นาธานและดาวิด
| Secondary Keywords | confronts ซามูเอล ดาวิด นาธาน พระมหากษัตริย์ พินัยกรรม ราชอาณาจักร สห เก่า |
|---|---|
| Scriptures | 1 Chronicles 17 2 Samuel 12 |
1 Chronicles 171 อยู่มาเมื่อดาวิดประทับในพระราชวังของพระองค์ ดาวิดตรัสกับนาธันผู้เผยพระวจนะว่า “ดูสิ เราอยู่ในบ้านทำด้วยไม้สนสีดาร์ แต่หีบพันธสัญญาของพระยาห์เวห์อยู่ภายใต้ม่านเต็นท์”2 และนาธันทูลดาวิดว่า “ขอฝ่าพระบาททรงทำทั้งสิ้นตามพระทัยของฝ่าพระบาท เพราะพระเจ้าทรงอยู่กับฝ่าพระบาท”3 แต่ต่อมาในคืนวันนั้นเอง พระวจนะของพระเจ้ามาถึงนาธันว่า4 “จงไปบอกดาวิดผู้รับใช้ของเราว่า ‘พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า เจ้าจะไม่เป็นผู้สร้างนิเวศให้เราอยู่5 เพราะเราไม่เคยอยู่ในนิเวศนับแต่วันที่เราพาอิสราเอลขึ้นมาจนกระทั่งวันนี้ แต่เราได้ไปจากเต็นท์นี้ถึงเต็นท์โน้น และจากพลับพลาแห่งนี้ถึงแห่งโน้น6 ในที่ทั้งปวงที่เราเคลื่อนไปมากับอิสราเอลทั้งหมด เราเคยพูดสักคำกับผู้วินิจฉัยของอิสราเอลสักคน ผู้ที่เราได้บัญชาให้เลี้ยงดูประชากรของเราหรือว่า “ทำไมพวกเจ้าไม่ได้สร้างนิเวศด้วยไม้สนสีดาร์ให้แก่เรา?” ’7 เพราะฉะนั้นบัดนี้เจ้าจงกล่าวแก่ดาวิดผู้รับใช้ของเราว่า ‘พระยาห์เวห์จอมทัพตรัสว่า เราได้เอาเจ้ามาจากทุ่งหญ้าจากการตามฝูงแพะแกะ เพื่อให้เจ้าเป็นผู้นำเหนืออิสราเอลประชากรของเรา8 และเราได้อยู่กับเจ้าในทุกที่ที่เจ้าไป และได้กำจัดศัตรูทั้งหลายของเจ้าให้พ้นหน้าเจ้า และเราจะให้เจ้ามีชื่อเหมือนกับชื่อของบรรดาผู้ยิ่งใหญ่ในโลก9 และเราจะกำหนดที่หนึ่งให้อิสราเอลประชากรของเรา และเราจะสถาปนาเขาไว้ ให้อยู่ในที่ของเขาเอง และไม่มีใครรบกวนเขาอีก และบรรดาคนชั่วจะไม่มาทำร้ายดังแต่ก่อน10 ตั้งแต่สมัยเมื่อเราบัญชาเหล่าผู้วินิจฉัยให้อยู่เหนืออิสราเอลประชากรของเรา และเราจะปราบศัตรูทั้งสิ้นของเจ้า ยิ่งกว่านั้นอีก เราแจ้งแก่เจ้าว่า พระยาห์เวห์จะทรงสร้างราชวงศ์ให้เจ้า11 และเมื่อวันของเจ้าครบแล้ว เจ้าจะไปอยู่กับบรรพบุรุษของเจ้า เราจะแต่งตั้งเชื้อสายคนหนึ่งของเจ้าที่จะมาภายหลัง สืบต่อจากเจ้าผู้ที่อยู่ในพวกบุตรของเจ้า เราจะสถาปนาอาณาจักรของเขา12 เขาจะเป็นผู้สร้างนิเวศให้เรา และเราจะสถาปนาบัลลังก์ของเขาไว้ตลอดนิรันดร์13 เราจะเป็นบิดาของเขา และเขาจะเป็นบุตรของเรา เราจะไม่นำความรักมั่นคงของเราไปจากเขาเสีย อย่างที่เราเอาไปจากคนที่อยู่ก่อนเจ้านั้น14 แต่เราจะให้เขาตั้งอยู่ในนิเวศของเรา และในอาณาจักรของเราตลอดนิรันดร์ เราจะสถาปนาบัลลังก์ของเขาไว้นิรันดร’ ”15 นาธันก็กราบทูลดาวิดตามถ้อยคำเหล่านี้ทั้งสิ้นและตามนิมิตนี้ทั้งหมด16 แล้วกษัตริย์ดาวิดก็เสด็จไปประทับเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์ และกราบทูลว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์พระเจ้า ข้าพระองค์เป็นใคร และพงศ์พันธุ์ของข้าพระองค์เป็นใครเล่า ที่พระองค์ทรงนำข้าพระองค์มาไกลเช่นนี้?17 ข้าแต่พระเจ้า สิ่งนี้เป็นสิ่งเล็กน้อยในสายพระเนตรของพระองค์ พระองค์ยังตรัสถึงราชวงศ์ของผู้รับใช้ของพระองค์ในอนาคตอีก และทรงมองข้าพระองค์เสมือนผู้มีศักดิ์สูง ข้าแต่พระยาห์เวห์พระเจ้า18 ดาวิดจะทูลอะไรแก่พระองค์ได้อีกในเรื่องเกียรติ ที่ทรงประทานแก่ผู้รับใช้ของพระองค์? เพราะพระองค์เองทรงรู้จักผู้รับใช้ของพระองค์19 ข้าแต่พระยาห์เวห์ เพื่อทรงเห็นแก่ผู้รับใช้ของพระองค์ และตามพระทัยของพระองค์เอง พระองค์ทรงกระทำการยิ่งใหญ่นี้ทั้งสิ้น เพื่อการยิ่งใหญ่ทั้งหมดจะเป็นที่รู้กันทั่วไป20 ข้าแต่พระยาห์เวห์ ไม่มีใครเหมือนพระองค์ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ ตามที่ข้าพระองค์ทั้งหลายได้ยินกับหูของพวกข้าพระองค์21 ใครจะเหมือนอิสราเอลประชากรของพระองค์ ชนชาติเดียวในโลกที่พระเจ้าเสด็จไปไถ่ให้เป็นประชากรของพระองค์ เพื่อทรงทำให้พระองค์ทรงมีพระนามที่ยิ่งใหญ่และน่าเกรงกลัว โดยทรงขับไล่ชนชาติทั้งหลายให้พ้นหน้าประชากรของพระองค์ ผู้ซึ่งพระองค์ทรงไถ่จากอียิปต์?22 และพระองค์ทรงให้อิสราเอลประชากรของพระองค์เป็นประชากรของพระองค์ตลอดนิรันดร์ และข้าแต่พระยาห์เวห์พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของเขาทั้งหลาย23 ข้าแต่พระยาห์เวห์ บัดนี้ขอให้พระดำรัสซึ่งพระองค์ตรัสเกี่ยวกับผู้รับใช้ของพระองค์ และราชวงศ์ดำรงอยู่ตลอดนิรันดร์ และขอพระองค์ทรงกระทำตามที่พระองค์ตรัส24 และขอพระนามของพระองค์ดำรงมั่นคงและเกรียงไกรตลอดนิรันดร์ว่า “พระยาห์เวห์จอมทัพ พระเจ้าแห่งอิสราเอลคือพระเจ้าของอิสราเอล” และราชวงศ์ของดาวิดผู้รับใช้ของพระองค์จะถูกสถาปนาไว้เฉพาะพระพักตร์ของพระองค์25 เพราะข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ พระองค์ทรงสำแดงแก่ผู้รับใช้ของพระองค์ว่า พระองค์จะทรงสร้างราชวงศ์ให้ เพราะฉะนั้นผู้รับใช้ของพระองค์จึงสามารถอธิษฐานเฉพาะพระพักตร์พระองค์26 ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า และพระองค์ทรงสัญญาสิ่งนี้ต่อผู้รับใช้ของพระองค์27 เพราะฉะนั้นขอให้เป็นที่พอพระทัยพระองค์ ที่จะทรงอวยพรแก่ราชวงศ์ของผู้รับใช้ของพระองค์ เพื่อราชวงศ์นั้นจะดำรงอยู่เฉพาะพระพักตร์พระองค์นิรันดร เพราะว่าข้าแต่พระยาห์เวห์ สิ่งใดที่พระองค์ทรงอวยพรสิ่งนั้นก็รับพระพรตลอดนิรันดร์” 2 Samuel 121 พระยาห์เวห์ทรงใช้นาธันไปหาดาวิด นาธันก็ไปเข้าเฝ้าและทูลพระองค์ว่า “ในเมืองหนึ่งมีชายสองคน คนหนึ่งมั่งมี อีกคนหนึ่งยากจน2 