โมเซ และ บัญญัติ สิบ ประการ
| Secondary Keywords | exodus Sinai กฎหมาย บัญญัติ ปฐมกาล พินัยกรรม สิบ ฮีบรู เก่า โมเสส |
|---|---|
| Scriptures | Exodus 201 พระเจ้าตรัสพระวจนะทั้งสิ้นต่อไปนี้ว่า 2 “เราคือยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า ผู้ได้นำเจ้าออกจากแผ่นดินอียิปต์คือจากแดนทาส 3 “ห้ามมีพระเจ้าอื่นใดนอกเหนือจากเรา 4 “ห้ามทำรูปเคารพสำหรับตน เป็นรูปสิ่งใดซึ่งมีอยู่ในฟ้าเบื้องบน หรือบนแผ่นดินเบื้องล่าง หรือในน้ำใต้แผ่นดิน 5 ห้ามกราบไหว้หรือปรนนิบัติรูปเหล่านั้น เพราะเราคือยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า เป็นพระเจ้าที่หวงแหน ให้โทษของบิดาตกทอดไปถึงลูกหลานของผู้ที่ชังเราจนถึงสามชั่วสี่ชั่วอายุคน 6 แต่แสดงความรักมั่นคงต่อคนที่รักเรา และรักษาบัญญัติของเราจนถึงนับพันชั่วอายุคน 7 “ห้ามใช้พระนามพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้าไปในทางที่ผิด เพราะผู้ที่ใช้พระนามของพระองค์ไปในทางที่ผิดนั้น พระยาห์เวห์จะทรงเอาโทษ 8 “จงระลึกถึงวันสะบาโต ถือเป็นวันบริสุทธิ์ 9 จงทำงานทั้งสิ้นของเจ้าหกวัน 10 แต่วันที่เจ็ดนั้นเป็นสะบาโตแด่พระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า ในวันนั้นห้ามทำงานใดๆไม่ว่าเจ้าเอง หรือบุตรชายบุตรหญิงของเจ้า หรือทาสทาสีของเจ้า หรือสัตว์ใช้งานของเจ้า หรือคนต่างด้าวที่อาศัยอยู่ในประตูเมืองของเจ้า 11 เพราะในหกวันพระยาห์เวห์ทรงสร้างฟ้าและแผ่นดิน ทะเล และสรรพสิ่งซึ่งมีอยู่ในที่เหล่านั้น แต่ในวันที่เจ็ดทรงพัก เพราะฉะนั้นพระยาห์เวห์ทรงอวยพรวันสะบาโต และทรงตั้งวันนั้นไว้เป็นวันบริสุทธิ์ 12 “จงให้เกียรติแก่บิดามารดาของเจ้า เพื่ออายุของเจ้าจะได้ยืนยาวบนแผ่นดิน ซึ่งพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้าประทานแก่เจ้า 13 “ห้ามฆ่าคน 14 “ห้ามล่วงประเวณีผัวเมียเขา 15 “ห้ามลักขโมย 16 “ห้ามเป็นพยานเท็จใส่ร้ายเพื่อนบ้าน 17 “ห้ามโลภบ้านเรือนของเพื่อนบ้าน ห้ามโลภภรรยาของเพื่อนบ้าน หรือทาสทาสีของเขา หรือโค ลาของเขา หรือสิ่งใดๆ ซึ่งเป็นของของเพื่อนบ้าน” 18 ประชาชนทุกคนได้ยินเสียงฟ้าร้อง และเสียงแตร อีกทั้งได้เห็นฟ้าแลบและควันที่พลุ่งขึ้นจากภูเขานั้น ประชาชนก็กลัวจนตัวสั่นยืนอยู่แต่ไกล 