เอษ รา ประกาศ
| Secondary Keywords | Esther Ezra กลับ กะลา การเนรเทศ การเป็นเชลย พระธรรมเทศนา พินัยกรรม เก่า |
|---|---|
| Scriptures | Ezra 101 ขณะเอสราอธิษฐานและสารภาพร้องไห้ทิ้งตัวลงต่อหน้าพระนิเวศของพระเจ้า มีชุมนุมชนหมู่ใหญ่มากทั้งชายหญิงและเด็ก จากอิสราเอลประชุมต่อหน้าท่าน เพราะประชาชนร้องไห้อย่างขมขื่น 2 และเชคานิยาห์บุตรเยฮีเอล พงศ์พันธุ์เอลามกล่าวกับเอสราว่า “พวกเราได้ทำผิดต่อพระเจ้าของเราไปแล้ว และได้แต่งงานกับหญิงต่างชาติจากชนชาติต่างๆ ของแผ่นดินนี้ แต่ถึงจะมีเรื่องอย่างนี้ ก็ยังมีความหวังในอิสราเอลอยู่ 3 เพราะฉะนั้น ให้เราทำพันธสัญญากับพระเจ้าของเรา ที่จะทิ้งภรรยาเหล่านี้และลูกๆ ซึ่งเกิดมาจากพวกนางเสีย ตามคำปรึกษาของเจ้านายของข้าพเจ้า และของบรรดาผู้ยำเกรงพระบัญญัติของพระเจ้าของเรา และขอให้ทำตามกฎหมายเถิด 4 จงลุกขึ้น เพราะเป็นหน้าที่ของท่าน และพวกเราจะสนับสนุนท่าน ขอจงเข้มแข็งและทำไปเถิด” 5 แล้วเอสราได้ลุกขึ้นให้พวกปุโรหิตใหญ่และเลวีและอิสราเอลทั้งหมดทำสัตย์สาบานว่า เขาจะทำตามที่ได้พูดแล้ว พวกเขาจึงทำสัตย์สาบาน 6 แล้วเอสราก็ลุกขึ้นไปจากพระนิเวศของพระเจ้า เข้าไปในห้องของเยโฮฮานันบุตรเอลียาชีบ เมื่อมาถึงที่นั่นแล้วก็ไม่รับประทานขนมปังหรือดื่มน้ำ เพราะท่านโศกเศร้าด้วยเรื่องการละเมิดของพวกเชลยที่กลับมา 7 และพวกเขาก็ป่าวร้องทั่วยูดาห์และเยรูซาเล็ม แก่พวกเชลยที่ได้กลับมาทั้งสิ้นว่า ให้มาชุมนุมกันที่เยรูซาเล็ม 8 และถ้าใครไม่มาภายในสามวัน ตามคำสั่งของพวกหัวหน้าและพวกผู้ใหญ่จะต้องริบทรัพย์สมบัติของเขาเสียทั้งสิ้น และเขาจะถูกตัดออกจากชุมนุมชนของพวกเชลย 9 และผู้ชายทุกคนของยูดาห์และเบนยามินได้ชุมนุมกันที่เยรูซาเล็มภายในสามวัน (ในเดือนที่เก้า ณ วันที่ยี่สิบของเดือนนั้น) และประชาชนทั้งปวงนั่งอยู่ที่ลานหน้าพระนิเวศของพระเจ้า ตัวสั่นสะท้านด้วยเรื่องนี้ และเพราะฝนตกหนัก 10 และเอสราปุโรหิตได้ลุกขึ้นพูดกับพวกเขาว่า “พวกท่านได้ละเมิดและได้แต่งงานกับหญิงต่างชาติ จึงได้ทวีความผิดของอิสราเอล 11 เหตุฉะนั้น จงสารภาพต่อพระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของท่าน และทำตามชอบพระทัยของพระองค์ จงแยกตัวท่านออกเสียจากชนชาติต่างๆ แห่งแผ่นดินและจากภรรยาต่างชาติ” 12 