ยะ ซา ยา แนะ นํา ผู้ ปกครอง
| Secondary Keywords | ดาเนียล ผู้เผยพระวจนะ พินัยกรรม ยูดาห์ อิสยาห์ เก่า |
|---|---|
| Scriptures | Isaiah 11 นิมิตเกี่ยวกับยูดาห์และเยรูซาเล็มที่อิสยาห์บุตรอามอสได้เห็นในรัชกาลของอุสซียาห์ โยธาม อาหัส และเฮเซคียาห์ บรรดากษัตริย์ของยูดาห์ 2 ฟ้าสวรรค์เอ๋ย จงฟัง แผ่นดินโลกเอ๋ย จงเงี่ยหู เพราะพระยาห์เวห์ตรัสว่า “เราได้เลี้ยงลูกและทำให้เติบโตขึ้น แต่พวกเขาได้กบฏต่อเรา 3 โคยังรู้จักเจ้าของของมัน และลาก็รู้จักรางหญ้าของนายมัน แต่อิสราเอลไม่รู้จัก ชนชาติของเราไม่เข้าใจ” 4 เออ ประชาชาติบาปหนา ชนชาติที่แบกภาระหนักของความชั่ว เชื้อสายของพวกเลวทราม ลูกที่ทำความเสื่อมเสีย เขาทั้งหลายละทิ้งพระยาห์เวห์ พวกเขาดูหมิ่นองค์บริสุทธิ์ของอิสราเอล เขาทั้งหลายหันหลังให้พระองค์ 5 ทำไมพวกเจ้ายังอยากถูกเฆี่ยนอีก? ทำไมพวกเจ้ากบฏอยู่เรื่อยไป? ศีรษะก็เจ็บไปหมด ใจก็อ่อนเปลี้ยไปสิ้น 6 ตั้งแต่ฝ่าเท้าถึงศีรษะ ไม่มีตรงไหนปรกติเลย ล้วนแต่ฟกช้ำและเป็นรอยเฆี่ยน ทั้งยังเป็นแผลเลือดไหล ไม่ได้บีบออกหรือพันไว้ หรือบรรเทาปวดด้วยน้ำมัน 7 ประเทศของพวกเจ้าก็ร้างเปล่า เมืองทั้งหลายของเจ้าก็ถูกไฟเผา ส่วนแผ่นดินของเจ้าทั้งหลาย คนต่างด้าวก็ทำลายเสียต่อหน้าพวกเจ้า มันจึงร้างไปเหมือนถูกทำลายล้างด้วยคนต่างด้าว 8 ส่วนธิดาศิโยนก็ถูกทิ้งไว้ เหมือนเพิงในสวนองุ่น เหมือนกระท่อมในไร่แตงกวา เหมือนเมืองที่ถูกปิดล้อม 9 ถ้าพระยาห์เวห์จอมทัพ ไม่ได้เหลือคนไว้ให้เราบ้าง เราก็จะเป็นเหมือนเมืองโสโดม และเหมือนเมืองโกโมราห์ 10 จงฟังพระวจนะของพระยาห์เวห์ พวกผู้ปกครองเมืองโสโดม จงเงี่ยหูฟังธรรมบัญญัติของพระเจ้าของเรา พวกประชาชนเมืองโกโมราห์ 11 พระยาห์เวห์ตรัสว่า “เครื่องบูชามากมายของเจ้านั้นเป็นประโยชน์อะไรกับเรา? แกะตัวผู้ที่เป็นเครื่องบูชาเผาทั้งตัวนั้นเรามีเกินพอแล้ว รวมทั้งไขมันของสัตว์ทั้งหลายที่ขุนไว้นั้น เราไม่ปีติยินดีในเลือดของวัวผู้ หรือของลูกแกะหรือของแพะผู้ 12 “เมื่อเจ้าเข้ามาปรากฏตัวต่อหน้าเรา ใครขอให้พวกเจ้าทำเช่นนี้ ในการเหยียบเข้ามาในบริเวณของเรา? 