ศ.
| Secondary Keywords | กษัตริย์ พระมหากษัตริย์ พินัยกรรม อาณาจักร เก่า เมือง เฮเซคียา แบ่งออกเป็น |
|---|---|
| Scriptures | 2 Chronicles 321 ภายหลังเหตุการณ์และความซื่อสัตย์ที่กล่าวมา เซนนาเคอริบกษัตริย์แห่งอัสซีเรียยกมาและบุกรุกยูดาห์ ตั้งค่ายล้อมเมืองป้อมต่างๆ ไว้ และทรงตั้งใจจะยึดเอาไว้ 2 และเมื่อเฮเซคียาห์ทรงเห็นว่าเซนนาเคอริบยกมาด้วยเจตนาจะสู้รบกับกรุงเยรูซาเล็ม 3 พระองค์ทรงวางแผนกับบรรดาเจ้านายและนายทหารของพระองค์ ที่จะอุดน้ำตามน้ำพุต่างๆ ที่อยู่นอกเมือง และพวกเขาก็ช่วยเหลือพระองค์ 4 ประชาชนจำนวนมากมารวมกัน และพวกเขาอุดน้ำพุและปิดกั้นลำธารทั้งหมดที่ไหลผ่านแผ่นดินโดยกล่าวว่า “จะปล่อยให้พวกกษัตริย์อัสซีเรียมาพบน้ำมากมายทำไม?” 5 พระองค์ทรงทำการอย่างกล้าหาญในการสร้างกำแพงทั้งหมดที่พังลงนั้นขึ้นใหม่ และสร้างหอคอยขึ้นรวมทั้งสร้างกำแพงชั้นนอกอีกชั้นหนึ่ง พระองค์ยังทรงเสริมกำแพงป้อมมิลโลที่นครดาวิด ทรงสร้างอาวุธและโล่จำนวนมาก 6 และพระองค์ทรงตั้งผู้บังชาการรบเหนือประชาชน และทรงรวบรวมพวกเขาเข้ามาด้วยกัน ณ ลานที่ประตูนคร แล้วตรัสหนุนใจเขาทั้งหลายว่า 7 “จงเข้มแข็งและกล้าหาญเถิด อย่ากลัวหรือท้อแท้เพราะพระราชาอัสซีเรีย และกองทัพทั้งหมดที่อยู่กับเขา เพราะว่าผู้ที่อยู่กับพวกเรานั้นใหญ่กว่าผู้ที่อยู่กับเขา 8 ฝ่ายเขามีแต่กำลังของเนื้อหนัง แต่พวกเรามีพระยาห์เวห์พระเจ้าของเราที่จะทรงช่วยเราและสู้ศึกของพวกเรา” ประชาชนก็วางใจในพระดำรัสของเฮเซคียาห์พระราชาแห่งยูดาห์ 9 หลังจากนั้น ในขณะที่ล้อมเมืองลาคีชอยู่ด้วยกำลังรบทั้งหมดของพระองค์ เซนนาเคอริบพระราชาแห่งอัสซีเรียมีรับสั่งให้ข้าราชการของพระองค์ไปยังกรุงเยรูซาเล็มไปหาเฮเซคียาห์พระราชาของยูดาห์ และไปหาประชาชนทั้งหมดของยูดาห์ที่อยู่ในกรุงเยรูซาเล็มแล้วกล่าวว่า 10 “เซนนาเคอริบพระราชาแห่งอัสซีเรียตรัสดังนี้ว่า ‘เจ้าทั้งหลายพึ่งอะไร? พวกเจ้าจึงยืนหยัดให้เราล้อมอยู่ในกรุงเยรูซาเล็ม 11 เฮเซคียาห์ชักจูงเจ้าให้หลงเพื่อจะให้พวกเจ้าตาย ด้วยความอดอยากและกระหายไม่ใช่หรือ? เมื่อเขาบอกเจ้าว่า “พระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเราจะทรงช่วยกู้เราจากมือของพระราชาแห่งอัสซีเรีย” 12 เฮเซคียาห์คนนี้ไม่ใช่หรือที่ขจัดปูชนียสถานสูง และแท่นบูชาทั้งหลายของพระยาห์เวห์ และบัญชายูดาห์กับเยรูซาเล็มว่า “เจ้าทั้งหลายจงนมัสการที่หน้าแท่นบูชา และเผาเครื่องบูชาบนแท่นบูชาเพียงแท่นเดียว?” 13 เจ้าทั้งหลายรู้แล้วไม่ใช่หรือว่าเราและบรรพบุรุษของเราทำอะไรกับชนชาติทั้งหมดบนแผ่นดินโลก? พระทั้งหลายของประชาชาติแห่งแผ่นดินโลกสามารถช่วยกู้แผ่นดินของพวกเขาให้พ้นจากมือของเราหรือ? 14 ในพวกพระทั้งหมดของประชาชาติเหล่านั้นซึ่งบรรพบุรุษของเราทำลายอย่างราบคาบนั้น มีองค์ไหนที่สามารถช่วยกู้ประชากรของตนจากมือของเราหรือ? แล้วพระเจ้าของพวกเจ้าจะสามารถช่วยกู้เจ้าจากมือของเราหรือ? 15 เพราะฉะนั้นในเวลานี้ อย่าให้เฮเซคียาห์หลอกลวง