การ กลับ ใจ และ การ ให้ อภัย
| คําสําคัญ | อิสอัค เอซาว |
|---|---|
| Secondary Keywords | jacob ผู้สูงอายุ มาลา อาทิตย์อัสดง อายุ โอบกอด |
| Scriptures | Genesis 2523 พระยาห์เวห์ตรัสกับนางว่า “ชนสองชาติอยู่ในครรภ์ของเจ้า และประชาชนสองพวกเกิดจากเจ้า จะต้องแยกกัน พวกหนึ่งจะแข็งแรงกว่าอีกพวกหนึ่ง พี่จะรับใช้น้อง” 24 เมื่อกำหนดคลอดของนางมาถึงแล้วก็มีลูกแฝดอยู่ในครรภ์ของนาง 25 คนแรกคลอดออกมาตัวแดงมีขนอยู่ทั่วตัว เขาจึงตั้งชื่อว่า เอซาว 26 ภายหลังน้องของเขาก็คลอดออกมา มือของเขาจับส้นเท้าของเอซาวไว้ เขาจึงตั้งชื่อว่ายาโคบ เมื่อนางคลอดลูกแฝดนั้นอิสอัคมีอายุได้ 60 ปี 27 เมื่อเด็กชายทั้งสองนั้นโตขึ้นแล้ว เอซาวก็เป็นพรานที่ชำนาญ ฝ่ายยาโคบเป็นคนเงียบๆ อยู่ในเต็นท์ 28 อิสอัครักเอซาว เพราะท่านรับประทานเนื้อที่เขาล่ามา แต่นางเรเบคาห์รักยาโคบ 29 วันหนึ่งขณะที่ยาโคบต้มอาหารอยู่ เอซาวกลับมาจากท้องทุ่งหิวจัด 30 เอซาวพูดกับยาโคบว่า “ขอให้ฉันกินของแดงนั้น ของแดงนั้นน่ะ เพราะฉันหิวจัด” (เพราะฉะนั้นเขาจึงเรียกชื่อว่าเอโดม) 31 ยาโคบว่า “ขายสิทธิบุตรหัวปีของพี่ให้ฉันวันนี้ก่อนซี” 32 เอซาวว่า “ดูสิ ฉันกำลังจะตายอยู่แล้ว สิทธิบุตรหัวปีจะเป็นประโยชน์อะไรแก่ฉัน?” 33 ยาโคบว่า “สาบานให้ฉันวันนี้ก่อน” เอซาวจึงสาบานให้ และขายสิทธิบุตรหัวปีของเขาแก่ยาโคบ 34 ยาโคบจึงให้ขนมปังและถั่วแดงต้มแก่เอซาว เขาก็กินและดื่ม แล้วลุกไป ดังนี้เอซาวก็ดูหมิ่นสิทธิบุตรหัวปีของเขา Genesis 271 เมื่ออิสอัคชราและตามัว ท่านก็เรียกเอซาวบุตรคนโตของท่านมา และกล่าวแก่เขาว่า “ลูกเอ๋ย” เขาตอบว่า “ลูกอยู่นี่” 2 ท่านว่า “นี่แน่ะ พ่อแก่แล้ว พ่อไม่รู้วันตายของพ่อ 3 เจ้าจงเอาอาวุธของเจ้า คือแล่งธนูและคันธนูออกไปที่ท้องทุ่ง หาเนื้อมาให้พ่อ 4 เตรียมอาหารอร่อยให้พ่อ อย่างที่พ่อชอบนั้น และนำมาให้พ่อกิน เพื่อพ่อจะได้อวยพรแก่เจ้าก่อนพ่อตาย” 5 เมื่ออิสอัคพูดกับเอซาวบุตรชายนั้น นางเรเบคาห์แอบฟังอยู่ เมื่อเอซาวออกไปท้องทุ่งเพื่อหาเนื้อมา 6 เรเบคาห์จึงพูดกับยาโคบบุตรของนางว่า “แม่ได้ยินพ่อของเจ้าพูดกับเอซาวพี่ชายของเจ้าว่า 7 ‘จงนำเนื้อมาให้พ่อและจัดอาหารอร่อยให้พ่อกิน และพ่อจะอวยพรเจ้าเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์ก่อนพ่อตาย’ 8 เพราะฉะนั้น ลูกเอ๋ยจงเชื่อฟังตามที่แม่จะสั่งเจ้า 9 ไปที่ฝูงแพะแกะ นำลูกแพะดีๆ สองตัวมาให้แม่ แม่จะเอามันปรุงอาหารอร่อยให้พ่อเจ้า