19 พวกเขาจึงกล่าวกับโมเสสว่า “ท่านจงนำความมาเล่าเถิด เราจะฟัง แต่อย่าให้พระเจ้าตรัสกับเราเลย เกรงว่าเราจะตาย” 20 โมเสสจึงกล่าวกับประชาชนว่า “อย่ากลัวเลย เพราะว่าพระเจ้าเสด็จมาเพื่อทรงลองใจพวกท่าน เพื่อพวกท่านจะได้ยำเกรงพระองค์ และจะได้ไม่ทำบาป” 21 ประชาชนยืนอยู่แต่ไกล แต่โมเสสเข้าไปใกล้ความมืดทึบที่พระเจ้าสถิตอยู่นั้น 22 พระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า “จงบอกชนชาติอิสราเอลดังนี้ว่า ‘พวกเจ้าได้เห็นแล้วว่า เราพูดกับพวกเจ้าจากท้องฟ้า 23 ห้ามทำรูปพระใดๆ ไว้บูชาเทียบเท่ากับเรา ห้ามทำรูปพระด้วยเงินหรือทองคำสำหรับตัว 24 จงใช้ดินก่อแท่นบูชาสำหรับเรา และบนแท่นนั้นจงใช้แกะและโคของเจ้าเป็นเครื่องบูชาเผาทั้งตัว และเป็นเครื่องศานติบูชาแก่เรา และเราจะมาหาเจ้าและอวยพรเจ้าในทุกแห่งที่เราให้ระลึกถึงนามของเรา 25 ถ้าจะก่อแท่นบูชาด้วยศิลาสำหรับเรา ห้ามก่อด้วยศิลาที่ตกแต่งแล้ว เพราะถ้าเจ้าใช้เครื่องมือตกแต่งศิลานั้น เจ้าก็ทำให้ศิลานั้นเป็นมลทิน 26 และห้ามขึ้นไปยังแท่นบูชาของเราทางบันได เพื่อจะไม่เป็นที่อุจาดตา’ Exodus 341 พระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า “จงสกัดศิลาสองแผ่นให้เหมือนอย่างเดิม แล้วเราจะจารึกบนศิลานั้นด้วยถ้อยคำที่อยู่ในศิลาชุดเดิมที่เจ้าทำแตก 2 จงเตรียมให้พร้อมในเวลาเช้า แล้วจงขึ้นภูเขาซีนายแต่เช้า จงเข้าเฝ้าเราที่นั่นบนยอดเขานั้น 3 อย่าให้ผู้ใดขึ้นมากับเจ้า และอย่าให้เห็นผู้ใดทั่วบริเวณภูเขา อย่าให้ฝูงแพะแกะ ฝูงโคกินหญ้าอยู่หน้าภูเขานี้เลย” 4 ดังนั้นโมเสสจึงสกัดศิลาสองแผ่นเหมือนชุดแรก แล้วท่านตื่นแต่เช้า ขึ้นไปบนภูเขาซีนายตามรับสั่งของพระยาห์เวห์ พร้อมกับศิลาสองแผ่น 5 พระยาห์เวห์เสด็จลงมาในเมฆและทรงยืนอยู่กับท่านที่นั่น และทรงประกาศพระนามของพระยาห์เวห์ 6 แล้วพระยาห์เวห์เสด็จผ่านไปข้างหน้าท่าน ตรัสว่า “พระยาห์เวห์ พระยาห์เวห์ เป็นพระเจ้าผู้เปี่ยมด้วยพระกรุณาและพระคุณ พระองค์กริ้วช้า ทรงบริบูรณ์ด้วยความรักมั่นคง และความสัตย์จริง 7 ผู้ทรงสำแดงความรักมั่นคงจนถึงพันๆ ชั่วอายุคน ผู้ประทานอภัยการล่วงละเมิด การทรยศและบาป แต่จะไม่ทรงละเว้นการลงโทษอย่างแน่นอน และทรงให้โทษบิดาตกทอดไปถึงลูกหลานถึงสามชั่วสี่ชั่วอายุคน” 