คนมั่งมีนั้นมีแพะแกะและโคมากมาย3 แต่คนจนนั้นไม่มีอะไรเลย เว้นแต่แกะตัวเมียตัวเล็กๆ ตัวเดียวที่เขาซื้อมา ซึ่งเขาเลี้ยงไว้ มันเติบโตมากับเขาและบรรดาบุตรของเขา มันกินอาหารที่เขากิน และดื่มจากถ้วยเดียวกับเขา นอนในอกของเขา และเป็นเหมือนบุตรสาวของเขา4 ฝ่ายคนมั่งมีคนนั้นมีแขกคนหนึ่งเดินทางมา เขาเสียดายที่จะเอาแพะแกะหรือโคของเขามาทำอาหารเลี้ยงคนที่เดินทางมานั้น จึงเอาแกะตัวเมียของคนจนนั้นเตรียมเป็นอาหารให้แก่ชายที่มาเยี่ยม”5 ดาวิดกริ้วคนนั้นมาก และรับสั่งแก่นาธันว่า “พระยาห์เวห์ทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด คนที่ทำเช่นนั้นสมควรตาย6 และจะต้องคืนลูกแกะตัวเมียให้สี่เท่าเพราะเขาได้ทำสิ่งนี้ และเพราะว่าเขาไม่มีความเมตตา”7 นาธันจึงทูลดาวิดว่า “ฝ่าพระบาทนั่นแหละคือชายคนนั้น พระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า ‘เราได้เจิมตั้งเจ้าไว้ให้เป็นกษัตริย์เหนืออิสราเอล และเราช่วยกู้เจ้าออกมาจากมือของซาอูล8 และเราได้มอบเชื้อวงศ์เจ้านายของเจ้าให้เจ้า และได้มอบเหล่ามเหสีของเจ้านายของเจ้าไว้ในอกของเจ้า และมอบวงศ์วานของอิสราเอลและยูดาห์ให้แก่เจ้า ถ้าเท่านี้ยังน้อยไป เราจะเพิ่มให้มากมายกว่านี้9 ทำไมเจ้าดูหมิ่นพระวจนะของพระยาห์เวห์? ทำสิ่งที่ชั่วในสายพระเนตรของพระองค์ เจ้าประหารอุรียาห์คนฮิตไทต์ด้วยดาบ เอาภรรยาของเขามาเป็นภรรยาของเจ้า และฆ่าเขาเสียด้วยดาบของคนอัมโมน10 เพราะฉะนั้นบัดนี้ดาบนั้นจะไม่คลาดไปจากราชวงศ์ของเจ้าตลอดไป เพราะเจ้าได้ดูหมิ่นเรา เอาภรรยาของอุรียาห์คนฮิตไทต์มาเป็นภรรยาของเจ้า’11 พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า นี่แน่ะ เราจะให้เหตุร้ายเกิดขึ้นกับเจ้า จากครอบครัวของเจ้าเอง และต่อหน้าเจ้า เราจะเอาเหล่าภรรยาของเจ้าไปให้แก่เพื่อนของเจ้า ผู้นั้นจะนอนร่วมกับเหล่าภรรยาของเจ้าอย่างเปิดเผย12 เพราะเจ้าทำการนั้นอย่างลับๆ แต่เราจะทำการนี้ต่อหน้าอิสราเอลทั้งสิ้นอย่างเปิดเผย’ ”13 ดาวิดจึงรับสั่งกับนาธันว่า “เราได้ทำบาปต่อพระยาห์เวห์แล้ว” และนาธันทูลดาวิดว่า “พระยาห์เวห์ทรงให้อภัยบาปของฝ่าพระบาทแล้ว ฝ่าพระบาทจะไม่สิ้นพระชนม์14 อย่างไรก็ตาม เพราะฝ่าพระบาทได้หมิ่นประมาทพระยาห์เวห์จริงๆ ด้วยการกระทำครั้งนี้ ราชโอรสที่ประสูติมานั้นจะสิ้นพระชนม์แน่นอน”15 แล้วนาธันก็กลับไปยังบ้านของเขา แล้วพระยาห์เวห์ทรงทำให้ราชโอรสนั้น ซึ่งภรรยาของอุรียาห์ประสูติให้แก่ดาวิดประชวรหนัก16 ดาวิดก็ทรงอ้อนวอนพระเจ้าเพื่อพระกุมารนั้น และดาวิดทรงอดอาหารและบรรทมบนพื้นดินคืนยังรุ่ง17 พวกผู้ใหญ่ในราชสำนักของพระองค์ก็ลุกขึ้นมายืนเข้าเฝ้าอยู่ หมายจะทูลเชิญให้พระองค์ทรงลุกจากพื้นดิน แต่พระองค์ไม่ทรงยอมและไม่เสวยกับเขาทั้งหลาย18 