อย่างที่พ่อชอบ 10 และเจ้าเองต้องนำไปให้พ่อเจ้ารับประทานเพื่อว่าท่านจะอวยพรเจ้าก่อนท่านตาย” 11 ยาโคบพูดกับเรเบคาห์มารดาของเขาว่า “ดูสิ เอซาวพี่ของลูกเป็นคนมีขนดก และลูกเป็นคนเกลี้ยงเกลา 12 พ่อของลูกคงจะคลำตัวลูก และเห็นว่าลูกหลอกลวงท่าน แล้วนำการสาปแช่งมาเหนือลูก ไม่ใช่พร” 13 มารดาพูดกับเขาว่า “ลูกเอ๋ย ขอให้คำสาปแช่งของเจ้าตกอยู่กับแม่เถิด เชื่อฟังแม่เท่านั้น ไปนำมาให้แม่เถิด” 14 เขาจึงไปนำมาให้มารดา มารดาของเขาก็ทำอาหารอร่อยอย่างที่บิดาของเขาชอบนั้น 15 แล้วเรเบคาห์นำเสื้ออย่างดีที่สุดของเอซาวบุตรชายคนโตของนาง ซึ่งอยู่กับนางในเรือนมาสวมให้ยาโคบบุตรคนเล็กของนาง 16 เอาหนังลูกแพะหุ้มมือและคอที่เกลี้ยงเกลาของเขา 17 แล้วนางก็มอบอาหารอร่อยและขนมปังที่นางทำให้ยาโคบบุตรชายของนางถือไป 18 เขาจึงเข้าไปหาบิดาและพูดว่า “พ่อ” และท่านว่า “พ่ออยู่นี่ ลูกเอ๋ย เจ้าคือใคร?” 19 ยาโคบตอบบิดาของเขาว่า “ลูกเป็นเอซาวบุตรหัวปีของพ่อ ลูกทำตามที่พ่อบอกลูกแล้ว เชิญลุกขึ้นนั่งรับประทานเนื้อที่ลูกหามาเถิด เพื่อพ่อจะได้อวยพรแก่ลูก” 20 แต่อิสอัคพูดกับบุตรชายของตนว่า “ลูกเอ๋ย เจ้าทำอย่างไรจึงพบมันเร็วนัก?” เขาตอบว่า “เพราะว่าพระยาห์เวห์พระเจ้าของพ่อทรงนำมาให้ลูก” 21 แล้วอิสอัคจึงพูดกับยาโคบว่า “ลูกเอ๋ย มาใกล้ๆ พ่อจะได้คลำดูเจ้า เพื่อจะได้รู้ว่าเจ้าเป็นเอซาวลูกชายของพ่อแน่หรือไม่?” 22 ยาโคบจึงเข้าไปใกล้อิสอัคบิดา อิสอัคคลำตัวเขาแล้วพูดว่า “เสียงก็เป็นเสียงของยาโคบ แต่มือเป็นมือของเอซาว” 23 ท่านก็จำเขาไม่ได้ เพราะมือของเขามีขนดกเหมือนมือเอซาวพี่ชายของเขา ท่านจึงอวยพรแก่เขา 24 ท่านถามว่า “เจ้าเป็นเอซาวลูกชายของพ่อจริงหรือ?” เขาตอบว่า “ใช่” 25 ท่านจึงว่า “นำอาหารมาให้พ่อ พ่อจะได้กินเนื้อที่ลูกชายของพ่อหามา แล้วอวยพรเจ้า” ยาโคบจึงนำมันมาให้ท่าน ท่านก็รับประทาน ยาโคบนำเหล้าองุ่นมาให้ท่านและท่านก็ดื่ม 26 แล้วอิสอัคบิดาของเขาจึงพูดกับเขาว่า “ลูกเอ๋ยเข้ามาใกล้และจูบพ่อ” 27 เขาจึงเข้ามาใกล้และจูบท่าน และท่านก็ดมกลิ่นที่เสื้อของเขา และอวยพรเขาว่า “ดูซิ กลิ่นลูกชายข้า เหมือนกลิ่นท้องทุ่งซึ่งพระยาห์เวห์ทรงอวยพร 28 ขอพระเจ้าประทานน้ำค้างจากฟ้าแก่เจ้า และประทานความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดิน ทั้งข้าวและเหล้าองุ่นใหม่มากมายแก่เจ้า 29 ขอให้ชนชาติทั้งหลายรับใช้เจ้า ขอให้ประชาชาติโน้มลงคำนับเจ้า ขอให้เป็นเจ้านายเหนือพี่น้อง