ใน พระ หัตถ์ ของ พระองค์
| Secondary Keywords | การแท้ง ข้าม ความปลอดภัย ความรัก ความหวัง ชีวิต ทารก ปลอดภัย พระเจ้า พ่อ มือ ยังไม่เกิด สันติภาพ หัวใจ |
|---|---|
| Tertiary Keywords | ค่า พระเจ้าช่วย สวรรค์ อนาคต |
| Scriptures | Isaiah 491 โอ แผ่นดินชายทะเล จงฟังข้าพเจ้า ชนชาติทั้งหลายที่อยู่ไกล จงตั้งใจฟัง พระยาห์เวห์ทรงเรียกข้าพเจ้าตั้งแต่ในครรภ์ พระองค์ทรงตั้งชื่อข้าพเจ้าตั้งแต่อยู่ในท้องมารดาข้าพเจ้า 2 พระองค์ทรงทำให้ปากของข้าพเจ้าเหมือนดาบคม พระองค์ทรงซ่อนข้าพเจ้าไว้ในร่มเงาพระหัตถ์ของพระองค์ พระองค์ทรงทำให้ข้าพเจ้าเป็นลูกศรขัดมัน พระองค์ทรงซ่อนข้าพเจ้าไว้ในแล่งของพระองค์ 3 และพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “เจ้าเป็นผู้รับใช้ของเรา อิสราเอลผู้ซึ่งเราจะสำแดงศักดิ์ศรีของเราเอง” 4 แต่ข้าพเจ้าเองกล่าวว่า “ข้าพเจ้าเหนื่อยเปล่า ข้าพเจ้าเปลืองแรงของตัวเองเสียเปล่าและอนิจจัง แต่แน่ละ สิ่งที่ควรเป็นของข้าพเจ้านั้นอยู่กับพระยาห์เวห์ และค่าตอบแทนของข้าพเจ้าอยู่กับพระเจ้าของข้าพเจ้า” 5 และบัดนี้ พระยาห์เวห์ตรัส คือพระองค์ผู้ทรงปั้นข้าพเจ้าตั้งแต่ในครรภ์ ให้เป็นผู้รับใช้ของพระองค์ เพื่อนำยาโคบกลับมาหาพระองค์ และเพื่อรวบรวมอิสราเอลมายังพระองค์ เพราะข้าพเจ้าได้รับเกียรติในสายพระเนตรของพระยาห์เวห์ และพระเจ้าของข้าพเจ้าทรงเป็นกำลังของข้าพเจ้า 6 พระองค์ตรัสว่า “ซึ่งเจ้าจะเป็นผู้รับใช้ของเรา เพื่อจะยกเผ่าทั้งหลายของยาโคบขึ้น และเพื่อให้อิสราเอลที่เหลือกลับสู่สภาพดีนั้น ดูจะเป็นการเล็กน้อยเกินไป เราจะให้เจ้าเป็นความสว่างแก่บรรดาประชาชาติ เพื่อความรอดของเราจะไปถึงสุดปลายแผ่นดินโลก” 7 พระยาห์เวห์ พระผู้ไถ่และองค์บริสุทธิ์ของอิสราเอล ตรัสกับผู้ถูกดูหมิ่นและถูกประชาชาติรังเกียจ คือคนใช้ของบรรดาผู้ครอบครอง ว่า “กษัตริย์ทั้งหลายจะมองดูแล้วจะยืนขึ้น และพวกเจ้านายจะกราบลงด้วยตัวเอง เพราะเหตุพระยาห์เวห์ผู้สัตย์จริง องค์บริสุทธิ์ของอิสราเอลผู้ได้เลือกสรรเจ้า” 8 พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า “ในเวลาโปรดปราน เราได้ตอบเจ้าแล้ว ในวันแห่งความรอดเราได้ช่วยเจ้า เราได้ดูแลเจ้า และมอบเจ้าไว้ ให้เป็นพันธสัญญาของชนชาติ เพื่อฟื้นฟูแผ่นดิน เพื่อแบ่งที่ร้างเปล่าให้เป็นมรดก 9 และเพื่อกล่าวกับพวกถูกจำจองว่า ‘จงออกมา’ กล่าวกับพวกที่อยู่ในความมืดว่า ‘จงเผยตัว’ พวกเขาจะเลี้ยงชีพตามทาง และที่เลี้ยงดูของพวกเขาจะอยู่ตามที่สูงโล้นทุกแห่ง 10 