พอวันที่เจ็ดพระกุมารนั้นก็สิ้นพระชนม์ ส่วนข้าราชการของดาวิดก็กลัว ไม่กล้าทูลดาวิดว่าพระกุมารนั้นสิ้นพระชนม์แล้ว เขาพูดกันว่า “ดูสิ เมื่อพระกุมารนั้นทรงพระชนม์อยู่ เราทูลพระองค์ พระองค์ไม่ทรงฟังเสียงของเรา แล้วเราจะทูลได้อย่างไรว่าพระกุมารนั้นสิ้นพระชนม์แล้ว พระองค์ก็อาจทำอันตรายต่อตัวพระองค์เอง”19 แต่เมื่อดาวิดทอดพระเนตรเห็นข้าราชการกระซิบกระซาบกันอยู่ ดาวิดเข้าพระทัยว่าพระกุมารนั้นสิ้นพระชนม์แล้ว ดาวิดจึงรับสั่งถามข้าราชการของพระองค์ว่า “เด็กนั้นสิ้นชีวิตแล้วหรือ?” เขาทูลตอบว่า “สิ้นพระชนม์แล้ว พ่ะย่ะค่ะ”20 แล้วดาวิดทรงลุกขึ้นจากพื้นดิน ชำระพระกาย ชโลมพระองค์ เปลี่ยนฉลองพระองค์ ดำเนินเข้าไปในพระนิเวศของพระยาห์เวห์และนมัสการ แล้วเสด็จกลับพระราชวังของพระองค์ รับสั่งให้จัดอาหารมา แล้วพระองค์ก็เสวย21 ข้าราชการจึงทูลถามพระองค์ว่า “ทำไมฝ่าพระบาททรงทำเช่นนี้? ฝ่าพระบาททรงอดอาหารและกันแสงเพื่อพระกุมารนั้น เมื่อทรงพระชนม์อยู่ แต่เมื่อพระกุมารนั้นสิ้นพระชนม์แล้ว ฝ่าพระบาทก็ทรงลุกขึ้นเสวยอาหาร”22 พระองค์รับสั่งว่า “เมื่อเด็กนั้นมีชีวิตอยู่ เราอดอาหารและร้องไห้ เพราะเราว่า ‘ใครจะทราบได้ว่าพระยาห์เวห์อาจจะทรงเมตตาเรา โปรดให้เด็กนั้นมีชีวิตต่อได้’23 แต่เดี๋ยวนี้เขาสิ้นชีวิตแล้ว เราจะอดอาหารทำไม? เราจะทำเด็กให้ฟื้นขึ้นมาได้หรือ? มีแต่เราจะตามเด็กนั้นไป เขาจะไม่กลับมาหาเรา”24 ฝ่ายดาวิดทรงปลอบโยนบัทเชบามเหสีของพระองค์ และทรงเข้าไปหา และทรงหลับนอนกับพระนาง พระนางก็ประสูติโอรสองค์หนึ่งชื่อซาโลมอน และพระยาห์เวห์ทรงรักซาโลมอน25 และทรงใช้นาธันผู้เผยพระวจนะไป ท่านจึงให้ชื่อพระราชโอรสนั้นว่า เยดีดิยาห์ เพราะเห็นแก่พระยาห์เวห์26 ฝ่ายโยอาบสู้รบกับเมืองรับบาห์ของคนอัมโมน และยึดราชธานีได้27 โยอาบจึงส่งผู้สื่อสารไปเฝ้าดาวิด ทูลว่า “ข้าพระบาทได้สู้รบกับกรุงรับบาห์ ยิ่งกว่านั้นอีก ข้าพระบาทตีเมืองที่เป็นแหล่งน้ำได้แล้ว28 บัดนี้ขอฝ่าพระบาททรงรวบรวมทหารที่เหลือ เข้าตั้งค่ายตีเมืองนั้นให้ได้ เพราะเกรงว่าถ้าข้าพระบาทตีได้ ก็จะเรียกชื่อเมืองนั้นตามชื่อของข้าพระบาท”29 ดาวิดจึงทรงรวบรวมทหารทั้งหมดยกไปยังเมืองรับบาห์ และทรงต่อสู้จนยึดเมืองนั้นได้30 ทรงริบมงกุฎจากเศียรของมิลโคม มงกุฎนั้นเป็นทองคำหนักประมาณ 34 กิโลกรัม ประดับด้วยเพชรพลอยและเขาก็สวมบนพระเศียรของดาวิด และพระองค์ทรงริบทรัพย์สมบัติของเมืองนั้นออกไปมากมาย31 ทรงนำประชาชนที่อยู่ในเมืองนั้นออกมา กำหนดให้ทำงานด้วยเลื่อย คราดเหล็กและขวานเหล็ก และส่งให้ทำงานที่เตาเผาอิฐ ทรงทำเช่นนี้แก่เมืองทั้งหมดของคนอัมโมน แล้วดาวิดก็เสด็จกลับไปกรุงเยรูซาเล็มพร้อมกับทหารทั้งสิ้น | |