และบุตรชายมารดาของเจ้าโน้มลงคำนับเจ้า ใครแช่งสาปเจ้าก็ขอให้ผู้นั้นถูกสาป และใครอวยพรเจ้าก็ขอให้ผู้นั้นรับพร” 30 พออิสอัคอวยพรยาโคบเสร็จ และยาโคบเพิ่งออกไปพ้นหน้าอิสอัคบิดา เอซาวพี่ชายก็กลับจากการล่าเนื้อ 31 เขาทำอาหารอร่อยนำมาให้บิดา เขาพูดกับบิดาว่า “ขอพ่อลุกขึ้นรับประทานเนื้อที่ลูกชายหามา เพื่อจะได้อวยพรลูก” 32 อิสอัค บิดาพูดกับเขาว่า “เจ้าคือใคร?” เขาตอบว่า “ลูกคือเอซาว ลูกชายหัวปีของพ่อ” 33 พอได้ฟังดังนั้น อิสอัคก็ตัวสั่นมากยิ่งนัก พูดว่า “ใครเล่าที่ไปล่าเนื้อ แล้วนำมาให้พ่อ? พ่อกินหมดแล้วก่อนเจ้ามาถึง และพ่ออวยพรเขาแล้ว และเขาจะได้รับพรแน่นอน” 34 เมื่อเอซาวได้ยินถ้อยคำของบิดาก็ร้องตะโกนเสียงดังด้วยความขมขื่นยิ่งนัก และพูดกับบิดาว่า “พ่อ ขออวยพรลูกด้วยเถิด” 35 แต่ท่านพูดว่า “น้องเจ้าเข้ามาหลอกพ่อ เอาพรของเจ้าไปเสียแล้ว” 36 เอซาวพูดว่า “เขามีชื่อว่ายาโคบก็ถูกต้องแล้วไม่ใช่หรือ? เพราะเขาหลอกลูกสองหนเข้านี่แล้ว เขาเอาสิทธิบุตรหัวปีของลูกไป และคราวนี้เขาเอาพรของลูกไปอีกด้วย” แล้วเขาพูดว่า “พ่อไม่ได้สงวนพรไว้ให้ลูกบ้างหรือ?” 37 อิสอัคตอบเอซาวว่า “พ่อตั้งให้เขาเป็นนายเหนือเจ้า และมอบบรรดาพี่น้องของเขาทั้งหมดให้เป็นคนใช้ของเขา ทั้งพืชและเหล้าองุ่น พ่อก็จัดให้เขา ลูกเอ๋ย พ่อจะทำอะไรให้เจ้าได้อีกเล่า?” 38 เอซาวพูดกับบิดาว่า “พ่อ พ่อมีพรแต่เพียงพรเดียวเท่านั้นหรือ? พ่อ ขออวยพรลูก ให้พรลูกด้วยเถิดพ่อ” แล้วเอซาวก็ตะเบ็งเสียงร้องไห้ 39 อิสอัคบิดาของเขาจึงตอบว่า “ที่ดินของเจ้าจะอยู่ห่างจากความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดิน และห่างจากน้ำค้างจากฟ้าเบื้องบน 40 แต่เจ้าจะมีชีวิตอยู่ด้วยดาบ และเจ้าจะรับใช้น้องชายของเจ้า แต่เมื่อเจ้าดิ้นรน เจ้าจะหักแอกของเขาออกจากคอของเจ้า” 41 ฝ่ายเอซาวเกลียดชังยาโคบ เพราะเรื่องพรที่บิดาอวยพรเขา เอซาวรำพึงในใจว่า “วันไว้ทุกข์พ่อใกล้เข้ามาแล้ว วันนั้นข้าจะฆ่ายาโคบน้องชายของข้าเสีย” 42 แต่มีคนบอกถ้อยคำของเอซาวบุตรชายคนโตแก่เรเบคาห์ นางให้คนไปเรียกยาโคบบุตรชายคนเล็กของนางมา และพูดกับเขาว่า “นี่แน่ะ เอซาวพี่ชายของเจ้าปลอบใจตนเองด้วยการจะฆ่าเจ้า 43 เพราะฉะนั้นลูกเอ๋ยเชื่อฟังแม่ ลุกขึ้นหนีไปหาลาบันพี่ชายของแม่ที่ฮาราน 44 และอยู่กับเขาชั่วคราวจนกว่าความเกรี้ยวกราดของพี่ชายเจ้าจะคลายลง 45 จนกว่าความโกรธของพี่ชายเจ้าจะคลายลง และเขาลืมสิ่งที่เจ้าทำต่อเขา