สายตาของเจคอบ
| Secondary Keywords | Jacob กฎหมาย ทำให้ พินัยกรรม ราเชล วิสัยทัศน์ เก่า เอซาว แหล่งกำเนิด |
|---|---|
| Scriptures | Genesis 28 Genesis 35 |
Genesis 281 แล้วอิสอัคก็เรียกยาโคบมา อวยพรให้และกำชับเขาว่า “อย่าแต่งงานกับหญิงคานาอัน2 แต่ลุกขึ้นไปปัดดานอารัม ไปยังบ้านเบธูเอลบิดาของแม่เจ้า ที่นั่นเจ้าจงแต่งงานกับบุตรหญิงคนหนึ่งของลาบันพี่ชายแม่ของเจ้า3 ขอพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ทรงอวยพรเจ้า และโปรดให้เจ้ามีลูกดกทวียิ่งขึ้น จนได้เป็นมวลชนชาติทั้งหลาย4 ขอพระองค์ประทานพรของอับราฮัมแก่เจ้า และแก่เชื้อสายของเจ้าด้วย เพื่อเจ้าจะได้ดินแดนซึ่งเจ้าอาศัยอยู่นี้เป็นกรรมสิทธิ์ ซึ่งพระเจ้าประทานแก่อับราฮัม”5 อิสอัคก็ส่งยาโคบไป ยาโคบก็ไปปัดดานอารัม ไปหาลาบัน บุตรชายของเบธูเอลคนอารัมพี่ชายของเรเบคาห์ มารดาของยาโคบและเอซาว6 ฝ่ายเอซาวเห็นว่าอิสอัคอวยพรยาโคบ และส่งเขาไปยังปัดดานอารัมเพื่อหาภรรยาจากที่นั่น และเมื่ออิสอัคอวยพรเขานั้นท่านกำชับเขาว่า “เจ้าอย่าแต่งงานกับหญิงคานาอัน”7 ยาโคบเชื่อฟังบิดามารดา และไปยังปัดดานอารัม8 เมื่อเอซาวเห็นว่าหญิงคานาอันไม่เป็นที่พอใจอิสอัคบิดาของเขา9 จึงไปหาอิชมาเอลและรับมาหะลัทบุตรหญิงของอิชมาเอลบุตรชายของอับราฮัม น้องสาวของเนบาโยทมาเป็นภรรยา นอกเหนือภรรยาซึ่งเขามีอยู่แล้ว10 ยาโคบออกจากเบเออร์เชบาเดินไปยังฮาราน11 เขามาถึงที่แห่งหนึ่ง และพักอยู่ที่นั่นในคืนนั้น เพราะดวงอาทิตย์ตกแล้ว เขาเอาหินก้อนหนึ่งมาหนุนศีรษะ แล้วนอนลงที่นั่น12 เขาฝันว่ามีบันไดอันหนึ่งตั้งขึ้นบนแผ่นดินโลก ยอดถึงฟ้าสวรรค์ ทูตทั้งหลายของพระเจ้ากำลังขึ้นลงอยู่บนนั้น13 พระยาห์เวห์ทรงยืนเหนือบันไดและตรัสว่า “เราคือยาห์เวห์พระเจ้าของอับราฮัมบิดาของเจ้า และพระเจ้าของอิสอัค แผ่นดินซึ่งเจ้านอนอยู่นั้นเราจะให้แก่เจ้าและเชื้อสายของเจ้า14 เชื้อสายของเจ้าจะเป็นเหมือนผงคลีบนแผ่นดิน เจ้าจะแผ่กว้างออกไปทางทิศตะวันตกและทิศตะวันออก ทางทิศเหนือและทิศใต้ พงศ์พันธุ์มนุษย์ทั้งหมดจะได้รับพรเพราะเจ้าและเพราะเชื้อสายของเจ้า15 นี่แน่ะ เราอยู่กับเจ้า และจะพิทักษ์รักษาเจ้าทุกแห่งหนที่เจ้าไป และจะนำเจ้ากลับมายังดินแดนนี้ เพราะเราจะไม่ทอดทิ้งเจ้า