การ ประกาศ คํา สัญญา
| คําสําคัญ | Rapas0701 จงสัญญา เฮอร์เบิร์ต rudeen |
|---|---|
| Secondary Keywords | การศึกษา การเทศน์ คลินิก คัมภีร์ ไบเบิล ช่วย ทางการแพทย์ บริการ พยาบาล พระ พระกิตติคุณ พระคัมภีร์เก่า พระธรรมเทศนา ศาสดา สั่งสอน อาหาร เด็ก เรื่องราวพระคัมภีร์ แท่น แพทย์ |
| Scriptures | Joel 11 พระวจนะของพระยาห์เวห์ที่มาถึงโยเอล บุตรของเปธุเอล 2 ท่านผู้ใหญ่ทั้งหลาย จงฟังเรื่องนี้ ทุกคนที่อาศัยในแผ่นดิน จงเงี่ยหูฟัง สิ่งเหล่านี้เคยเกิดขึ้นในสมัยของพวกท่าน หรือเกิดขึ้นในสมัยบรรพบุรุษของท่านหรือ? 3 จงบอกลูกๆ ของพวกท่านให้รับรู้ และให้ลูกๆ บอกหลานๆ และให้หลานๆ บอกกับคนอีกชั่วอายุหนึ่ง 4 สิ่งที่เหลือจากตั๊กแตนวัยเดินกินแล้ว ตั๊กแตนวัยบินก็กินเสีย สิ่งที่เหลือจากตั๊กแตนวัยบินกินแล้ว ตั๊กแตนวัยกระโดดก็กินเสีย สิ่งที่เหลือจากตั๊กแตนวัยกระโดดกินแล้ว ตั๊กแตนตัวอ่อนก็กินเสีย 5 พวกขี้เมาเอ๋ย จงตื่นขึ้นและร้องไห้ คอเหล้าทุกคน จงคร่ำครวญ เนื่องด้วยเหล้าองุ่นหวาน เพราะมันจะถูกตัดขาดจากปากของพวกเจ้าแล้ว 6 เพราะว่าประชาชาติหนึ่งขึ้นมาสู้กับแผ่นดินของข้าพเจ้า มันมีกำลังมากและมีจำนวนนับไม่ถ้วน ฟันของมันเหมือนฟันสิงโต เขี้ยวของมันเหมือนเขี้ยวสิงโตตัวเมีย 7 มันทำลายเถาองุ่นของข้าพเจ้า และปอกเปลือกต้นมะเดื่อของข้าพเจ้า มันลอกเปลือกออกและโยนทิ้ง กิ่งก้านก็ดูขาวโพลน 8 จงโอดครวญเหมือนหญิงพรหมจารีที่คาดผ้ากระสอบไว้ทุกข์ ให้แก่เจ้าบ่าวของเธอที่ได้เมื่อวัยสาว 9 ธัญบูชาและเครื่องดื่มบูชาถูกเอาไป จากพระนิเวศของพระยาห์เวห์ ปุโรหิตก็โศกเศร้า คือผู้ปรนนิบัติพระยาห์เวห์ 10 นาก็ร้างเปล่า พื้นดินก็เศร้าโศก เพราะข้าวถูกทำลาย เหล้าองุ่นใหม่ก็ไม่มี น้ำมันก็ขาดมือไป 11 ชาวนาทั้งหลายเอ๋ย จงระทดหดหู่ ผู้แต่งเถาองุ่นเอ๋ย จงคร่ำครวญ เนื่องด้วยข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์ เพราะผลผลิตจากนาก็ถูกทำลาย 12 เถาองุ่นก็เหี่ยวแห้ง ต้นมะเดื่อก็เฉาไป ทั้งต้นทับทิม และต้นอินทผลัมกับต้นแอปเปิลด้วย ต้นไม้ทั้งหมดในนาก็เหี่ยวแห้งไป ความยินดีก็ห่อเหี่ยวไป จากบรรดาบุตรของมนุษย์ 13 ปุโรหิตทั้งหลายเอ๋ย จงคาดผ้ากระสอบและโอดครวญ ท่านผู้ปรนนิบัติที่แท่นบูชา จงคร่ำครวญ บรรดาผู้ปรนนิบัติพระเจ้าของข้าพเจ้า จงเข้ามาค้างคืนโดยสวมผ้ากระสอบ เพราะว่าธัญบูชาและเครื่องดื่มบูชา ได้ขาดไปจากพระนิเวศพระเจ้าของท่าน 14 จงจัดพิธีอดอาหาร จงเรียกประชุมทำพิธี จงรวบรวมพวกผู้ใหญ่ และทุกคนที่อาศัยในแผ่นดิน ให้ไปยังพระนิเวศของพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน และร้องทูลต่อพระยาห์เวห์ 15 อนิจจา วันนั้น เพราะวันแห่งพระยาห์เวห์มาใกล้แล้ว วันนั้นจะมาเหมือนการทำลายจากองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ 16 อาหารก็ถูกเอาไปแล้ว ต่อหน้าต่อตาของเราไม่ใช่หรือ? ความร่าเริงและความยินดี ก็ถูกเอาไปจากพระนิเวศพระเจ้าของเราแล้วไม่ใช่หรือ? 17 เมล็ดพืชแห้งตายอยู่ในดิน ฉางก็ร้างเปล่า ยุ้งก็พังทลาย เพราะว่าข้าวก็ม้านแล้ว 18 เหล่าสัตว์เลี้ยงร้องครวญคราง ฝูงวัวก็สนเท่ห์ เพราะไม่มีทุ่งหญ้าให้พวกมัน ฝูงแพะแกะก็อ่อนระโหยด้วย 19 ข้าแต่พระยาห์เวห์ ข้าพระองค์ร้องทูลต่อพระองค์ เพราะว่าไฟได้เผาผลาญ ทุ่งหญ้าแห่งถิ่นทุรกันดาร และเปลวไฟได้ไหม้ ต้นไม้ในทุ่งหมดสิ้นแล้ว 20 แม้สัตว์ป่าในทุ่งก็ร้องทูลต่อพระองค์ด้วย เพราะว่าน้ำในห้วยแห้งไป และไฟก็เผาผลาญ ทุ่งหญ้าของถิ่นทุรกันดาร Joel 21 จงเป่าเขาสัตว์ในศิโยน จงเปล่งเสียงเตือนภัยบนภูเขาบริสุทธิ์ของเรา ให้ทุกคนที่อาศัยในแผ่นดินตัวสั่น เพราะวันแห่งพระยาห์เวห์กำลังมา ใกล้เข้ามาแล้ว 2 เป็นวันที่มืดและมัวซัว เป็นวันที่มีเมฆและความมืดทึบ เหมือนยามเช้ามืดที่แผ่คลุมอยู่บนภูเขา คือกองทัพที่ใหญ่โตและทรงพลังยิ่ง ไม่เคยมีเหมือนอย่างนี้ในอดีต และหลังจากนี้ไปก็จะไม่มีอีก ตลอดปีเดือนในทุกชั่วอายุคน 3 ไฟเผาผลาญอยู่ข้างหน้ามัน และเปลวไฟไหม้อยู่ข้างหลัง แผ่นดินนั้นเหมือนสวนเอเดนก่อนหน้ามัน แต่ภายหลังมันไปแล้วก็เป็นเหมือนถิ่นทุรกันดารที่ร้างเปล่า ไม่มีอะไรรอดพ้นจากมันเลย 4 มันมีลักษณะเหมือนลักษณะของม้า พวกมันวิ่งเหมือนม้าศึก 5 เหมือนเสียงของพวกรถรบ พวกมันกระโดดอยู่บนยอดเขา เหมือนเสียงแตกของเปลวไฟ ที่ไหม้ตอข้าว เหมือนกองทัพอันเกรียงไกร ที่แปรกระบวนเข้าสงคราม 6 ชนชาติทั้งหลายต่างกลัวลานเมื่อเห็นมัน ใบหน้าของทุกคนก็ซีดเซียว 7 พวกมันวิ่งเหมือนนักรบ และปีนกำแพงเหมือนทหาร ต่างก็เดินตามทางของตัวเอง พวกมันเดินอย่างไม่แตกแถว 8 พวกมันไม่ชนกันเลย ต่างก็เดินอยู่ในทางของตน มันตะลุยฝ่าอาวุธ และไม่มีอะไรอาจยับยั้งได้ 9 พวกมันกระโดดเข้าไปในเมือง มันวิ่งอยู่บนกำแพง พวกมันปีนเข้าไปในบ้าน มันเข้าไปทางหน้าต่างเยี่ยงโจร 10 แผ่นดินโลกสั่นไหวต่อหน้ามัน ท้องฟ้าก็สั่นสะเทือน ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ก็มืดไป ดวงดาวทั้งหลายก็อับแสง 11 พระยาห์เวห์เปล่งพระสุรเสียง ต่อหน้ากองทัพของพระองค์ กองทัพของพระองค์ใหญ่โตยิ่งนัก ผู้ที่ทำตามคำบัญชาของพระองค์มีจำนวนมหาศาล เพราะว่าวันแห่งพระยาห์เวห์นั้นยิ่งใหญ่ และน่ากลัวอย่างยิ่ง ใครเล่าจะทนอยู่ได้? 