หรือชักจูงพวกเจ้าให้หลงในทำนองนี้ อย่าเชื่อเขา เพราะพระทั้งหมดของทุกประชาชาติหรือทุกอาณาจักร ไม่มีองค์ไหนที่สามารถช่วยกู้ประชากรของตนจากมือของเราหรือจากมือบรรพบุรุษของเรา พระเจ้าของพวกเจ้าก็จะช่วยกู้เจ้าจากมือของเราได้น้อยยิ่งกว่านั้นสักเพียงไร’ ” 16 และข้าราชการของพระราชาอัสซีเรีย ก็กล่าวทับถมพระยาห์เวห์พระเจ้าและเฮเซคียาห์ผู้รับใช้ของพระองค์มากยิ่งกว่านั้นอีก 17 และพระองค์ยังทรงพระอักษรเยาะเย้ยพระยาห์เวห์พระเจ้าของอิสราเอล และทรงกล่าวทับถมพระเจ้าว่า “พระทั้งหลายของประชาชาติแห่งแผ่นดินโลก ไม่อาจช่วยกู้ประชากรของพวกเขาจากมือของเราอย่างไร พระเจ้าของเฮเซคียาห์ก็ไม่อาจช่วยกู้ประชากรของตน จากมือของเราอย่างนั้น” 18 และเขาทั้งหลายร้องตะโกนข้อความนี้เป็นภาษายูดาห์ด้วยเสียงดังมากให้ชาวเยรูซาเล็มผู้อยู่บนกำแพงได้ยิน เพื่อให้พวกเขาตกใจและหวาดหวั่น เพื่อจะได้ยึดเมืองนั้น 19 พวกเขาพูดถึงพระเจ้าแห่งกรุงเยรูซาเล็ม ราวกับพระของชนชาติทั้งหลายแห่งแผ่นดินโลก ซึ่งเป็นผลงานของมือมนุษย์ 20 แล้วเฮเซคียาห์พระราชาและอิสยาห์ผู้เผยพระวจนะบุตรอามอสอธิษฐานเพื่อเรื่องนี้และร้องทูลต่อฟ้าสวรรค์ 21 แล้วพระยาห์เวห์ทรงใช้ทูตสวรรค์องค์หนึ่งไปทำลายนักรบกล้าหาญ ผู้บังคับกองและเจ้านายทั้งหมดในค่ายของพระราชาแห่งอัสซีเรีย ฉะนั้นพระองค์จึงเสด็จกลับไปยังแผ่นดินของพระองค์ด้วยความอับอายขายพระพักตร์ เมื่อพระองค์เสด็จเข้าในวิหารของพระของพระองค์ พระราชโอรสบางองค์ของพระองค์เองสังหารพระองค์ตรงนั้นด้วยดาบ 22 ดังนั้นพระยาห์เวห์ทรงช่วยเฮเซคียาห์ และชาวกรุงเยรูซาเล็มจากพระหัตถ์ของเซนนาเคอริบพระราชาแห่งอัสซีเรีย และจากมือของศัตรูทั้งหมด และพระองค์ทรงดูแลเขาทั้งหลายในทุกด้าน 23 และคนมากมายนำของถวายมาถวายพระยาห์เวห์ที่กรุงเยรูซาเล็ม และนำของมีค่าต่างๆ มาถวายเฮเซคียาห์พระราชาแห่งยูดาห์ และพระองค์จึงทรงเป็นที่ยกย่องในสายตาของประชาชาติต่างๆ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา 24 ครั้งหนึ่งเฮเซคียาห์ประชวรใกล้จะสิ้นพระชนม์ และเฮเซคียาห์อธิษฐานต่อพระยาห์เวห์และทูลต่อพระองค์ แล้วพระองค์ทรงตอบและประทานหมายสำคัญอย่างหนึ่งแก่เฮเซคียาห์ 25 แต่เฮเซคียาห์ไม่ได้ทรงตอบแทนตามพระคุณที่มีต่อพระองค์ เพราะพระทัยของพระองค์หยิ่งผยองขึ้น เพราะฉะนั้นพระพิโรธจึงมาเหนือพระองค์ เหนือยูดาห์และกรุงเยรูซาเล็ม 26 เฮเซคียาห์จึงถ่อมพระทัยที่หยิ่งผยองนั้นลง ทั้งพระองค์และชาวกรุงเยรูซาเล็ม พระพิโรธของพระยาห์เวห์จึงไม่ได้มาเหนือเขาทั้งหลายในรัชสมัยของเฮเซคียาห์ 27 เฮเซคียาห์ทรงมีราชทรัพย์และเกียรติยศมากยิ่งนัก และพระองค์ทรงสร้างคลังสำหรับพระองค์เองเพื่อเก็บเงิน ทองคำ อัญมณี เครื่องเทศ โล่ และของมีค่าทุกชนิด 28 ทั้งยุ้งฉางเพื่อเก็บข้าว เหล้าองุ่น และน้ำมันที่ผลิตมา ทั้งคอกสัตว์สำหรับสัตว์เลี้ยงทุกชนิด และคอกสำหรับแกะ 29 พระองค์ทรงจัดหาเมืองต่างๆ สำหรับพระองค์เอง รวมทั้งฝูงปศุสัตว์และฝูงวัวมากมาย