13 อย่านำของถวายอนิจจังมาอีกเลย เครื่องหอมก็เป็นสิ่งน่าสะอิดสะเอียนต่อเรา วันเทศกาลเลี้ยงข้างขึ้น วันสะบาโตและการเรียกมาชุมนุม เราทนไม่ได้กับการทำชั่วพร้อมกับการประชุมศักดิ์สิทธิ์ 14 ใจของเราเกลียดชัง วันเทศกาลเลี้ยงข้างขึ้นและวันเทศกาลเลี้ยงตามกำหนดของเจ้า มันกลายเป็นภาระหนักบนตัวเรา เราแบกจนเหน็ดเหนื่อยแล้ว 15 เมื่อพวกเจ้ากางมือของเจ้าออก เราจะปิดตาของเราจากเจ้า แม้ว่าเจ้าจะอธิษฐานมากมาย เราก็จะไม่ฟัง ด้วยมือของพวกเจ้าเต็มด้วยเลือด 16 จงชำระตัว และทำตัวเจ้าให้สะอาด จงเอาความชั่วของเจ้าไปให้พ้นจากสายตาเรา จงเลิกทำชั่ว 17 จงฝึกทำดี จงเสาะหาความเป็นธรรม จงแก้ไขการบีบบังคับ จงแก้ต่างให้ลูกกำพร้าพ่อ จงสู้ความเพื่อหญิงม่าย” 18 พระยาห์เวห์ตรัสว่า “มาเถิด ให้พวกเราสู้ความกัน ถึงบาปของเจ้าเป็นเหมือนสีแดงเข้ม ก็จะขาวอย่างหิมะ ถึงมันจะแดงเหมือนผ้าแดง ก็จะเป็นอย่างขนแกะ 19 ถ้าพวกเจ้าเต็มใจและเชื่อฟัง เจ้าจะได้กินผลดีแห่งแผ่นดิน 20 แต่ถ้าพวกเจ้าปฏิเสธและกบฏ เจ้าจะถูกกลืนกินด้วยคมดาบ” เพราะว่าพระโอษฐ์ของพระยาห์เวห์ตรัสไว้แล้ว 21 นครซื่อสัตย์ กลายเป็นเมืองแพศยาแล้วหนอ เธอเคยเปี่ยมด้วยความยุติธรรม ความชอบธรรมเคยพำนักอยู่ในเธอ แต่บัดนี้มีแต่ฆาตกร 22 เงินของเจ้ากลายเป็นขี้เงินไปแล้ว เหล้าองุ่นของเจ้าก็เจือด้วยน้ำ 23 เจ้านายของท่านเป็นพวกกบฏ และเป็นพรรคพวกกับโจร ทุกคนรักสินบน และไล่ตามของกำนัล เขาไม่ได้แก้ต่างให้ลูกกำพร้าพ่อ และคดีของหญิงม่ายก็มาไม่ถึงพวกเขา 24 ฉะนั้น องค์เจ้านายคือพระยาห์เวห์จอมทัพ ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ของอิสราเอลตรัสว่า “ดูเถิด เราจะระบายความโกรธเหนือคู่อริของเรา และเราจะแก้แค้นศัตรูของเราให้ตัวเอง 25 เราจะหันมือของเรามาสู้เจ้า เราจะถลุงไล่ขี้แร่ของเจ้าออกเหมือนล้างด้วยน้ำด่าง เราจะเอาสิ่งเจือปนของเจ้าออกให้หมด 26 เราจะทำให้ผู้พิพากษาของเจ้าเป็นเหมือนเดิม และจะให้ที่ปรึกษาของเจ้าเหมือนอย่างครั้งแรก ภายหลัง เขาจะเรียกเจ้าว่านครชอบธรรม เมืองซื่อสัตย์” 27 ศิโยนจะได้รับการไถ่ด้วยความยุติธรรม และคนที่กลับใจในนครนั้นจะรับการไถ่ด้วยความชอบธรรม 28 แต่พวกกบฏและพวกคนบาปจะถูกทำลายด้วยกัน และพวกที่ละทิ้งพระยาห์เวห์จะถูกล้างผลาญ 29 เพราะพวกเจ้าจะอับอายเรื่องต้นโอ๊ก ที่เจ้าทั้งหลายชื่นชอบนั้น ทั้งจะอับอายเรื่องสวน ซึ่งเจ้าทั้งหลายได้เลือกนั้น 30 เพราะเจ้าทั้งหลายจะเป็นเหมือนต้นโอ๊ก ที่ใบเหี่ยวแห้ง และเหมือนสวนที่ขาดน้ำ 31 และคนแข็งแรงจะกลายเป็นใยป่าน และกิจการของเขากลายเป็นประกายไฟ แล้วทั้งสองอย่างจะไหม้ไปด้วยกัน และไม่มีใครดับได้ Isaiah 51 ขอให้ข้าพเจ้าร้องเพลงเพื่อสหายรักของข้าพเจ้า