คํา เชิญ ที่ กรุณา
| Secondary Keywords | กลับ การเนรเทศ การเป็นเชลย คำเชื้อเชิญ พินัยกรรม เก่า เอสรา เอสเธอร์ |
|---|---|
| Scriptures | Ezra 11 ในปีแรกแห่งรัชกาลไซรัสกษัตริย์แห่งเปอร์เซีย เพื่อพระวจนะของพระยาห์เวห์ที่ตรัสโดยปากของเยเรมีย์จะสำเร็จ พระยาห์เวห์ทรงเร้าจิตใจของไซรัสกษัตริย์แห่งเปอร์เซีย พระองค์จึงทรงป่าวประกาศตลอดราชอาณาจักรของพระองค์ และทรงบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรลงด้วยว่า 2 “ไซรัสกษัตริย์แห่งเปอร์เซียตรัสดังนี้ว่า ‘พระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์ได้พระราชทานบรรดาราชอาณาจักรแห่งแผ่นดินโลกแก่เรา และพระองค์ทรงกำชับให้เราสร้างพระนิเวศให้พระองค์ที่เยรูซาเล็มซึ่งอยู่ในยูดาห์ 3 มีใครในหมู่พวกท่านที่เป็นประชากรของพระองค์? ขอพระเจ้าของเขาสถิตกับเขา และขอให้เขาขึ้นไปยังเยรูซาเล็ม ซึ่งอยู่ในยูดาห์และสร้างพระนิเวศของพระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งอิสราเอล คือพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้สถิตในเยรูซาเล็ม 4 และคนทั้งปวงที่เหลืออยู่ ไม่ว่าเขาจะอาศัยอยู่ ณ ที่ใด ให้บรรดาคนตามที่นั้นๆ ช่วยเขาด้วยเงินและด้วยทองคำ ด้วยข้าวของและสัตว์เลี้ยง นอกเหนือจากของถวายด้วยความสมัครใจ สำหรับพระนิเวศของพระเจ้าซึ่งอยู่ในเยรูซาเล็ม’ ” 5 แล้วหัวหน้าของตระกูลแห่งยูดาห์และเบนยามินได้เตรียมพร้อม ทั้งพวกปุโรหิตและคนเลวี คือทุกคนที่พระเจ้าทรงเร้าจิตใจของเขาให้ไปสร้างพระนิเวศของพระยาห์เวห์ซึ่งอยู่ในเยรูซาเล็ม 6 และทุกคนที่อยู่แวดล้อมเขาก็ได้ช่วยเขาด้วยเครื่องเงิน ด้วยทองคำด้วยข้าวของและด้วยสัตว์เลี้ยง และด้วยของมีค่า นอกเหนือจากของถวายด้วยความสมัครใจ 7 กษัตริย์ไซรัสก็ทรงนำเครื่องใช้ของพระนิเวศของพระยาห์เวห์ออกมา ซึ่งเป็นเครื่องใช้ที่เนบูคัดเนสซาร์ได้ทรงกวาดมาจากเยรูซาเล็ม และทรงเก็บไว้ในวิหารแห่งพระของพระองค์ 8 ไซรัสกษัตริย์แห่งเปอร์เซียทรงนำสิ่งเหล่านี้ออกมาในความดูแลของมิทเรดาท สมุหพระคลัง ผู้นับออกให้แก่เชชบัสซาร์เจ้านายของยูดาห์ 9 และนี่เป็นจำนวนของสิ่งเหล่านั้น อ่างทองคำ 30 ใบ อ่างเงิน 1,000 ใบ มีด 29 เล่ม 10 ชามทองคำ 30 ใบ ชามเงิน 410 ใบ และภาชนะอย่างอื่น 1,000 ใบ 11 ภาชนะที่ทำด้วยทองคำและทำด้วยเงินทั้งสิ้นรวม 5,400 ใบ ทั้งหมดนี้เชชบัสซาร์ได้นำขึ้นมา เมื่อได้นำพวกเชลยขึ้นมาจากบาบิโลนถึงกรุงเยรูซาเล็ม Ezra 81 ต่อไปนี้เป็นหัวหน้าตระกูลของเขาทั้งหลาย และนี่เป็นสำมะโนครัวเชื้อสายของคนเหล่านั้นที่ขึ้นไปกับข้าพเจ้าจากบาบิโลน ในรัชกาลกษัตริย์อารทาเซอร์ซีส คือ 2 จากพงศ์พันธุ์ฟีเนหัสมี เกอร์โชม จากพงศ์พันธุ์อิธามาร์ มี ดาเนียล จากพงศ์พันธุ์ดาวิด มี ฮัทธัช 3 จากพงศ์พันธุ์เชคานิยาห์ จากพงศ์พันธุ์ปาโรช มี เศคาริยาห์ พร้อมกับท่าน มีผู้ชายที่ขึ้นทะเบียนไว้ 150 คน 4 จากพงศ์พันธุ์ปาหัทโมอับมี เอลีโฮเอนัย บุตรเศ-ราหิยาห์ พร้อมกับท่าน มีผู้ชาย 200 คน 5 จากพงศ์พันธุ์ศัทธู มี เชคานิยาห์ บุตรยาฮาซีเอล พร้อมกับท่าน มีผู้ชาย 300 คน 6 จากพงศ์พันธุ์อาดีน มี เอเบด บุตรโยนาธาน พร้อมกับท่าน มีผู้ชาย 50 คน 7 จากพงศ์พันธุ์เอลาม มี เยชายาห์ บุตรอาธาลิยาห์ พร้อมกับท่าน มีผู้ชาย 70 คน 8 จากพงศ์พันธุ์เชฟาทิยาห์ มี เศบาดิยาห์ บุตรมีคาเอล พร้อมกับท่าน มีผู้ชาย 80 คน 9 จากพงศ์พันธุ์โยอาบ มี โอบาดีห์บุตรเยฮีเอล พร้อมกับท่าน มีผู้ชาย 218 คน 