8 โมเสสจึงรีบกราบลงถึงดินนมัสการ 9 แล้วกราบทูลว่า “องค์เจ้านาย ถ้าข้าพระองค์เป็นที่โปรดปรานในสายพระเนตรของพระองค์ ก็ขอพระองค์โปรดเสด็จไปกับพวกข้าพระองค์แม้ว่าประชากรนั้นหัวแข็ง และขอประทานอภัยการล่วงละเมิดและบาปของข้าพระองค์ทั้งหลาย และขอทรงรับพวกข้าพระองค์เป็นมรดกของพระองค์ด้วย” 10 แล้วพระองค์ตรัสว่า “นี่แน่ะ เราจะทำพันธสัญญา เราจะทำการอัศจรรย์ต่อหน้าประชากรทั้งสิ้นของเจ้า ซึ่งไม่เคยมีใครทำในทั่วพิภพและในประชาชาติทั้งสิ้น ประชาชนทั้งหมดซึ่งเจ้าอยู่ท่ามกลางเขานั้น จะได้เห็นราชกิจของพระยาห์เวห์ เพราะสิ่งที่เราจะทำต่อเจ้านั้นจะเป็นสิ่งที่น่าเกรงขาม 11 “จงรักษาคำบัญชาที่เราให้เจ้าในวันนี้ ดูเถิด เราจะไล่คนอาโมไรต์ คนคานาอัน คนฮิตไทต์ คนเปริสซี คนฮีไวต์ และคนเยบุส ไปให้พ้นหน้าเจ้า 12 จงระวังตัวให้ดี เกรงว่าเจ้าจะทำพันธสัญญากับผู้ที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินนั้นซึ่งเจ้าจะไปถึง ไม่อย่างนั้นมันจะเป็นบ่วงแร้วดักเจ้า 13 แต่เจ้าทั้งหลายจงทำลายแท่นบูชาและทุบเสาศักดิ์สิทธิ์ของเขาให้แหลกละเอียด และโค่นบรรดาเสาอาเช-ราห์ของเขาเสีย 14 (ห้ามนมัสการพระอื่น เพราะพระยาห์เวห์ผู้มีพระนามว่า “หวงแหน” เป็นพระเจ้าผู้ทรงหวงแหน) 15 เกรงว่าเจ้าจะทำพันธสัญญากับผู้ที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินนั้น และเมื่อพวกเขาเล่นชู้กับพระของตน และถวายสัตวบูชาแก่พระของตนนั้น เขาจะเชิญเจ้าไปร่วมด้วย และเจ้าจะกินของที่เขาถวายบูชานั้น 16 เกรงว่าเจ้าจะรับบุตรหญิงของพวกเขามาเป็นภรรยาบุตรชายของเจ้า และบุตรหญิงของเขานั้นจะไปเล่นชู้กับพระของตน และชักชวนให้บุตรชายของเจ้าไปเล่นชู้กับพระเหล่านั้นด้วย 17 “ห้ามหล่อรูปพระไว้สำหรับตัวเอง 18 “เจ้าจงถือเทศกาลกินขนมปังไร้เชื้อ จงกินขนมปังไร้เชื้อเจ็ดวันตามกำหนดในเดือนอาบีบตามที่เราบัญชาเจ้า เพราะเจ้าออกจากอียิปต์ในเดือนอาบีบ 19 ทุกสิ่งซึ่งออกจากครรภ์ครั้งแรกเป็นของเรา คือฝูงปศุสัตว์ตัวผู้ทั้งหมดของเจ้า ลูกหัวปีของโคและของแกะ 20 ส่วนลูกลาหัวปีนั้น เจ้าจงนำลูกแกะมาไถ่ไว้ ถ้าเจ้าไม่ได้ไถ่ ก็จงหักคอมันเสีย บุตรหัวปีทั้งหมดของเจ้านั้นจะต้องไถ่ไว้ด้วย ห้ามผู้ใดมาเข้าเฝ้าเรามือเปล่า 21 “เจ้าจงทำงานหกวัน แต่วันที่เจ็ดจงหยุดพัก