เป็นเพลงของสหายรักของข้าพเจ้าเกี่ยวกับสวนองุ่นของท่าน สหายรักของข้าพเจ้ามีสวนองุ่นแปลงหนึ่ง อยู่บนเนินเขาอันอุดมยิ่ง 2 ท่านขุดแล้วเก็บก้อนหินออกหมด และปลูกเถาองุ่นอย่างดีไว้ ท่านสร้างหอเฝ้าอยู่ท่ามกลาง และสกัดบ่อย่ำองุ่นไว้ในสวนนั้นด้วย ท่านคาดหวังว่ามันจะเกิดผลองุ่นหวาน แต่มันกลับเกิดผลเปรี้ยว 3 บัดนี้ ชาวเยรูซาเล็ม และคนยูดาห์เอ๋ย จงตัดสินระหว่างเรา กับสวนองุ่นของเรา 4 มีอะไรที่จะทำได้อีกเพื่อสวนองุ่นของเรา ซึ่งเรายังไม่ได้ทำให้ เมื่อเราคาดหวังว่ามันจะเกิดผลองุ่นหวาน ทำไมมันจึงเกิดผลเปรี้ยว? 5 บัดนี้เราจะบอกเจ้าทั้งหลายว่า เราจะทำอะไรกับสวนองุ่นของเรา เราจะรื้อรั้วกั้นของมันออก แล้วมันก็จะถูกทำลาย เราจะพังกำแพงของมันลง แล้วมันก็จะถูกเหยียบย่ำ 6 เราจะทำให้มันเป็นที่ร้าง จะไม่มีใครลิดแขนงหรือพรวนดิน หนามย่อยหนามใหญ่ก็จะงอกขึ้น และเราจะบัญชาเมฆ ไม่ให้โปรยฝนรดมัน 7 เพราะว่าสวนองุ่นของพระยาห์เวห์จอมทัพ คือวงศ์วานอิสราเอล และคนยูดาห์ เป็นต้นไม้ที่พระองค์ทรงชื่นชอบ และพระองค์ทรงคาดหวังความยุติธรรม แต่ ดูซิ มีการนองเลือด ทรงคาดหวังความชอบธรรม แต่ ดูซิ มีเสียงร้องให้ช่วย 8 วิบัติแก่พวกที่เสริมบ้านด้วยบ้าน และเพิ่มนาด้วยนา จนไม่มีเหลือให้คนอื่นอีกแล้ว และพวกเจ้าอยู่เพียงลำพังในแผ่นดินนั้น 9 พระยาห์เวห์จอมทัพทรงกล่าวกับข้าพเจ้า “แน่ทีเดียวบ้านหลายหลังจะต้องร้างเปล่า บ้านใหญ่และบ้านงามจะไม่มีคนอาศัย 10 เพราะว่าสวนองุ่น 25 ไร่จะได้น้ำองุ่นเพียง 8 ลิตร และเมล็ดพืช 180 ลิตรจะให้ผลผลิตเพียง 18 ลิตร” 11 วิบัติแก่พวกที่ลุกขึ้นแต่เช้ามืด เพื่อวิ่งหาเมรัย และพวกที่อยู่จนดึกดื่น แล้วเหล้าองุ่นทำให้เขาเมาหยำเป 12 งานเลี้ยงของเขามีพิณเขาคู่และพิณใหญ่ รำมะนา ขลุ่ยและเหล้าองุ่น แต่พวกเขาไม่ได้สนใจพระราชกิจของพระยาห์เวห์ หรือพิจารณาพระหัตถกิจของพระองค์ 13 เพราะฉะนั้นชนชาติของเราจึงตกเป็นเชลยเพราะขาดความรู้ คนสูงศักดิ์ของเขาเป็นคนหิวโหย และมวลชนของเขาก็แห้งผากเพราะความกระหาย 14 เพราะฉะนั้นแดนคนตายก็ขยายคอของมันออก และอ้าปากกว้างอย่างไม่จำกัด และพวกเจ้านายของเยรูซาเล็มและมวลชนของเมืองนั้นก็ลงไป พร้อมทั้งเสียงอึกทึกและความรื่นเริงที่อยู่ในนั้น 15 มนุษย์ก็ถูกลดต่ำลงและคนก็ต่ำต้อยลง และนัยน์ตาของผู้ผยองก็ต่ำต้อยลง 16 แต่พระยาห์เวห์จอมทัพจะได้รับการเทิดทูนไว้โดยความยุติธรรม