เขาทั้งหลายจะไม่หิวหรือกระหาย ความร้อนแผดเผาหรือดวงอาทิตย์จะไม่ทำลายเขา เพราะพระองค์ผู้ทรงสงสารพวกเขาจะทรงนำพวกเขา และจะนำพาเขาไปยังน้ำพุ 11 เราจะปรับภูเขาทุกแห่งของเราให้เป็นทางเดิน และทางหลวงทั้งหลายของเราจะถูกยกให้สูง 12 นี่แน่ะ พวกเหล่านี้จะมาจากเมืองไกล และดูสิ เหล่านี้มาจากเหนือและจากตะวันตก และเหล่านี้มาจากแผ่นดินซีนิม” 13 โอ ฟ้าสวรรค์ จงเปล่งเสียงชื่นบาน และแผ่นดินโลกจงชื่นชมยินดีเถิด โอ ภูเขาเอ๋ย จงร้องด้วยความเปรมปรีดิ์ เพราะพระยาห์เวห์ได้ทรงปลอบโยนชนชาติของพระองค์แล้ว และทรงสงสารคนของพระองค์ที่ถูกข่มใจ 14 แต่ศิโยนกล่าวว่า “พระยาห์เวห์ได้ทรงละทิ้งข้าแล้ว และองค์เจ้านายทรงลืมข้าเสียแล้ว” 15 “ผู้หญิงจะลืมบุตรของนางที่ยังกินนมอยู่ และไม่สงสารบุตรจากครรภ์ของนางได้หรือ? และถึงแม้ว่าคนเหล่านี้จะลืมได้ แต่เราก็จะไม่ลืมเจ้า 16 ดูสิ เราได้สลักเจ้าไว้บนฝ่ามือของเรา กำแพงเมืองของเจ้าอยู่ต่อหน้าเราเสมอ 17 บรรดาบุตรของเจ้าจะรีบมา แต่พวกผู้ทำลายเจ้าจะจากไป และพวกที่ทำให้เจ้าถูกทิ้งร้างก็ออกไปจากเจ้า 18 จงเงยตาขึ้นและมองไปรอบๆ เขาทั้งหลายชุมนุมกัน และพวกเขามายังเจ้า” พระยาห์เวห์ตรัสว่า “ตราบใดที่เราเองมีชีวิตอยู่ เจ้าจะสวมพวกเขาทุกคนเหมือนเครื่องประดับ เจ้าจะผูกพวกขาไว้อย่างเจ้าสาวประดับอาภรณ์ 19 แม้ที่ทิ้งร้างและที่ร้างเปล่าของเจ้า และแผ่นดินที่ถูกทำลายของเจ้า แน่ะ บัดนี้เจ้าจะแคบเกินไปสำหรับผู้อาศัย และพวกกลืนกินเจ้าจะอยู่ห่างไกล 20 ลูกๆ ที่เกิดยามเจ้าทุกข์ใจจากการเสียลูก จะพูดที่หูของเจ้าอีกว่า ‘ที่นี้แคบเกินสำหรับฉันแล้ว จงหาที่กว้างขึ้นให้ฉันอยู่’ 21 แล้วเจ้าจะพูดในใจของเจ้าว่า ‘ใครหนอได้คลอดคนเหล่านี้ให้ข้า ข้าทุกข์ระทมเพราะเสียลูกและเป็นหมัน ถูกกวาดต้อนเป็นเชลยและถูกขับไล่ แต่ใครหนอชุบเลี้ยงคนเหล่านี้? นี่แน่ะ ข้าถูกทิ้งไว้แต่ลำพัง แล้วคนเหล่านี้มาจากไหนกัน?’ ” 22 พระยาห์เวห์องค์เจ้านายตรัสดังนี้ว่า “ดูสิ เราจะยกมือของเรากวักบรรดาประชาชาติ และชูธงสัญญาณของเราต่อชนชาติทั้งหลาย แล้วพวกเขาจะอุ้มบรรดาบุตรชายของเจ้ามาในอ้อมอก และจะแบกบรรดาบุตรหญิงของเจ้ามาบนบ่า 23 กษัตริย์ทั้งหลายจะเป็นพ่อเลี้ยงของเจ้า และบรรดาพระราชธิดาของท่านเหล่านั้นจะเป็นแม่นมของเจ้า พวกเขาจะก้มหน้าลงถึงดินและกราบเจ้า และจะเลียผงคลีที่เท้าของเจ้า แล้วเจ้าจะรู้ว่าเราเองคือยาห์เวห์ บรรดาผู้รอคอยเราจะไม่อับอาย” 24 จะเอาเหยื่อไปจากนักรบได้หรือ? และจะช่วยเชลยของผู้กดขี่ให้หลุดได้หรือ? 