แม้แต่ในฤดูไถนาและฤดูเกี่ยวข้าวก็จงหยุดพัก 22 จงถือเทศกาลสัปดาห์ด้วยพืชผลแรกของการเก็บเกี่ยวข้าวสาลี และถือเทศกาลเก็บผลิตผลในปลายปี 23 ให้ผู้ชายทุกคนของเจ้าเข้าเฝ้าพระยาห์เวห์องค์เจ้านาย พระเจ้าแห่งอิสราเอลปีละสามครั้ง 24 เพราะเราจะขับไล่ชนชาติทั้งหลายออกไปให้พ้นหน้าเจ้า และจะขยายเขตแดนของเจ้าให้กว้างออกไป เมื่อเจ้าจะขึ้นไปเข้าเฝ้าพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้าปีละสามครั้งนั้น จะไม่มีใครอยากได้แผ่นดินของเจ้าเลย 25 “ห้ามถวายเลือดจากเครื่องสัตวบูชาของเรา พร้อมกับขนมปังใส่เชื้อ และห้ามเหลือเครื่องสัตวบูชาในเทศกาลปัสกาไว้จนถึงวันรุ่งขึ้น 26 จงนำพืชผลแรกที่ดีที่สุดจากผืนดินของเจ้ามาถวายยังพระนิเวศของพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า อย่าต้มเนื้อลูกแพะด้วยน้ำนมแม่ของมันเลย” 27 พระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า “เจ้าจงเขียนคำเหล่านี้ไว้ เพราะเราทำพันธสัญญาไว้กับเจ้าและกับพวกอิสราเอลตามคำเหล่านี้แล้ว” 28 โมเสสเข้าเฝ้าพระยาห์เวห์อยู่ที่นั่นสี่สิบวันสี่สิบคืน ท่านไม่ได้รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำเลย ท่านจารึกถ้อยคำแห่งพันธสัญญาไว้บนแผ่นศิลา คือพระบัญญัติสิบประการ 29 ต่อมาโมเสสลงมาจากภูเขาซีนาย มีแผ่นพระโอวาทสองแผ่นในมือของท่านด้วยขณะที่ลงมาจากภูเขานั้น โมเสสก็ไม่ทราบว่าผิวหน้าของตนทอแสงเนื่องจากท่านได้สนทนากับพระเจ้า 30 เมื่ออาโรนและคนอิสราเอลทั้งหมดมองดูโมเสส ก็เห็นว่าผิวหน้าของท่านทอแสง และพวกเขาก็กลัวไม่กล้าเข้ามาใกล้ท่าน 31 โมเสสจึงเรียกพวกเขามา แล้วอาโรนกับพวกผู้นำทั้งหมดของชุมนุมชนก็กลับมาหาท่าน และโมเสสได้กล่าวกับพวกเขา 32 หลังจากคนอิสราเอลทั้งสิ้นเข้ามาใกล้ โมเสสก็ให้บัญญัติแก่เขาทั้งหลายตามที่พระยาห์เวห์ตรัสกับท่านทุกข้อบนภูเขาซีนาย 33 เมื่อท่านพูดจบแล้ว ก็ใช้ผ้าคลุมหน้าไว้ 34 แต่เมื่อไรที่โมเสสเข้าเฝ้าพระยาห์เวห์เพื่อกราบทูลพระองค์ ท่านก็ปลดผ้านั้นออก จนกว่าจะกลับออกมา เมื่อท่านออกมาก็เล่าให้คนอิสราเอลฟังถึงสิ่งที่พระองค์ทรงบัญชาท่าน 35 และคนอิสราเอลดูหน้าของโมเสส ก็เห็นผิวหน้าของโมเสสทอแสง ดังนั้นโมเสสจึงใช้ผ้าคลุมหน้าอีก จนกว่าจะเข้าไปทูลพระองค์ |