จนกว่าเราจะได้ทำสิ่งซึ่งเราพูดไว้กับเจ้า”16 ยาโคบตื่นขึ้นจากหลับก็พูดว่า “พระยาห์เวห์ทรงอยู่ ณ ที่นี้แน่ทีเดียว แต่ข้าเองไม่รู้”17 เขากลัวและพูดว่า “สถานที่นี้น่ายำเกรงนัก สถานที่นี้ไม่ใช่อื่นใดเลย เป็นที่ประทับของพระเจ้า และนี่คือประตูฟ้าสวรรค์”18 ยาโคบจึงลุกขึ้นแต่เช้ามืด เอาก้อนหินซึ่งใช้หนุนศีรษะ ตั้งขึ้นเป็นเสาศักดิ์สิทธิ์ และเทน้ำมันบนยอดเสานั้น19 เขาเรียกสถานที่นั้นว่าเบธเอล แต่ก่อนเมืองนั้นชื่อลูส20 แล้วยาโคบปฏิญาณว่า “ถ้าพระเจ้าทรงอยู่กับข้าพระองค์ ทรงพิทักษ์รักษาทางที่ข้าพระองค์จะไป ประทานอาหารให้ข้าพระองค์รับประทาน และเสื้อผ้าให้ข้าพระองค์สวม21 จนข้าพระองค์กลับมาบ้านบิดาของข้าพระองค์โดยสวัสดิภาพแล้ว พระยาห์เวห์จะทรงเป็นพระเจ้าของข้าพระองค์22 และก้อนหินนี้ซึ่งข้าพระองค์ตั้งไว้เป็นเสาศักดิ์สิทธิ์ จะเป็นที่ประทับของพระเจ้า และทุกสิ่งที่พระองค์ประทานแก่ข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะถวายหนึ่งในสิบแด่พระองค์” Genesis 351 พระเจ้าตรัสแก่ยาโคบว่า “ลุกขึ้นไปเบธเอล และอาศัยอยู่ที่นั่น ทำแท่นบูชาที่นั่นแด่พระเจ้าผู้สำแดงพระองค์แก่เจ้าเมื่อเจ้าหนีไปจากเอซาวพี่ชายของเจ้า”2 ดังนั้นยาโคบจึงบอกครอบครัว และคนทั้งปวงที่อยู่กับท่านว่า “จงทิ้งพวกพระต่างด้าวที่อยู่ท่ามกลางพวกเจ้าเสีย ชำระตัว และเปลี่ยนเครื่องนุ่งห่ม3 ให้พวกเราลุกขึ้นไปเบธเอล ที่นั่นข้าจะทำแท่นบูชาแด่พระเจ้าผู้ทรงตอบข้าในวันที่ข้ามีความทุกข์ใจ และทรงอยู่กับข้าในทางที่ข้าไปนั้น”4 คนทั้งหลายเอาพระต่างด้าวทั้งหมดที่มีอยู่ กับตุ้มหูที่หูของพวกเขามาให้ยาโคบ ยาโคบก็ฝังไว้ใต้ต้นโอ๊กที่อยู่ใกล้เมืองเชเคม5 เมื่อพวกเขาออกเดินทาง เมืองต่างๆ ที่อยู่รอบข้างมีความเกรงกลัวพระเจ้า ชาวเมืองจึงไม่ได้ไล่ตามบรรดาบุตรชายของยาโคบ6 ยาโคบมาถึงลูส (คือเบธเอล) ซึ่งอยู่ในดินแดนคานาอัน ทั้งท่านและทุกคนที่อยู่กับท่าน7 ที่นั่นยาโคบสร้างแท่นบูชาไว้ และเรียกสถานที่นั้นว่าเอลเบธเอล เพราะว่าที่นั่น พระเจ้าทรงสำแดงพระองค์แก่ยาโคบเมื่อท่านหนีพี่ชายไป8 ฝ่ายเดโบราห์พี่เลี้ยงของนางเรเบคาห์ก็ถึงแก่ความตาย เขาฝังศพไว้ใต้ต้นโอ๊กซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเบธเอล เขาเรียกต้นไม้นั้นว่าอัลโลนบาคูท9 เมื่อยาโคบออกจากปัดดานอารัม