25 พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า “แน่นอน แม้แต่เชลยของผู้มีกำลังก็จะต้องถูกเอาไป และเหยื่อของผู้น่ากลัวก็จะต้องช่วยให้หลุด เพราะเราเองจะต่อสู้กับผู้ต่อสู้เจ้า และเราเองจะช่วยบุตรทั้งหลายของเจ้าให้รอด Psalm 1391 ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระองค์ได้ทรงตรวจสอบข้าพระองค์ และทรงรู้จักข้าพระองค์ 2 เมื่อข้าพระองค์นั่งลงและลุกขึ้น พระองค์ทรงทราบ พระองค์ทรงเข้าใจความคิดของข้าพระองค์ได้แต่ไกล 3 พระองค์ทรงตรวจตราวิถีและการนอนของข้าพระองค์ และทรงคุ้นเคยกับทางทั้งสิ้นของข้าพระองค์ 4 ข้าแต่พระยาห์เวห์ แม้ก่อนที่ลิ้นของข้าพระองค์จะพูด พระองค์ก็ทรงทราบความเสียหมดแล้ว 5 พระองค์ทรงล้อมข้าพระองค์อยู่ทั้งข้างหน้าและข้างหลัง และวางพระหัตถ์บนข้าพระองค์ 6 ความรู้อย่างนี้อัศจรรย์เกินข้าพระองค์ สูงนักจนข้าพระองค์เอื้อมไม่ถึง 7 ข้าพระองค์จะไปไหนให้พ้นพระวิญญาณของพระองค์ได้? หรือข้าพระองค์จะหนีไปไหนให้พ้นจากพระพักตร์ของพระองค์? 8 ถ้าข้าพระองค์ขึ้นไปยังสวรรค์ พระองค์ก็สถิตที่นั่น ถ้าข้าพระองค์จะทำที่นอนไว้ในแดนคนตาย พระองค์ทรงอยู่ที่นั่น 9 ถ้าข้าพระองค์จะบินไปไกลถึงที่ตะวันออก หรือถ้าข้าพระองค์อาศัยอยู่สุดขอบทะเลตะวันตก 10 แม้ที่นั่น พระหัตถ์ของพระองค์จะจูงข้าพระองค์ และพระหัตถ์ขวาของพระองค์จะฉวยข้าพระองค์ไว้ 11 ถ้าข้าพระองค์จะว่า “ความมืดจะบังข้าไว้แน่ทีเดียว และความสว่างรอบข้าจะเป็นกลางคืน” 12 สำหรับพระองค์ แม้ความมืดก็ไม่มืด กลางคืนก็สว่างอย่างกลางวัน ความมืดเป็นอย่างความสว่าง 13 เพราะพระองค์ทรงสร้างชิ้นส่วนภายในข้าพระองค์ พระองค์ทรงถักทอข้าพระองค์เข้าด้วยกันในครรภ์มารดา 14 ข้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์ เพราะพระองค์ทรงสร้างข้าพระองค์อย่างอัศจรรย์น่าครั่นคร้าม บรรดาพระราชกิจของพระองค์อัศจรรย์ ข้าพระองค์ทราบดี 15 โครงร่างของข้าพระองค์ไม่ได้ถูกซ่อนไว้จากพระองค์ เมื่อข้าพระองค์ถูกสร้างอยู่ในที่ลับลี้ ประดิษฐ์ขึ้นมา ณ ภายในที่ลึกแห่งโลก 16 พระเนตรของพระองค์เห็นข้าพระองค์ตั้งแต่ยังไม่เป็นรูปทรง วันทั้งสิ้นที่กำหนดให้ข้าพระองค์นั้น ถูกบันทึกไว้ในหนังสือของพระองค์ ตั้งแต่ยังไม่มีวันนั้นเลย 17 ข้าแต่พระเจ้า สำหรับข้าพระองค์แล้ว พระดำริของพระองค์ล้ำค่ายิ่ง รวมกันเข้าก็มากมายนักหนา 18 ถ้าข้าพระองค์จะนับพระดำรินั้นก็มากกว่าเม็ดทราย เมื่อข้าพระองค์ตื่นขึ้น ข้าพระองค์จะยังอยู่กับพระองค์ |