12 พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า “ถึงกระนั้นก็ดี บัดนี้ พวกเจ้าจงกลับมาหาเราด้วยสุดใจ ด้วยการอดอาหาร การร้องไห้ และการโอดครวญ 13 จงฉีกใจของพวกเจ้า ไม่ใช่ฉีกเสื้อของเจ้า” จงกลับมาหาพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกท่าน เพราะว่าพระองค์ทรงเปี่ยมด้วยพระคุณและพระกรุณา พระองค์กริ้วช้าและบริบูรณ์ด้วยความรักมั่นคง และเปลี่ยนพระทัยไม่ลงโทษ 14 ใครจะรู้ได้ พระองค์อาจทรงกลับมาและเปลี่ยนพระทัย ทั้งทรงเหลือพรไว้ข้างหลัง คือให้มีธัญบูชาและเครื่องดื่มบูชา ถวายแด่พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน 15 จงเป่าเขาสัตว์ในศิโยน จงจัดพิธีอดอาหาร จงเรียกประชุมทำพิธี 16 จงรวบรวมประชาชน จงชำระชุมนุมชนให้บริสุทธิ์ จงประชุมพวกผู้ใหญ่ จงรวบรวมเด็กๆ แม้แต่เด็กที่ยังกินนม จงให้เจ้าบ่าวออกจากเรือนหอ และเจ้าสาวออกจากห้องของตน 17 ให้บรรดาปุโรหิต คือผู้ปรนนิบัติพระยาห์เวห์ ร้องไห้อยู่ระหว่างเฉลียงกับแท่นบูชา และให้ทูลว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์ ขอทรงเวทนาประชากรของพระองค์ ขออย่าทรงให้มรดกของพระองค์เป็นที่เยาะเย้ย หรือเป็นคำเปรียบเปรยเย้ยหยันท่ามกลางประชาชาติ ควรหรือที่เขาจะกล่าวท่ามกลางชนชาติทั้งหลายว่า ‘พระเจ้าของพวกเขาอยู่ที่ไหน?’ ” 18 แล้วพระยาห์เวห์ทรงหวงแหนแผ่นดินของพระองค์ และทรงสงสารประชากรของพระองค์ 19 พระยาห์เวห์ทรงตอบประชากรของพระองค์ว่า “นี่แน่ะ เราจะส่งข้าว เหล้าองุ่น และน้ำมันให้แก่เจ้า เจ้าทั้งหลายจะอิ่มหนำสำราญ เราจะให้พวกเจ้า ไม่ถูกเยาะเย้ยท่ามกลางประชาชาติอีก 20 “เราจะถอนศัตรูทางเหนือให้ห่างไกลจากพวกเจ้า และไล่มันไปในแผ่นดินแห้งแล้งและร้างเปล่า กองหน้าของมันจะเข้าไปในทะเลด้านตะวันออก และกองหลังของมันเข้าไปในทะเลด้านตะวันตก กลิ่นเหม็นคลุ้งและกลิ่นเหม็นเน่าของมันจะขึ้นมา เพราะมันทำการใหญ่โตมาก 21 “อย่ากลัวเลย โอ แผ่นดินเอ๋ย จงยินดีและเปรมปรีดิ์เถิด เพราะพระยาห์เวห์ทรงทำการใหญ่โตมาก 22 อย่ากลัวเลย พวกสัตว์ป่าเอ๋ย เพราะว่าทุ่งหญ้าในถิ่นทุรกันดารนั้นเขียวสด และต้นไม้ก็เกิดผลของมัน ต้นมะเดื่อและเถาองุ่นออกผลอย่างบริบูรณ์ 23 “โอ บุตรทั้งหลายของศิโยนเอ๋ย จงยินดีเถิด จงเปรมปรีดิ์ในพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเจ้า