10 จากพงศ์พันธุ์บานี มี เชโลมิทบุตรโยสิฟียาห์ พร้อมกับท่าน มีผู้ชาย 160 คน 11 จากพงศ์พันธุ์เบบัย มี เศคาริยาห์บุตรเบบัย พร้อมกับท่าน มีผู้ชาย 28 คน 12 จากพงศ์พันธุ์อัสกาด มี โยฮานัน บุตรฮักคาทาน พร้อมกับท่าน มีผู้ชาย 110 คน 13 จากพงศ์พันธุ์อาโดนีคัม มีผู้มาทีหลัง นี่เป็นชื่อของเขาคือ เอลีเฟเลท เยอูเอล และเชไมยาห์ พร้อมกับพวกเขา มีผู้ชาย 60 คน 14 จากพงศ์พันธุ์บิกวัย มี อุธัย และ ศัคเคอร์ พร้อมกับเขาทั้งสอง มีผู้ชาย 70 คน 15 ข้าพเจ้าได้รวบรวมเขาทั้งหลายเข้ามายังแม่น้ำที่ไหลสู่อาหะวา เราตั้งค่ายอยู่ที่นั่นสามวัน เมื่อข้าพเจ้าสำรวจดูประชาชน และปุโรหิต ข้าพเจ้าไม่พบพงศ์พันธุ์ของเลวีที่นั่นเลย 16 แล้วข้าพเจ้าจึงให้ไปเรียกเอลีเอเซอร์ อารีเอล เชไมยาห์ เอลนาธัน ยารีบ เอลนาธัน นาธัน เศคาริยาห์ และเมชุลลาม บุคคลชั้นหัวหน้า และให้หา โยยาริบ และเอลนาธัน ผู้เป็นคนมีความรอบรู้ 17 และส่งพวกเขาไปยังอิดโด หัวหน้าในสถานที่ที่ชื่อคาสิเฟีย คือให้บอกอิดโดและพี่น้องของเขาผู้เป็นบ่าวไพร่ประจำพระวิหารว่า ขอส่งผู้ปรนนิบัติสำหรับพระนิเวศของพระเจ้าของเรามายังเรา 18 และโดยพระหัตถ์อันทรงพระคุณของพระเจ้าของเราอยู่กับเรา พวกเขาได้นำคนที่มีความสุขุมมาให้เรา เป็นพงศ์พันธุ์ของมาห์ลีบุตรเลวี ผู้เป็นบุตรอิสราเอล คือเชเรบิยาห์ กับลูกชายและญาติพี่น้อง รวมสิบแปดคน 19 ทั้งฮาชาบิยาห์และเยชายาห์ พงศ์พันธุ์ของเมรารีกับญาติพี่น้องและบุตรของเขารวมยี่สิบคน 20 และบ่าวไพร่ประจำพระวิหาร ซึ่งดาวิดและข้าราชการของพระองค์ได้จัดตั้งขึ้นไว้ เพื่อปรนนิบัติคนเลวี มี 220 คน บุคคลเหล่านี้ทั้งสิ้นมีชื่อระบุไว้ 21 แล้วข้าพเจ้าก็ประกาศให้ถืออดอาหารที่นั่น คือที่แม่น้ำอาหะวา เพื่อเราทั้งหลายจะได้ถ่อมตัวลงต่อพระเจ้าของเรา เพื่อจะทูลขอหนทางที่ถูกต้องจากพระองค์สำหรับเรา ลูกหลานของเรา และข้าวของของเรา 22 เพราะข้าพเจ้าละอายที่จะทูลขอกองทหารและพลม้าจากกษัตริย์เพื่อช่วยเราสู้ศัตรูตามทางของเรา ในเมื่อเราได้กราบทูลกษัตริย์แล้วว่า “พระหัตถ์ของพระเจ้าของเราอยู่กับบรรดาผู้ที่แสวงพระองค์ให้เกิดผลดี แต่ฤทธานุภาพและพระพิโรธของพระองค์ต่อสู้คนเหล่านั้นที่ละทิ้งพระองค์ 23 เราจึงอดอาหารและวิงวอนพระเจ้าของเราเพื่อเรื่องนี้ และพระองค์ทรงฟังเสียงร้องทูลของเรา 24 และข้าพเจ้าได้เลือกสิบสองคน จากปุโรหิตชั้นผู้นำ คือ เชเรบิยาห์ ฮาชาบิยาห์ และญาติของเขาพร้อมกับเขาอีกสิบคน 25 และข้าพเจ้าได้ชั่งเงินและทองคำและเครื่องใช้กับเครื่องถวาย สำหรับพระนิเวศของเรามอบให้เขาทั้งหลายซึ่งกษัตริย์และที่ปรึกษา และเจ้านายของพระองค์ และคนอิสราเอลทั้งปวงที่นั่นได้ถวายไว้ 26 ข้าพเจ้าได้ชั่งใส่มือของเขาเป็นเงิน 22 ตัน และเครื่องใช้ที่ทำด้วยเงิน 100 ใบ หนัก 70 กิโลกรัม และทองคำ 3,400 กิโลกรัม 27 ชามทองคำ 20 ใบ หนัก 8.4 กิโลกรัม และเครื่องใช้ทองสัมฤทธิ์เนื้อละเอียดสุกใส 2 ชิ้น มีค่าเทียบเท่าชามทองคำ 28 และข้าพเจ้าบอกเขาว่า “ท่านทั้งหลายบริสุทธิ์ต่อพระยาห์เวห์ และเครื่องใช้ก็บริสุทธิ์ และเงินกับทองคำเป็นของถวายด้วยความสมัครใจแด่พระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของท่านทั้งหลาย 29 จงเฝ้าและรักษาไว้จนกว่าท่านชั่งสิ่งเหล่านั้นต่อหน้าปุโรหิตชั้นผู้นำและคนเลวี และหัวหน้าตระกูลอิสราเอลในเยรูซาเล็มภายในห้องพระนิเวศของพระยาห์เวห์” 30 บรรดาปุโรหิตและคนเลวีจึงรับเงินและทองคำที่ได้ชั่ง และเครื่องใช้ เพื่อนำไปยังเยรูซาเล็ม ยังพระนิเวศของพระเจ้าของเรา 31 และเราก็ออกจากแม่น้ำอาหะวาในวันที่สิบสอง ของเดือนแรก เพื่อไปยังเยรูซาเล็ม และพระหัตถ์ของพระเจ้าของเราอยู่กับเรา และพระองค์ทรงช่วยกู้เราให้พ้นจากมือของศัตรูและจากพวกซุ่มคอยอยู่ตามทาง 32 เรามาถึงเยรูซาเล็มและพักอยู่ที่นั่นสามวัน 33 ในวันที่สี่ ภายในพระนิเวศของพระเจ้าของเรา ก็ชั่งทองคำ และเครื่องใช้ใส่มือของเมเรโมทปุโรหิต บุตรอุรียาห์ และคนที่อยู่กับเขา คือเอเลอาซาร์บุตรฟีเนหัสและคนที่อยู่กับเขาทั้งหลายคือ โยซาบาด บุตรเยชูอา และโนอัดยาห์บุตรบินนุย คนเลวี 34 พวกเขาชั่งและนับทั้งหมดและบันทึกน้ำหนักของทุกสิ่งไว้ 35 ในวันนั้นบรรดาผู้ที่ถูกกวาดไปเป็นเชลย ซึ่งมาจากการเป็นเชลย ได้ถวายเครื่องบูชาเผาทั้งตัวแด่พระเจ้าแห่งอิสราเอล มีวัวผู้ 12 ตัว สำหรับพวกอิสราเอลทั้งปวง แกะผู้ 96 ตัว ลูกแกะ 77 ตัว และแพะผู้ 12 ตัว เป็นเครื่องบูชาลบล้างบาป ทั้งสิ้นนี้เป็นเครื่องบูชาเผาทั้งตัวถวายพระยาห์เวห์ 36 เขาทั้งหลายได้มอบพระราชกฤษฎีกาแก่พวกข้าหลวงของกษัตริย์ และแก่พวกผู้ว่าราชการมณฑลฟากตะวันตกของแม่น้ำยูเฟรติส และท่านเหล่านี้ได้ช่วยเหลือประชาชนและพระนิเวศของพระเจ้า Hosea 141 Return, O Israel, to the LORD your God, for you have stumbled because of your iniquity. 2 Take with you words and return to the LORD; say to him, “Take away all iniquity; accept what is good, and we will pay with bulls the vows of our lips. 3 Assyria shall not save us; we will not ride on horses; and we will say no more, ‘Our God,’ to the work of our hands. In you the orphan finds mercy.” 4 I will heal their apostasy; I will love them freely, for my anger has turned from them. 5 I will be like the dew to Israel; he shall blossom like the lily; he shall take root like the trees of Lebanon; 6 his shoots shall spread out; his beauty shall be like the olive, and his fragrance like Lebanon. 7 They shall return and dwell beneath my shadow; they shall flourish like the grain; they shall blossom like the vine; their fame shall be like the wine of Lebanon. 8 O Ephraim, what have I to do with idols? It is I who answer and look after you. I am like an evergreen cypress; from me comes your fruit. 9 Whoever is wise, let him understand these things; whoever is discerning, let him know them; for the ways of the LORD are right, and the upright walk in them, but transgressors stumble in them. Nehemiah 21 In the month of Nisan, in the twentieth year of King Artaxerxes, when wine was before him, I took up the wine and gave it to the king. Now I had not been sad in his presence. 2 And the king said to me, “Why is your face sad, seeing you are not sick? This is nothing but sadness of the heart.” Then I was very much afraid. 3 I said to the king, “Let the king live forever! Why should not my face be sad, when the city, the place of my fathers' graves, lies in ruins, and its gates have been destroyed by fire?” 4 Then the king said to me, “What are you requesting?” So I prayed to the God of heaven. 