เพราะพระเจ้าประทานทรัพย์สมบัติให้พระองค์มากอย่างยิ่ง 30 เฮเซคียาห์องค์นี้ที่ทรงปิดกั้นทางน้ำออกด้านบนของน้ำพุกีโฮน แล้วบังคับให้ไหลลงไปยังด้านตะวันตกของนครดาวิด เฮเซคียาห์ทรงเจริญรุ่งเรืองในพระราชกิจทั้งหมดของพระองค์ 31 ฉะนั้นในเรื่องทูตที่เจ้านายเมืองบาบิโลนส่งมาไต่ถามถึงหมายสำคัญที่เกิดขึ้นในแผ่นดิน พระเจ้าทรงปล่อยพระองค์ไว้ตามอำเภอใจ เพื่อทดสอบพระองค์ และเพื่อรู้พระดำริทุกอย่างในพระทัยของพระองค์ 32 ส่วนพระราชกิจอื่นๆ ของเฮเซคียาห์ และกิจการอันดีงามของพระองค์นั้น ดูสิ มีบันทึกในนิมิตของอิสยาห์บุตรอามอสผู้เผยพระวจนะในหนังสือพงศ์กษัตริย์ของยูดาห์และอิสราเอล 33 แล้วเฮเซคียาห์ทรงล่วงหลับไปอยู่กับบรรพบุรุษของพระองค์ และเขาทั้งหลายฝังพระศพไว้ที่ทางขึ้นอุโมงค์ของบรรดาพระราชโอรสของดาวิด แล้วคนยูดาห์และชาวกรุงเยรูซาเล็มทั้งหมดถวายพระเกียรติเมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์ และมนัสเสห์พระราชโอรสของพระองค์ก็ทรงขึ้นครองราชย์แทนพระองค์ 2 Kings 191 As soon as King Hezekiah heard it, he tore his clothes and covered himself with sackcloth and went into the house of the LORD. 2 And he sent Eliakim, who was over the household, and Shebna the secretary, and the senior priests, covered with sackcloth, to the prophet Isaiah the son of Amoz. 3 They said to him, “Thus says Hezekiah, This day is a day of distress, of rebuke, and of disgrace; children have come to the point of birth, and there is no strength to bring them forth. 4 It may be that the LORD your God heard all the words of the Rabshakeh, whom his master the king of Assyria has sent to mock the living God, and will rebuke the words that the LORD your God has heard; therefore lift up your prayer for the remnant that is left.” 5 When the servants of King Hezekiah came to Isaiah, 6 Isaiah said to them, “Say to your master, ‘Thus says the LORD: Do not be afraid because of the words that you have heard, with which the servants of the king of Assyria have reviled me. 7 Behold, I will put a spirit in him, so that he shall hear a rumor and return to his own land, and I will make him fall by the sword in his own land.’” 8 The Rabshakeh returned, and found the king of Assyria fighting against Libnah, for he heard that the king had left Lachish. 9 Now the king heard concerning Tirhakah king of Cush, “Behold, he has set out to fight against you.” So he sent messengers again to Hezekiah, saying, 10 “Thus shall you speak to Hezekiah king of Judah: ‘Do not let your God in whom you trust deceive you by promising that Jerusalem will not be given into the hand of the king of Assyria. 