เพราะว่าพระองค์ประทานฝนต้นฤดูแก่เจ้าเพื่อแสดงความชอบธรรม และทรงเทฝนลงมาให้พวกเจ้า คือฝนต้นฤดูและฝนชุกปลายฤดูอย่างแต่ก่อน 24 จะมีข้าวอยู่เต็มลานนวดข้าว จะมีเหล้าองุ่นและน้ำมันล้นถังเก็บ 25 “เราจะชดเชยปีเดือน ที่ตั๊กแตนวัยบินได้กินเสียให้แก่พวกเจ้า และที่ตั๊กแตนวัยกระโดด ตั๊กแตนตัวอ่อน และตั๊กแตนวัยเดินได้กิน คือกองทัพใหญ่ของเราที่เราส่งมาต่อสู้พวกเจ้านั้น 26 “เจ้าทั้งหลายจะรับประทานอย่างบริบูรณ์และอิ่มหนำ และสรรเสริญพระนามพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า ผู้ทรงทำกับพวกเจ้าอย่างอัศจรรย์ ประชากรของเราจะไม่ต้องอับอายอีกต่อไป 27 พวกเจ้าจะรู้ว่าเราเองอยู่ท่ามกลางอิสราเอล และเรานี่แหละคือพระยาห์เวห์เป็นพระเจ้าของเจ้า ไม่มีองค์อื่นอีก ประชากรของเราจะไม่ต้องอับอายอีกต่อไป 28 “ต่อมาภายหลังจะเป็นอย่างนี้ คือเราจะเทวิญญาณของเรามาเหนือมนุษย์ทุกคน บุตรชายบุตรหญิงของเจ้าจะเผยพระวจนะ คนชราของเจ้าทั้งหลายจะฝัน และคนหนุ่มของพวกเจ้าจะเห็นนิมิต 29 ในเวลานั้น เราจะเทวิญญาณของเรา มาเหนือแม้กระทั่งคนใช้ชายหญิง 30 “เราจะสำแดงการอัศจรรย์ในท้องฟ้าและบนแผ่นดิน เป็นเลือด เป็นไฟและลำควัน 31 ดวงอาทิตย์จะกลายเป็นความมืด ดวงจันทร์กลายเป็นเลือด ก่อนวันแห่งพระยาห์เวห์จะมาถึง คือวันอันยิ่งใหญ่และน่าสยดสยอง 32 แล้วจะเป็นอย่างนี้ คือทุกคนที่ร้องทูลออกพระนามของพระยาห์เวห์จะรอด เพราะว่าจะมีคนรอดบนภูเขาศิโยนและในกรุงเยรูซาเล็มตามที่พระยาห์เวห์ตรัสไว้ และในบรรดาคนที่เหลืออยู่นั้นจะมีคนที่พระยาห์เวห์ทรงเรียก Joel 31 “เพราะว่า ดูสิ ในวันเหล่านั้นและในเวลานั้น เมื่อเราให้ยูดาห์และเยรูซาเล็มกลับสู่สภาพเดิม 2 เราจะรวบรวมประชาชาติทั้งหมด และนำเขาทั้งหลายลงมายังหุบเขาเยโฮชาฟัท และเราจะเข้าสู่การพิพากษากับพวกเขาที่นั่นด้วยเรื่องประชากรของเรา คืออิสราเอลมรดกของเรา ผู้ซึ่งถูกพวกเขากระจายไปท่ามกลางประชาชาติต่างๆ พวกเขาได้แบ่งแผ่นดินของเรา 3 และจับฉลากเอาประชากรของเราไป พวกเขาเอาเด็กผู้ชายไปขายเพื่อไปเที่ยวโสเภณี และค้าเด็กผู้หญิงเพื่อไปซื้อเหล้าองุ่นดื่ม 4 “พวกเจ้าด้วย เจ้าคิดอย่างไรกับเรา? โอ ไทระ ไซดอน และดินแดนทุกแห่งของฟีลิสเตีย พวกเจ้าจะสนองเราด้วยการตอบโต้หรือ? ถ้าพวกเจ้าตอบโต้เรา เราจะให้การกระทำนั้นกลับคืนไปบนศีรษะของเจ้าอย่างฉับพลันและรวดเร็ว 5 เพราะพวกเจ้าได้เอาเงินและทองของเราไป และเอาทรัพย์สมบัติมั่งคั่งของเราไปยังบรรดาวิหารของเจ้าทั้งหลาย 6 