แล้วชุมนุมชนทั้งสิ้นได้ตอบด้วยเสียงดังว่า “ถูกแล้ว เราต้องทำตามที่ท่านพูด” 13 แต่มีประชาชนมากและเป็นเวลาที่ฝนตกหนัก เราอยู่กลางแจ้งไม่ไหว และงานนี้ทำไม่ได้ภายในวันสองวันเพราะเราได้ละเมิดอย่างมากในเรื่องนี้ 14 ขอให้เจ้าหน้าที่ของเราทำการแทนชุมนุมชนทั้งสิ้น และให้บรรดาคนในเมืองของเราที่มีภรรยาต่างชาติมาตามเวลากำหนด พร้อมกับพวกผู้ใหญ่และผู้วินิจฉัยของทุกเมือง จนกว่าพระพิโรธอันแรงกล้าของพระเจ้าของเรา ที่ทรงมีในเรื่องนี้หันไปจากพวกเรา” 15 โยนาธานบุตรอาสาเฮล และยาไซอาห์บุตรทิกวาห์เท่านั้นที่คัดค้านเรื่องนี้และเมชุลลามกับชับเบธัย ชนเลวีสนับสนุนเขาทั้งสอง 16 แล้วพวกที่ถูกกวาดไปเป็นเชลยซึ่งกลับมาก็ได้ทำตามนั้น เอสราปุโรหิตได้เลือกชายบางคนที่เป็นหัวหน้าของตระกูลตามสกุล แต่ละคนตามที่ระบุชื่อไว้ ในวันที่หนึ่งของเดือนที่สิบ เขานั่งประชุมกันพิจารณาเรื่องนี้ 17 พอถึงวันที่หนึ่งของเดือนที่หนึ่ง พวกเขาก็เสร็จสิ้นเรื่องชายทุกคนที่ได้แต่งงานกับหญิงต่างชาติ 18 จากพงศ์พันธุ์ของปุโรหิตผู้ได้แต่งงานกับหญิงต่างชาติ จากพงศ์พันธุ์เยชูอาบุตรโยซาดัก และพี่น้องของท่านพบว่า มี มาอาเสยาห์ เอลีเอเซอร์ ยารีบและเกดาลิยาห์ 19 เขาทั้งหลายปฏิญาณตนว่าเขาจะทิ้งภรรยาของเขาเสีย และเครื่องบูชาชดใช้บาปของเขา คือแกะผู้ตัวหนึ่งจากฝูงแพะแกะ เพื่อชำระความผิดของเขา 20 จากพงศ์พันธุ์อิมเมอร์ มี ฮานานีและเศบาดิยาห์ 21 จากพงศ์พันธุ์ฮาริม มี มาอาเสยาห์ เอลียาห์ เชไมยาห์ เยฮีเอล และอุสซียาห์ 22 จากพงศ์พันธุ์ปาชเฮอร์ มี เอลีโอนัย มาอาเสยาห์ อิชมาเอล เนธันเอล โยซาบาด และเอลาสาห์ 23 จากพวกชนเลวี มี โยซาบาด ชิเมอี เคลายาห์ (คือเคลิทา) เปธาหิยาห์ ยูดาห์ และเอลีเอเซอร์ 24 จากพวกนักร้อง มี เอลียาชีบ จากคนเฝ้าประตู มี ชัลลูม เทเลม และอุรี 25 และจากพวกอิสราเอล คือจากพงศ์พันธุ์ปาโรช มี รามียาห์ อิสซียาห์ มัลคียาห์ มิยามิน เอเลอาซาร์ มัลคีอาห์ และเบไนยาห์ 26 จากพงศ์พันธุ์เอลามคือ มัทธานิยาห์ เศคาริยาห์ เยฮีเอล อับดี เยเรโมท เอลียาห์ 27 จากพงศ์พันธุ์ศัทธู มี เอลีโอนัย เอลียาชีบ มัทธานิยาห์ เยเรโมท ศาบาด และอาซีซา 28 จากพงศ์พันธุ์เบบัย มี เยโฮฮานัน ฮานันยาห์ ศับบัย อัทลัย 29 จากพงศ์พันธุ์บานี มี เมชุลลาม มัลลูค อาดายาห์ ยาชูบ เชอัล และเยเรโมท 30 