบหน้าต่อหน้า เวลานี้ข้าพเจ้ารู้เพียงบางส่วน แต่เวลานั้นข้าพเจ้าจะรู้แจ้งเหมือนพระองค์ทรงรู้จักข้าพเจ้า 13 และบัดนี้ ทั้งสามสิ่งนี้ยังดำรงอยู่ คือความเชื่อ ความหวัง และความรัก แต่ความรักนั้นใหญ่ที่สุดในสามสิ่งนี้ Proverbs 231 เมื่อเจ้านั่งรับประทานกับผู้ครอบครอง จงสังเกตให้ดีว่าอะไรอยู่ข้างหน้าเจ้า 2 เจ้าจงบังคับตัวไว้ ถ้าเจ้าเป็นคนตะกละ 3 อย่าปรารถนาของโอชะของผู้ครอบครองนั้น เพราะมันเป็นอาหารที่หลอกลวง 4 อย่าโหมงานจนอ่อนล้าเพื่อจะเป็นคนมั่งมี จงฉลาดพอที่จะหยุดพัก 5 เมื่อเจ้าเหลือบตามองทรัพย์นั้น มันก็หายไปแล้วไม่ใช่หรือ? เพราะแน่นอนทีเดียวมันจะสร้างปีกขึ้นมา มันจะบินไปในท้องฟ้าเหมือนนกอินทรี 6 อย่ากินอาหารของคนตระหนี่ อย่าปรารถนาของโอชะของเขา 7 เพราะเขาคอยนับอยู่ในใจ เขาพูดกับเจ้าว่า “จงกินและดื่มเถิด” แต่ใจของเขาไม่ได้อยู่กับเจ้า 8 เจ้าจะสำรอกอาหารซึ่งเจ้าได้กินเข้าไปนั้น และเสียถ้อยคำอ่อนหวานของเจ้าไปเปล่าๆ 9 อย่าพูดให้คนโง่ได้ยิน เพราะเขาจะดูหมิ่นปัญญาแห่งถ้อยคำของเจ้า 10 อย่าย้ายหลักเขตเก่าแก่ และอย่ารุกล้ำไร่นาของลูกกำพร้า 11 เพราะพระผู้ไถ่ของลูกกำพร้านั้นแข็งแรง พระองค์จะทรงสู้ความกับเจ้าในคดีของพวกเขา 12 จงเปิดใจรับคำสั่งสอน และจงเงี่ยหูฟังถ้อยคำแห่งความรู้ 13 อย่าละเลยการตีสอนเด็ก เพราะถ้าเจ้าตีเขาด้วยไม้เรียว เขาจะไม่ตาย 14 ถ้าเจ้าตีเขาด้วยไม้เรียว เจ้าจะช่วยชีวิตเขาให้พ้นจากแดนคนตาย 15 ลูกเอ๋ย ถ้าใจของเจ้ามีปัญญา ใจของข้าเองก็จะยินดีด้วย 16 จิตใจของข้าจะเปรมปรีดิ์ เมื่อปากของเจ้าพูดสิ่งที่ถูกต้อง 17 เจ้าอย่าริษยาคนบาป แต่จงยำเกรงพระยาห์เวห์ตลอดเวลา 18 เพราะแน่นอนมีอนาคตสำหรับเจ้า และความหวังของเจ้าจะไม่สลาย 19 ลูกเอ๋ย เจ้าจงฟัง และจงมีปัญญา และจงนำใจของเจ้าไปในทางนั้น 20 อย่ามั่วสุมกับคนขี้เหล้า หรือกับคนตะกละกินเนื้อ 21 เพราะคนขี้เมาและคนตะกละจะมาถึงความยากจน และความง่วงเหงาจะเอาผ้าขี้ริ้วห่มคนนั้น 22 จงฟังบิดาผู้ให้กำเนิดเจ้า และอย่าดูหมิ่นมารดาเมื่อนางแก่ 23 จงซื้อความจริงและอย่าขายไปเสีย จงซื้อปัญญา คำสั่งสอน และความรอบรู้ 24 บิดาของคนชอบธรรมจะเปรมปรีดิ์อย่างยิ่ง คนที่ให้กำเนิดบุตรที่มีปัญญาจะยินดีในเขา 25 จงให้บิดามารดาของเจ้ายินดี จงให้ผู้ที่คลอดเจ้าเปรมปรีดิ์ 26 ลูกเอ๋ย ขอใจของเจ้าให้ข้าเถอะ และให้ตาของเจ้าสังเกตดูทางของข้า 27 เพราะหญิงโสเภณีเป็นหลุมลึก และหญิงสำส่อนเป็นบ่อแคบ 28 นางหมอบคอยอยู่เหมือนโจร และทำให้มีคนไม่ซื่อตรงเพิ่มขึ้นในหมู่ผู้ชาย 29 ใครที่ร้องโอย? ใครที่ร้องอุย? ใครมีเรื่องวิวาท? ใครบ่นพึมพำ? ใครมีแผลโดยไม่จำเป็น? ใครมีตาแดงก่ำ? 30 คือพวกที่นั่งแช่อยู่กับเหล้าองุ่น พวกที่ไปลิ้มลองเหล้าประสม 31 อย่ามองดูเหล้าองุ่นเมื่อมันมีสีแดง เมื่อมันเปล่งประกายในถ้วย และมันไหลลงไปอย่างคล่องคอ 32 ในที่สุดมันจะกัดเหมือนงู และฝังเขี้ยวเหมือนงูทับทาง 33 ตาของเจ้าจะเห็นสิ่งแปลกๆ และใจของเจ้าจะพูดตลบตะแลง 34 เจ้าจะเป็นเหมือนคนที่นอนอยู่ใจกลางทะเล อย่างคนที่นอนอยู่บนยอดเสากระโดง 35 เจ้าจะว่า “พวกเขาตีข้า แต่ข้าไม่เจ็บ พวกเขาทุบข้า แต่ข้าไม่รู้สึก ข้าจะตื่นเมื่อไรหนอ? ข้าจะแสวงหาการดื่มอีก” |