11 Behold, you have heard what the kings of Assyria have done to all lands, devoting them to destruction. And shall you be delivered? 12 Have the gods of the nations delivered them, the nations that my fathers destroyed, Gozan, Haran, Rezeph, and the people of Eden who were in Telassar? 13 Where is the king of Hamath, the king of Arpad, the king of the city of Sepharvaim, the king of Hena, or the king of Ivvah?’” 14 Hezekiah received the letter from the hand of the messengers and read it; and Hezekiah went up to the house of the LORD and spread it before the LORD. 15 And Hezekiah prayed before the LORD and said: “O LORD, the God of Israel, enthroned above the cherubim, you are the God, you alone, of all the kingdoms of the earth; you have made heaven and earth. 16 Incline your ear, O LORD, and hear; open your eyes, O LORD, and see; and hear the words of Sennacherib, which he has sent to mock the living God. 17 Truly, O LORD, the kings of Assyria have laid waste the nations and their lands 18 and have cast their gods into the fire, for they were not gods, but the work of men's hands, wood and stone. Therefore they were destroyed. 19 So now, O LORD our God, save us, please, from his hand, that all the kingdoms of the earth may know that you, O LORD, are God alone.” 20 Then Isaiah the son of Amoz sent to Hezekiah, saying, “Thus says the LORD, the God of Israel: Your prayer to me about Sennacherib king of Assyria I have heard. 21 This is the word that the LORD has spoken concerning him: “She despises you, she scorns you— the virgin daughter of Zion; she wags her head behind you— the daughter of Jerusalem. 22 “Whom have you mocked and reviled? Against whom have you raised your voice and lifted your eyes to the heights? Against the Holy One of Israel! 23 By your messengers you have mocked the Lord, and you have said, ‘With my many chariots I have gone up the heights of the mountains, to the far recesses of Lebanon; I felled its tallest cedars, its choicest cypresses; I entered its farthest lodging place, its most fruitful forest. 24 I dug wells and drank foreign waters, and I dried up with the sole of my foot all the streams of Egypt.’ 25 “Have you not heard that I determined it long ago? I planned from days of old what now I bring to pass, that you should turn fortified cities into heaps of ruins, 26 while their inhabitants, shorn of strength, are dismayed and confounded, and have become like plants of the field and like tender grass, like grass on the housetops, blighted before it is grown. 