จากพงศ์พันธุ์ปาหัทโมอับ มี อัดนา เคลาล เบไนยาห์ มาอาเสยาห์ มัทธานิยาห์ เบซาเลล บินนุย และมนัสเสห์ 31 จากพงศ์พันธุ์ฮาริม มี เอลีเอเซอร์ อิสชียาห์ มัลคียาห์ เชไมยาห์ ชิเมโอน 32 เบนยามิน มัลลูค เชมาริยาห์ 33 จากพงศ์พันธุ์ฮาชูม มี มัทเธนัย มัทธัตตาห์ ศาบาด เอลีเฟเลท เยเรมัย มนัสเสห์ และชิเมอี 34 จากพงศ์พันธุ์บานี มี มาอาดัย อัมราม อูเอล 35 เบไนยาห์ เบดัยยาห์ เคลุฮี 36 วานิยาห์ เมเรโมท เอลียาชีบ 37 มัทธานิยาห์ มัทเธนัย ยาอาสุ 38 บานี จากพงศ์พันธุ์บินนุย ชิเมอี 39 เชเลมิยาห์ นาธัน อาดายาห์ 40 มัคนาเดบัย ชาชัย ชารัย 41 อาซาเรล เชเลมิยาห์ เชมาริยาห์ 42 ชัลลูม อามาริยาห์ และโยเซฟ 43 จากพงศ์พันธุ์เนโบ มี เยอีเอล มัททีธิยาห์ ศาบาด เศบินา ยาดดัย โยเอล และเบไนยาห์ 44 บุคคลทั้งหมดเหล่านี้ได้แต่งงานกับหญิงต่างชาติ บางคนมีบุตรเกิดจากภรรยาเหล่านั้นด้วย Ezra 91 ภายหลังเหตุการณ์เหล่านี้ พวกหัวหน้าก็เข้ามาหาข้าพเจ้า กล่าวว่า “ชนชาติอิสราเอลและบรรดาปุโรหิตกับคนเลวี ไม่ได้แยกตนออกจากชนชาติทั้งหลายของแผ่นดินเหล่านั้น กับการน่าเกลียดน่าชังของเขา คือจากคนคานาอัน คนฮิตไทต์ คนเปริสซี คนเยบุส คนอัมโมน คนโมอับ คนอียิปต์ และคนอาโมไรต์ 2 เพราะพวกเขารับบุตรหญิงของชนเหล่านี้เป็นภรรยาของเขาเอง และของบุตรชายของเขา ดังนั้นเชื้อสายบริสุทธิ์ได้ปะปนกับชนชาติทั้งหลายของแผ่นดินเหล่านั้น และพวกหัวหน้าและผู้ครองเมืองเป็นแม่แบบในความผิดนี้” 3 เมื่อข้าพเจ้าได้ยินอย่างนี้ ข้าพเจ้าก็ฉีกเสื้อทั้งเสื้อคลุมของข้าพเจ้า และทึ้งผมออกจากศีรษะและทึ้งหนวดเคราของข้าพเจ้า และนั่งลงตะลึงอยู่ 4 แล้วบรรดาคนที่สั่นสะท้านเพราะพระวจนะของพระเจ้าแห่งอิสราเอล เนื่องจากความผิดของพวกเชลยที่ได้กลับมา ได้มาประชุมต่อหน้าข้าพเจ้าขณะที่ข้าพเจ้านั่งตะลึงอยู่จนถึงเวลาถวายเครื่องบูชาตอนเย็น 5 ณ การถวายเครื่องบูชาตอนเย็นนั้น ข้าพเจ้าได้ลุกขึ้นจากการอดอาหาร ด้วยเสื้อ และเสื้อคลุมของข้าพเจ้าที่ฉีกขาด และข้าพเจ้าก็คุกเข่าลงและชูมือขึ้นต่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของข้าพเจ้า 6 และข้าพเจ้าทูลว่า “ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ข้าพระองค์อับอายอดสูที่จะเงยหน้าหาพระองค์พระเจ้าของข้าพระองค์ เพราะว่าความบาปชั่วของพวกข้าพระองค์ทวีขึ้นพ้นศีรษะของข้าพระองค์ และความผิดของข้าพระองค์ก็สูงขึ้นไปถึงฟ้าสวรรค์ 7 พวกข้าพระองค์มีความผิดยิ่งใหญ่ตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษของข้าพระองค์ จนถึงทุกวันนี้ และเพราะความบาปชั่วของข้าพระองค์ พวกข้าพระองค์ ทั้งบรรดากษัตริย์ของข้าพระองค์และพวกปุโรหิตของข้าพระองค์ได้ถูกมอบไว้ในมือของบรรดากษัตริย์แห่งแผ่นดินเหล่านั้น ให้แก่ดาบ แก่การเป็นเชลย แก่การปล้น และแก่การอดสูอย่างที่สุด อย่างทุกวันนี้ 8 แต่บัดนี้พระยาห์เวห์พระเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลายทรงสำแดงพระกรุณา ชั่วครู่หนึ่งสั้นๆ และได้ประทานให้พวกข้าพระองค์มีคนที่เหลืออยู่และมีที่ยึดมั่นในสถานบริสุทธิ์ของพระองค์ เพื่อพระเจ้าของข้าพระองค์จะได้ทรงให้ตาของข้าพระองค์กระจ่างขึ้น และประทานการฟื้นใจแก่ข้าพระองค์ขึ้นบ้าง จากการเป็นทาสของข้าพระองค์ 9 เพราะว่าพวกข้าพระองค์เป็นทาส แต่พระเจ้าของข้าพระองค์ไม่ได้ทรงละทิ้งข้าพระองค์ไว้ในความเป็นทาส แต่โดยความรักมั่นคงของพระองค์ ทรงบันดาลให้ข้าพระองค์มีความชอบต่อพระพักตร์บรรดากษัตริย์แห่งเปอร์เซีย เพื่อประทานการฟื้นใจแก่ข้าพระองค์ เพื่อจะตั้งพระนิเวศของพระเจ้าของข้าพระองค์ขึ้นไว้ เพื่อจะซ่อมที่ปรักหักพังและเพื่อจะประทานกำแพงแก่พวกข้าพระองค์ในยูดาห์ และในเยรูซาเล็ม 10 “และบัดนี้ ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลาย ต่อจากนี้ข้าพระองค์จะทูลอะไรอีก เพราะพวกข้าพระองค์ได้ละทิ้งพระบัญญัติของพระองค์ 11 ซึ่งพระองค์ได้ทรงบัญชาไว้ โดยผู้เผยพระวจนะผู้รับใช้ของพระองค์ว่า ‘แผ่นดินซึ่งพวกเจ้ากำลังเข้าไปครอบครองนั้นเป็นแผ่นดินมลทิน เนื่องด้วยความมลทินของชนชาติต่างๆ แห่งแผ่นดินเหล่านั้น ด้วยการน่าเกลียดน่าชังของพวกเขา ซึ่งพวกเขาทำให้เต็มไปหมดตั้งแต่ปลายข้างนี้ถึงปลายข้างโน้น ด้วยความมลทินของพวกเขา 12 เพราะฉะนั้น อย่ามอบบุตรหญิงของเจ้าแก่บุตรชายของพวกเขา หรืออย่ารับบุตรหญิงของเขาให้บุตรชายของเจ้า หรืออย่าเสริมสวัสดิภาพและความเจริญมั่งคั่งของเขาทั้งหลายเป็นนิตย์ เพื่อพวกเจ้าจะแข็งแรงและกินของดีๆ แห่งแผ่นดินนั้น และมอบแผ่นดินนั้นไว้เป็นมรดกแก่ลูกหลานของพวกเจ้าเป็นนิตย์’ 13 และหลังจากทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกข้าพระองค์ เพราะการชั่วของข้าพระองค์ และเพราะความผิดยิ่งใหญ่ของข้าพระองค์ เนื่องจากพระองค์คือพระเจ้าของพวกข้าพระองค์ได้ทรงลงโทษข้าพระองค์ เพราะความบาปชั่วของข้าพระองค์น้อยกว่าที่พึงได้รับ และประทานคนที่เหลืออยู่แก่พวกข้าพระองค์อย่างนี้ 14 สมควรที่พวกข้าพระองค์จะละเมิดพระบัญญัติของพระองค์อีก และเข้าแต่งงานกับชนชาติทั้งหลายผู้ประพฤติสิ่งน่าเกลียดน่าชังเหล่านี้หรือ? พระองค์จะไม่กริ้วต่อพวกข้าพระองค์ จนพระองค์ผลาญข้าพระองค์ทั้งหลายเสีย จนไม่มีคนที่เหลืออยู่และไม่มีใครรอดได้เลยหรือ? 15 ข้าแต่พระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งอิสราเอลพระองค์ทรงชอบธรรม เพราะพวกข้าพระองค์เป็นคนที่เหลืออยู่ซึ่งรอดพ้นมาอย่างทุกวันนี้ นี่แน่ะ ข้าพระองค์ทั้งหลายอยู่ต่อพระพักตร์พระองค์ โดยมีความผิดของข้าพระองค์อยู่ ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีสักคนเดียวที่จะยืนต่อพระพักตร์พระองค์ได้” Nehemiah 81 ประชาชนทั้งหมดได้ชุมนุมพร้อมหน้ากันที่ลานเมืองหน้าประตูน้ำ และพวกเขาบอกเอสราธรรมาจารย์ ให้นำหนังสือธรรมบัญญัติของโมเสสซึ่งพระยาห์เวห์ทรงบัญชาแก่อิสราเอลนั้นมา 2 เอสราปุโรหิตได้นำธรรมบัญญัติมาหน้าชุมนุมชน ทั้งชายและหญิงและบรรดาผู้ที่ฟังเข้าใจได้ ณ วันแรกของเดือนที่เจ็ด 3 และท่านหันหน้าไปทางลานเมืองหน้าประตูน้ำ อ่านตั้งแต่เช้าตรู่จนเที่ยงวัน ต่อหน้าผู้ชายผู้หญิงกับผู้ที่ฟังเข้าใจได้ และประชาชนทุกคนก็ตั้งใจฟังหนังสือธรรมบัญญัติ 4 เอสราธรรมาจารย์ยืนอยู่บนแท่นไม้ ซึ่งพวกเขาทำไว้เพื่อการนี้ ข้างๆ ท่านมีมัททีธิยาห์ เชมา อานายาห์ อุรียาห์ ฮิลคียาห์และมาอาเสอาห์ยืนอยู่ข้างขวามือของท่าน และมีเปดายาห์ มิชาเอล มัลคิยาห์ ฮาชูม ฮัชบัดดานาห์ เศคาริยาห์และเมชุลลามอยู่ข้างซ้ายมือของท่าน 5 และเอสราได้เปิดหนังสือต่อหน้าประชาชนทุกคน เพราะท่านอยู่สูงกว่าประชาชน เมื่อท่านเปิดหนังสือประชาชนทุกคนก็ยืนขึ้น 6 เอสราสรรเสริญพระยาห์เวห์ พระเจ้ายิ่งใหญ่ และประชาชนทุกคนตอบว่า “อาเมน อาเมน” พร้อมกับยกมือขึ้นและเขาทั้งหลายโน้มตัวลงนมัสการพระยาห์เวห์ ซบหน้าลงถึงดิน 7 และเยชูอา บานี เชเรบิยาห์ ยามีน อักขูบ ชับเบธัย โฮดียาห์ มาอาเสอาห์ เคลิทา อาซาริยาห์ โยซาบาด ฮานัน เปไลยาห์ พวกคนเลวี ได้ช่วยประชาชนให้เข้าใจธรรมบัญญัติ ในขณะที่ประชาชนก็ยังอยู่ในที่ของตน 8 และพวกเขาอ่านจากหนังสือ จากธรรมบัญญัติของพระเจ้าอย่างชัดเจน และเขาก็อธิบายความหมาย ประชาชนจึงเข้าใจข้อความที่อ่านนั้น 9 และเนหะมีย์ที่เป็นผู้ว่าราชการและเอสราปุโรหิตและธรรมาจารย์ และคนเลวี ผู้สอนประชาชนได้พูดกับประชาชนทั้งหมดว่า “วันนี้เป็นวันบริสุทธิ์แด่พระยาห์เวห์ พระเจ้าของท่านทั้งหลาย อย่าคร่ำครวญหรือร้องไห้” เพราะประชาชนได้ร้องไห้เมื่อเขาได้ยินถ้อยคำของธรรมบัญญัติ 10 แล้วท่านพูดกับพวกเขาว่า “ไปเถิด ไปรับประทานไขมันและดื่มน้ำหวาน และส่งส่วนอาหารไปให้คนที่ไม่มีอะไรเตรียมไว้ เพราะว่าวันนี้เป็นวันบริสุทธิ์แด่องค์เจ้านายของเรา อย่าโศกเศร้าเลย เพราะความชื่นบานของตนในพระยาห์เวห์เป็นกำลังของท่าน” 11 พวกคนเลวีจึงให้ประชาชนเงียบ กล่าวว่า “จงนิ่งเสีย เพราะวันนี้เป็นวันบริสุทธิ์อย่าทุกข์โศกเลย” 12 และประชาชนทั้งหมดจึงไปกินและดื่มและส่งส่วนอาหาร เปรมปรีดิ์กันอย่างยิ่ง เพราะพวกเขาเข้าใจถ้อยคำซึ่งประกาศให้เขาฟังนั้น 13 ณ วันที่สอง หัวหน้าตระกูลของประชาชนทั้งหมดพร้อมกับพวกปุโรหิตและคนเลวี มาหาเอสราธรรมาจารย์พร้อมกัน เพื่อจะศึกษาถ้อยคำของธรรมบัญญัติ 14 และพวกเขาพบสิ่งที่เขียนไว้ในธรรมบัญญัติว่า พระยาห์เวห์ได้ทรงบัญชาโดยทางโมเสสว่า ประชาชนอิสราเอลควรจะอยู่เพิงระหว่างเทศกาลเลี้ยงในเดือนที่เจ็ด 15 และพวกเขาควรจะประกาศและป่าวร้องในทุกเมือง และในเยรูซาเล็มว่า “จงออกไปที่ภูเขาและนำกิ่งมะกอก กิ่งมะกอกป่า กิ่งต้นน้ำมันเขียว ใบอินทผลัมและกิ่งไม้ใบดกอื่นๆ เพื่อทำเพิง ดังที่ได้เขียนไว้” 16 ประชาชนจึงออกไป เอากิ่งไม้เหล่านั้นมาและทำเพิงสำหรับตัวต่างอยู่บนหลังคาบ้านของตน และตามลานบ้านของตน และในลานพระนิเวศของพระเจ้า และในลานเมืองที่ประตูน้ำ และในลานเมืองที่ประตูเอฟราอิม 17 และชุมนุมชนทั้งหมด ผู้ได้กลับมาจากการเป็นเชลยได้ทำเพิงและพักอยู่ในเพิง เขามีความเปรมปรีดิ์ยิ่งนัก เพราะตั้งแต่สมัยของโยชูวาบุตรนูน ถึงวันนั้นประชาชนอิสราเอลไม่ได้ทำเลย 18 และทุกวันท่านอ่านธรรมบัญญัติของพระเจ้า ตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย พวกเขาถือเทศกาลเลี้ยงอยู่เจ็ดวัน และในวันที่แปดมีการชุมนุมตามพิธีตามกฎหมาย |