พระเจ้าทรงสำแดงพระองค์แก่ยาโคบอีก และทรงอวยพรท่าน10 พระเจ้าตรัสแก่ท่านว่า “เจ้ามีชื่อว่ายาโคบ เขาจะไม่เรียกเจ้าว่ายาโคบต่อไป เพราะชื่อของเจ้าจะเป็นอิสราเอล” ดังนั้นพระองค์ทรงเรียกท่านว่าอิสราเอล11 พระเจ้าตรัสแก่ท่านว่า “เราเป็นพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ เจ้าจงเกิดผู้คนทวีมากขึ้น ประชาชาติหนึ่งและหลายประชาชาติจะเกิดมาจากเจ้า กษัตริย์หลายองค์จะออกมาจากเจ้า12 ดินแดนนี้ที่เราให้แก่อับราฮัมและอิสอัค เราจะให้แก่เจ้า และเราจะให้ดินแดนนี้แก่เชื้อสายของเจ้าที่จะมาภายหลังเจ้า”13 พระเจ้าเสด็จขึ้นไปจากยาโคบ ณ ที่ที่พระเจ้าตรัสแก่เขา14 ยาโคบก็ปักเสาไว้ที่ซึ่งพระองค์ตรัสแก่เขา เสานี้เป็นเสาหิน เขาก็เอาเครื่องดื่มบูชาเทลงบนเสา และเทน้ำมันบนนั้น15 ยาโคบเรียกสถานที่ที่พระเจ้าตรัสแก่ท่านว่า เบธเอล16 พวกเขาเดินทางจากเบธเอลเกือบถึงเอฟราธาห์ ราเชลก็เจ็บครรภ์มาก จะคลอดบุตร17 ขณะที่นางเจ็บครรภ์มาก นางผดุงครรภ์บอกว่า “อย่ากลัว ท่านจะได้บุตรชายอีกคนหนึ่ง”18 เมื่อชีวิตใกล้ดับ (เพราะนางถึงแก่ความตาย) นางเรียกบุตรนั้นว่า เบนโอนี แต่บิดาเรียกว่า เบนยามิน19 ราเชลก็สิ้นชีวิต เขาฝังศพไว้ริมทางที่จะไปเอฟราธาห์ (คือเบธเลเฮม)20 ยาโคบเอาเสาหินปักไว้ตรงที่ฝังศพ ซึ่งเป็นเสาหิน ณ ที่ฝังศพราเชลจนทุกวันนี้21 อิสราเอลก็เดินทางต่อไปอีก ไปตั้งเต็นท์อยู่เลยหอคอยชื่อเอเดอร์22 อยู่มาเมื่ออิสราเอลอาศัยอยู่ที่ดินแดนนั้น รูเบนไปนอนกับบิลฮาห์ภรรยาน้อยของบิดา อิสราเอลก็รู้เรื่องนี้ ฝ่ายบุตรชายของยาโคบมีสิบสองคน23 บุตรชายเลอาห์ชื่อรูเบน(เป็นบุตรหัวปีของยาโคบ) สิเมโอน เลวี ยูดาห์ อิสสาคาร์ และเศบูลุน24 บุตรชายราเชลชื่อโยเซฟ และเบนยามิน25 บุตรชายบิลฮาห์ สาวใช้ของราเชลชื่อดาน และนัฟทาลี26 บุตรชายของศิลปาห์สาวใช้ของเลอาห์ชื่อกาดและอาเชอร์ คนเหล่านี้เป็นบุตรของยาโคบ ซึ่งเกิดที่ปัดดานอารัม27 ฝ่ายยาโคบกลับมาหาอิสอัคบิดาของท่านที่มัมเร คือที่คีริยาทอารบา(คือเฮโบรน) ที่อับราฮัมและอิสอัคเคยอาศัยมาก่อน28 อิสอัคมีอายุ 180 ปี29 ก็ถึงวันสุดท้ายของชีวิต ท่านสิ้นชีวิตเมื่อชราและแก่หง่อมมาก และถูกรวมไปอยู่กับบรรพบุรุษของท่าน ส่วนบุตรชายของท่านคือ เอซาวและยาโคบก็นำท่านไปฝัง | |