27 “But I know your sitting down and your going out and coming in, and your raging against me. 28 Because you have raged against me and your complacency has come into my ears, I will put my hook in your nose and my bit in your mouth, and I will turn you back on the way by which you came. 29 “And this shall be the sign for you: this year eat what grows of itself, and in the second year what springs of the same. Then in the third year sow and reap and plant vineyards, and eat their fruit. 30 And the surviving remnant of the house of Judah shall again take root downward and bear fruit upward. 31 For out of Jerusalem shall go a remnant, and out of Mount Zion a band of survivors. The zeal of the LORD will do this. 32 “Therefore thus says the LORD concerning the king of Assyria: He shall not come into this city or shoot an arrow there, or come before it with a shield or cast up a siege mound against it. 33 By the way that he came, by the same he shall return, and he shall not come into this city, declares the LORD. 34 For I will defend this city to save it, for my own sake and for the sake of my servant David.” 35 And that night the angel of the LORD went out and struck down 185,000 in the camp of the Assyrians. And when people arose early in the morning, behold, these were all dead bodies. 36 Then Sennacherib king of Assyria departed and went home and lived at Nineveh. 37 And as he was worshiping in the house of Nisroch his god, Adrammelech and Sharezer, his sons, struck him down with the sword and escaped into the land of Ararat. And Esarhaddon his son reigned in his place. Isaiah 371 เมื่อกษัตริย์เฮเซคียาห์ทรงได้ยิน พระองค์ก็ฉีกฉลองพระองค์ และทรงเอาผ้ากระสอบคลุมพระองค์ แล้วเสด็จเข้าในพระนิเวศของพระยาห์เวห์ 2 และพระองค์ทรงใช้เอลียาคิม ผู้บัญชาการราชสำนัก เชบนาราชเลขา และบรรดาปุโรหิตอาวุโสคลุมตัวด้วยผ้ากระสอบไปหาอิสยาห์ผู้เผยพระวจนะ บุตรชายของอามอส 3 เขาทั้งหลายเรียนท่านว่า “เฮเซคียาห์ตรัสดังนี้ว่า ‘วันนี้เป็นวันทุกข์ใจ วันที่ถูกว่ากล่าวและวันอดสู เด็กถึงกำหนดคลอดแต่ไม่มีกำลังเบ่งให้คลอด 4 บางทีพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านทรงสดับถ้อยคำของรับชาเคห์ ผู้ซึ่งพระราชาของอัสซีเรียเจ้านายของเขาส่งมาเยาะเย้ยพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์ และพระองค์จะทรงกำราบบรรดาถ้อยคำซึ่งพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านทรงสดับแล้ว เพราะฉะนั้น ขอท่านถวายคำอธิษฐานเพื่อพวกที่เหลือของคนเหลืออยู่’ ” 5 เมื่อข้าราชการของกษัตริย์เฮเซคียาห์มาถึงอิสยาห์ 