เจ้าเอาคนยูดาห์และคนเยรูซาเล็มไปขายให้พวกกรีก เพื่อย้ายพวกเขาไปไกลจากเขตแดนของเขาทั้งหลาย 7 นี่แน่ะ เราจะเร้าใจเขาทั้งหลายให้ออกจากสถานที่ซึ่งพวกเจ้าขายพวกเขาไปนั้น เราจะให้การกระทำของพวกเจ้ากลับคืนไปบนศีรษะของเจ้าเอง 8 เราจะขายบุตรชายและบุตรหญิงของเจ้าไว้ในมือของคนยูดาห์ และคนยูดาห์จะขายพวกเขาต่อไปยังคนเส-บา ไปยังประชาชาติหนึ่งที่อยู่ห่างไกล เพราะพระยาห์เวห์ตรัสไว้แล้ว” 9 จงประกาศเรื่องนี้ท่ามกลางประชาชาติทั้งหลาย จงเตรียมการรบ จงเร้าใจนักรบทั้งหลาย ให้ทหารทุกคนเข้ามาใกล้ ให้เขาขึ้นมา 10 จงตีผาลไถนาของพวกเจ้าให้เป็นดาบ และตีขอลิดแขนงของเจ้าให้เป็นทวน ให้คนอ่อนแอพูดว่า “ข้าเป็นนักรบ” 11 จงรีบมาเถิด ประชาชาติทั้งหมดที่อยู่รอบๆ เอ๋ย จงเรียกประชุมกันที่นั่น ข้าแต่พระยาห์เวห์ ขอทรงนำนักรบของพระองค์ลงมา 12 ให้บรรดาประชาชาติรับการเร้าใจ และขึ้นมายังหุบเขาเยโฮชาฟัท เพราะที่นั่นเราจะนั่งพิพากษา ประชาชาติทั้งหมดที่อยู่ล้อมรอบ 13 จงเอาเคียวเกี่ยวเถิด เพราะถึงฤดูเกี่ยวแล้ว จงเข้าไปย่ำสิ เพราะบ่อย่ำองุ่นเต็มแล้ว บ่อเก็บน้ำองุ่นล้นแล้ว เพราะว่าความอธรรมของพวกเขามีมากมาย 14 มวลชน มวลชน ในหุบเขาแห่งการตัดสินคดี เพราะวันแห่งพระยาห์เวห์ใกล้เข้ามาแล้ว ในหุบเขาแห่งการตัดสินคดี 15 ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ก็มืดไป ดวงดาวทั้งหลายก็อับแสง 16 พระยาห์เวห์เปล่งพระสิงหนาทจากศิโยน และเปล่งพระสุรเสียงของพระองค์จากกรุงเยรูซาเล็ม ฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกก็หวั่นไหว แต่พระยาห์เวห์ทรงเป็นที่ลี้ภัยแก่ประชากรของพระองค์ เป็นที่กำบังแข็งแกร่งแก่คนอิสราเอล 17 ดังนั้น พวกเจ้าจะรู้ว่า เราคือพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า ผู้ประทับในศิโยน ภูเขาบริสุทธิ์ของเรา เยรูซาเล็มจะเป็นเมืองบริสุทธิ์ และจะไม่มีคนต่างด้าวผ่านเมืองนั้นอีกเลย 18 และอยู่มาในวันนั้น จะมีน้ำองุ่นหยดออกจากภูเขาทั้งหลาย และมีน้ำนมไหลมาจากบรรดาเนินเขา และจะมีน้ำไหล จากห้วยทั้งหมดของยูดาห์ และจะมีน้ำพุออกจากพระนิเวศของพระยาห์เวห์ มารดหุบเขาชิทธีม 19 อียิปต์จะกลายเป็นที่ร้าง และเอโดมจะกลายเป็นถิ่นทุรกันดารร้าง เพราะความทารุณที่ทำต่อคนยูดาห์ และการทำให้โลหิตของผู้ไร้ความผิดตกในแผ่นดินของเขา 20 แต่ยูดาห์จะดำรงอยู่เป็นนิตย์ และเยรูซาเล็มจะตั้งอยู่ทุกชั่วอายุคน 21 เราจะยกโทษเรื่องโลหิตของพวกเขาที่เราไม่เคยยกโทษ เพราะพระยาห์เวห์สถิตในศิโยน |