และพระเจ้าองค์บริสุทธิ์ทรงสำแดงความบริสุทธิ์โดยความชอบธรรม 17 แล้วลูกแกะจะหากินเหมือนเป็นลานหญ้าของพวกมัน คนต่างด้าวจะหากินอยู่ในที่ปรักหักพังของคนร่ำรวย 18 วิบัติแก่พวกที่ลากความผิดด้วยสายเชือกของความเท็จ และลากความบาปเหมือนกับใช้เชือกโยงเกวียน 19 คือพวกที่กล่าวว่า “ให้พระองค์รีบเร่ง ให้พระองค์เร่งงานของพระองค์ เพื่อเราจะได้เห็น ให้แผนงานขององค์ผู้บริสุทธิ์ของอิสราเอลสำเร็จโดยเร็ว เพื่อเราจะได้รู้” 20 วิบัติแก่พวกที่เรียกความชั่วว่าความดี และเรียกความดีว่าความชั่ว พวกที่ถือว่าความมืดคือความสว่าง และความสว่างคือความมืด พวกที่ถือว่าความขมคือความหวาน และความหวานคือความขม 21 วิบัติแก่พวกคนที่ฉลาดในสายตาของตัวเอง และเฉียบแหลมในสายตาของตน 22 วิบัติแก่พวกที่เป็นวีรบุรุษในการดื่มเหล้าองุ่น และเป็นคนแกล้วกล้าในการผสมเมรัย 23 พวกที่ตัดสินคนชั่วให้พ้นผิดเพราะสินบน และเอาความเป็นธรรมไปจากผู้ชอบธรรม 24 ดังนั้น เปลวไฟเผาผลาญตอข้าวเช่นไร และหญ้าแห้งยุบลงในเปลวเพลิงเช่นไร รากของพวกเขาก็จะเป็นเหมือนความเปื่อยเน่า และความเบ่งบานของเขาจะฟุ้งกระจายไปเหมือนผงคลีเช่นนั้น เพราะเขาทั้งหลายได้ละทิ้งธรรมบัญญัติของพระยาห์เวห์จอมทัพ และดูหมิ่นพระวจนะขององค์บริสุทธิ์ของอิสราเอล 25 เหตุฉะนั้น พระพิโรธของพระยาห์เวห์จึงพลุ่งขึ้นต่อชนชาติของพระองค์ และพระองค์เหยียดพระหัตถ์พระองค์ออกต่อต้านเขาและโจมตีเขา แล้วภูเขาทั้งหลายก็สั่นสะเทือน และซากศพของพวกเขาก็เหมือนกองขยะ อยู่กลางถนน ถึงกระนั้น พระพิโรธของพระองค์ก็ไม่สร่างซา และพระหัตถ์ของพระองค์ก็ยังเหยียดออกอยู่ 26 พระองค์จะทรงให้สัญญาณแก่ประชาชาติที่อยู่ไกล และผิวพระโอษฐ์เรียกเขามาจากที่สุดปลายแผ่นดินโลก และนี่แน่ะ เขาจะมาอย่างเร็วและรีบเร่ง 27 ไม่มีใครในพวกเขาอ่อนเปลี้ย และไม่มีใครสะดุดล้ม ไม่มีใครง่วงเหงาหรือนอนหลับ ไม่มีสายคาดเอวสักเส้นหลุดอยู่ ไม่มีสายรัดรองเท้าสักสายขาดไป 28 ลูกธนูทั้งหมดของเขาล้วนแหลมคม คันธนูทั้งสิ้นของเขาก็โก่งไว้ กีบม้าทั้งหลายของเขาเหมือนหินเหล็กไฟ และล้อรถของเขาเหมือนพายุหมุน 29 เสียงคำรามของเขาเหมือนสิงโต เขาคำรามดั่งสิงโตหนุ่มทั้งหลาย เขาคำรนขณะตะครุบเหยื่อ แล้วเขาขนไปโดยไม่มีใครช่วยกู้ได้ 30 ในวันนั้นเขาจะคำรนเหนือเหยื่อนั้น เหมือนดังเสียงคะนองของทะเล และถ้าใครมองไปยังแผ่นดิน ดูสิ มีแต่ความมืดและความทุกข์ใจ แม้ความสว่างก็ถูกเมฆบดบังเสีย |