6 อิสยาห์ก็บอกเขาทั้งหลายว่า “จงทูลเจ้านายของพวกท่านดังนี้ พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า ‘อย่ากลัวเพราะถ้อยคำที่เจ้าได้ยินนั้น ซึ่งข้าราชการของพระราชาของอัสซีเรียได้กล่าวหยาบช้าต่อเรา 7 นี่แน่ะ เราจะใส่วิญญาณจิตแบบหนึ่งในตัวเขา เพื่อว่าเขาจะได้ยินข่าวลือแล้วกลับไปยังแผ่นดินของเขา และเราจะให้เขาล้มลงด้วยดาบในแผ่นดินของเขาเอง’ ” 8 รับชาเคห์กลับไปเพราะเขาได้ยินว่าพระราชาของอัสซีเรียออกจากลาคีชแล้ว และพบว่า พระราชาของอัสซีเรียสู้รบที่เมืองลิบนาห์ 9 พระองค์ทรงได้ยินรายงานเกี่ยวกับทีรหะคาห์พระราชาของคูชว่า “เขาได้ออกมาสู้รบกับพระองค์แล้ว” และเมื่อพระองค์ทรงสดับแล้ว จึงส่งผู้สื่อสารไปเฝ้าเฮเซคียาห์โดยตรัสว่า 10 “พวกเจ้าจงพูดดังนี้กับเฮเซคียาห์พระราชาของยูดาห์ว่า ‘อย่าให้พระเจ้าของเจ้าซึ่งเจ้าเชื่อมั่นนั้นหลอกลวงเจ้าว่า “เยรูซาเล็มจะไม่ถูกมอบไว้ในมือพระราชาของอัสซีเรีย” 11 ดูสิ เจ้าได้ยินแล้วว่าบรรดาพระราชาของอัสซีเรียได้ทำอะไรกับดินแดนทุกแห่ง คือได้ทำลายอย่างสิ้นเชิง แล้วเจ้าจะได้รับการช่วยกู้หรือ? 12 พวกพระของประชาชาติทั้งหลายที่บรรพบุรุษของเราได้ทำลายนั้นช่วยกู้พวกเขาได้หรือ? คือโกเซน ฮาราน เรเซฟ และชาวเอเดนที่อยู่ในเทลอัสสาร์ 13 พระราชาของฮามัท พระราชาของอารปัด พระราชาของเมืองเสฟารวาอิม เฮนาและอิฟวาห์อยู่ที่ไหนแล้ว?’ ” 14 เฮเซคียาห์ทรงรับจดหมายจากมือผู้สื่อสาร และทรงอ่าน แล้วเฮเซคียาห์ทรงขึ้นไปยังพระนิเวศของพระยาห์เวห์ และทรงคลี่จดหมายนั้นออกเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์ 15 และเฮเซคียาห์ทรงอธิษฐานต่อพระยาห์เวห์ว่า 16 “ข้าแต่พระยาห์เวห์จอมทัพ พระเจ้าของอิสราเอล ผู้ประทับเหนือเหล่าเครูบ พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของบรรดาราชอาณาจักรแห่งแผ่นดินโลก คือพระองค์แต่เพียงองค์เดียว พระองค์ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก 17 ข้าแต่พระยาห์เวห์ ขอเงี่ยพระกรรณสดับ ข้าแต่พระยาห์เวห์ ขอเบิกพระเนตรและทรงมองดู และขอทรงฟังบรรดาถ้อยคำของเซนนาเคอริบ ซึ่งเขาส่งมาเยาะเย้ยพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์ 18 ข้าแต่พระยาห์เวห์ เป็นความจริงที่บรรดาพระราชาของอัสซีเรียได้ทำให้ประเทศทั้งสิ้นและแผ่นดินของพวกเขานั้นร้างเปล่า 19 และได้เหวี่ยงพระทั้งหลายของเขาเข้าไปในไฟ เพราะพวกนั้นไม่ใช่พระเจ้า เป็นแต่ผลงานของมือมนุษย์ที่เป็นไม้และหิน ดังนั้นพวกนั้นจึงถูกทำลายไป 20 บัดนี้ ข้าแต่พระยาห์เวห์พระเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลาย ขอทรงช่วยพวกข้าพระองค์ให้พ้นมือของเขา เพื่อราชอาณาจักรทั้งหมดของแผ่นดินโลกจะทราบว่า พระองค์แต่เพียงองค์เดียวทรงเป็นพระยาห์เวห์” 21 แล้วอิสยาห์บุตรอามอสส่งข่าวถึงเฮเซคียาห์ทูลว่า “พระยาห์เวห์พระเจ้าของอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า ‘เพราะเจ้าได้อธิษฐานต่อเราถึงเรื่องเซนนาเคอริบพระราชาของอัสซีเรีย’ 22 ต่อไปนี้เป็นพระวจนะซึ่งพระยาห์เวห์ตรัสต่อสู้เขาว่า ‘ธิดาพรหมจารีแห่งศิโยน ดูถูกเจ้า และเย้ยหยันเจ้า ธิดาของเยรูซาเล็ม สั่นศีรษะตามหลังใส่เจ้า 23 ‘เจ้าเยาะเย้ยและกล่าวหยาบช้าต่อใคร? เจ้าขึ้นเสียงของเจ้าต่อผู้ใด? และเบิ่งตาของเจ้าอย่างเย่อหยิ่ง ต่อองค์บริสุทธิ์ของอิสราเอล 24 เจ้าเยาะเย้ยองค์เจ้านายโดยพวกคนใช้ของเจ้า และเจ้าพูดว่า “ด้วยรถรบจำนวนมากของข้า ข้าได้ขึ้นยังที่สูงของภูเขาทั้งหลาย ไปถึงที่ไกลสุดของเลบานอน ข้าโค่นต้นสนสีดาร์สูงที่สุดของมันลง ทั้งต้นสนสามใบที่ดีที่สุดของมัน ข้าเข้าไปถึงยอดสูงสุดของมัน ไปยังป่าทึบที่สุดของมัน 25 ข้าขุดบ่อ และดื่มน้ำ และด้วยฝ่าเท้าของข้า ข้าจะทำให้ธารน้ำทั้งหมดของอียิปต์แห้งไป” 26 ‘เจ้าไม่ได้ยินหรือว่า เรากะการไว้นานแล้ว? เราวางแผนไว้แต่ดึกดำบรรพ์ และบัดนี้เราทำให้มันเป็นไปแล้ว คือเจ้าทำให้เมืองที่มีป้อมพังลง กลายเป็นกองสิ่งปรักหักพัง 27 ส่วนมือไม้ของชาวเมืองก็หมดเรี่ยวแรง พวกเขาท้อแท้และอับอาย และกลายเป็นเหมือนพืชที่ทุ่งนา และเหมือนหญ้าอ่อน เหมือนหญ้าบนยอดหลังคาบ้าน ถูกเผาเกรียมก่อนที่มันจะโตขึ้น 28 ‘แต่เรารู้จักการที่เจ้านั่งลง กับการที่เจ้าออกไปและเข้ามา และการที่เจ้าเกรี้ยวกราดต่อเรา 29 เพราะเจ้าเกรี้ยวกราดต่อเรา และความจองหองของเจ้ามาเข้าหูเรา ฉะนั้น เราจะเอาขอของเราเกี่ยวจมูกเจ้า และเอาบังเหียนของเราใส่ปากเจ้า แล้วเราจะหันเจ้ากลับไปตามทาง ที่เจ้าเข้ามานั้น’ 30 “และนี่จะเป็นหมายสำคัญแก่ท่าน คือปีนี้ท่านจะกินสิ่งที่งอกขึ้นเอง และในปีที่สองสิ่งที่ผลิออกจากที่เดิม แล้วในปีที่สาม จงหว่าน แล้วเกี่ยว และจงทำสวนองุ่นและกินผลของมัน 31 ส่วนพวกรอดตายของคนที่เหลืออยู่แห่งเชื้อวงศ์ยูดาห์นั้น จะหยั่งรากลงล่าง และเกิดผลขึ้นบน 32 เพราะว่าคนที่เหลืออยู่จะออกไปจากเยรูซาเล็ม และคนที่หนีรอดจะออกมาจากภูเขาศิโยน ความกระตือรือร้นของพระยาห์เวห์จอมทัพจะทรงทำการนี้ 33 “เพราะฉะนั้น พระยาห์เวห์ตรัสเกี่ยวกับพระราชาของอัสซีเรียดังนี้ว่า ‘เขาจะไม่เข้ามาในนครนี้หรือยิงลูกธนูไปที่นั่น หรือถือโล่เข้ามาข้างหน้านครหรือสร้างเชิงเทินต่อสู้มัน 34 เขามาทางไหน เขาจะต้องกลับไปทางนั้น เขาจะไม่เข้ามาในนครนี้ ’ พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ 35 ‘และเราจะป้องกันนครนี้ไว้เพื่อช่วยให้รอด เพื่อเห็นแก่เราเอง และเห็นแก่ดาวิดผู้รับใช้ของเรา’ ” 36 ทูตของพระยาห์เวห์ออกไป และประหารคนในค่ายของคนอัสซีเรีย 185,000 คน และถึงเวลาเช้ามืดเมื่อคนตื่นขึ้น ดูสิ พวกเหล่านั้นกลายเป็นศพทั้งหมด 37 แล้วเซนนาเคอริบพระราชาของอัสซีเรียก็ยกทัพไป และกลับบ้าน แล้วอาศัยอยู่ในกรุงนีนะเวห์ 38 ต่อมาเมื่อพระองค์นมัสการในพระนิเวศของพระนิสโรกเทพเจ้าของพระองค์ อัดรัมเมเลค และชาเรเซอร์ พระราชโอรสของพระองค์ก็ประหารพระองค์ด้วยดาบ แล้วหนีไปยังแผ่นดินอารารัต และเอสารฮัดโดนพระราชโอรสของพระองค์ก็ขึ้นครองแทน |