5 And I said to the king, “If it pleases the king, and if your servant has found favor in your sight, that you send me to Judah, to the city of my fathers' graves, that I may rebuild it.” 6 And the king said to me (the queen sitting beside him), “How long will you be gone, and when will you return?” So it pleased the king to send me when I had given him a time. 7 And I said to the king, “If it pleases the king, let letters be given me to the governors of the province Beyond the River, that they may let me pass through until I come to Judah, 8 and a letter to Asaph, the keeper of the king's forest, that he may give me timber to make beams for the gates of the fortress of the temple, and for the wall of the city, and for the house that I shall occupy.” And the king granted me what I asked, for the good hand of my God was upon me. 9 Then I came to the governors of the province Beyond the River and gave them the king's letters. Now the king had sent with me officers of the army and horsemen. 10 But when Sanballat the Horonite and Tobiah the Ammonite servant heard this, it displeased them greatly that someone had come to seek the welfare of the people of Israel. 11 So I went to Jerusalem and was there three days. 12 Then I arose in the night, I and a few men with me. And I told no one what my God had put into my heart to do for Jerusalem. There was no animal with me but the one on which I rode. 13 I went out by night by the Valley Gate to the Dragon Spring and to the Dung Gate, and I inspected the walls of Jerusalem that were broken down and its gates that had been destroyed by fire. 14 Then I went on to the Fountain Gate and to the King's Pool, but there was no room for the animal that was under me to pass. 15 Then I went up in the night by the valley and inspected the wall, and I turned back and entered by the Valley Gate, and so returned. 16 And the officials did not know where I had gone or what I was doing, and I had not yet told the Jews, the priests, the nobles, the officials, and the rest who were to do the work. 17 Then I said to them, “You see the trouble we are in, how Jerusalem lies in ruins with its gates burned. Come, let us build the wall of Jerusalem, that we may no longer suffer derision.” 18 And I told them of the hand of my God that had been upon me for good, and also of the words that the king had spoken to me. And they said, “Let us rise up and build.” So they strengthened their hands for the good work. 19 But when Sanballat the Horonite and Tobiah the Ammonite servant and Geshem the Arab heard of it, they jeered at us and despised us and said, “What is this thing that you are doing? Are you rebelling against the king?” 20 Then I replied to them, “The God of heaven will make us prosper, and we his servants will arise and build, but you have no portion or right or claim in Jerusalem.” |