แล้วแม่จะส่งให้คนไปรับเจ้ากลับมาจากที่นั่น ทำไมแม่จะต้องสูญเสียลูกทั้งสองคนในวันเดียวกัน?” 46 เรเบคาห์พูดกับอิสอัคว่า “ฉันเบื่อชีวิตของฉันเหลือเกิน เพราะหญิงฮิตไทต์ ถ้ายาโคบแต่งงานกับหญิงฮิตไทต์ หญิงดินแดนนี้ ชีวิตของฉันจะมีประโยชน์อะไรแก่ฉัน?” Genesis 331 ยาโคบเงยหน้าขึ้นดู ก็เห็นเอซาวกำลังมาพร้อมกับชาย 400 คน ยาโคบจึงแบ่งลูกๆ ให้เลอาห์ ราเชลและสาวใช้ทั้งสอง 2 เขาให้สาวใช้กับลูกๆ อยู่ข้างหน้า ถัดมาเลอาห์กับลูกๆ ส่วนราเชลกับโยเซฟอยู่ท้ายสุด 3 ตัวเขาเองเดินออกหน้าไปก่อน โน้มตัวลงถึงดินเจ็ดครั้ง จนเข้ามาใกล้พี่ชายของเขา 4 แต่เอซาววิ่งออกไปต้อนรับ กอดและซบหน้าลงที่คอจูบเขา ต่างก็ร้องไห้ 5 เมื่อเอซาวเงยหน้าขึ้นแลเห็นพวกผู้หญิงกับลูกๆ จึงถามว่า “คนเหล่านี้ที่อยู่กับเจ้าคือใคร?” ยาโคบตอบว่า “คือลูกๆ ที่พระเจ้าประทานแก่ผู้รับใช้ของท่าน” 6 แล้วสาวใช้ทั้งสองคนกับลูกๆ ก็เข้ามาใกล้และโน้มตัวลงถึงดิน 7 เลอาห์กับลูกๆ ของนางก็เข้ามาใกล้ด้วยและโน้มตัวลงถึงดิน ที่สุดโยเซฟและราเชลก็เข้ามาใกล้และโน้มตัวลงถึงดิน 8 เอซาวถามว่า “ผู้คนและฝูงสัตว์เหล่านี้ทั้งหมดที่เราพบนั้นสำหรับอะไร?” ยาโคบตอบว่า “เพื่อข้าพเจ้าจะได้รับความโปรดปรานจากนายของข้าพเจ้า” 9 เอซาวพูดว่า “น้องเอ๋ย ข้ามีมากมายอยู่แล้ว เก็บของของเจ้าไว้เองเถิด” 10 ยาโคบตอบว่า “ไม่ได้ ขอได้โปรดเถิด ถ้าท่านโปรดปรานข้าพเจ้าแล้ว ขอรับของกำนัลจากมือข้าพเจ้า เพราะแท้จริงเมื่อข้าพเจ้าเห็นหน้าท่านก็เหมือนเห็นพระพักตร์ของพระเจ้า เพราะท่านต้อนรับข้าพเจ้าอย่างดี 11 ข้าพเจ้าขอท่านรับของขวัญที่นำมาให้ท่าน เพราะพระเจ้าทรงกรุณาข้าพเจ้าและข้าพเจ้าก็มีพอเพียงแล้ว” ท่านอ้อนวอนเอซาว เขาจึงรับไว้ 12 เอซาวพูดว่า “ให้เราออกเดินทางไปกันเถิด ข้าจะนำหน้าเจ้า” 13 แต่ยาโคบตอบเขาว่า “นายของข้าพเจ้าย่อมทราบอยู่แล้วว่าลูกๆ นั้นอ่อนแอ และฝูงแพะแกะและโคที่มีลูกอ่อนยังกินนมอยู่ ถ้าจะต้อนให้เดินเกินไปสักวันหนึ่งฝูงสัตว์ก็จะตายหมด 14 ขอนายของข้าพเจ้าล่วงหน้าผู้รับใช้ของท่านไปก่อนเถิด ข้าพเจ้าจะตามไปช้าๆ ตามกำลังของสัตว์ซึ่งอยู่ข้างหน้าข้าพเจ้าและตามกำลังของลูกๆ จนกว่าข้าพเจ้าจะไปพบเจ้านายของข้าพเจ้าที่เสอีร์” 15 เอซาวจึงกล่าวว่า “ถ้าเช่นนั้นขอให้บางคนที่มากับเราไปกับเจ้า” ยาโคบตอบว่า “ไม่จำเป็นเลย ขอแต่เพียงให้ข้าพเจ้าได้รับความโปรดปรานจากนายของข้าพเจ้า” 16 ในวันนั้น เอซาวก็กลับไปถึงเสอีร์ 17 ส่วนยาโคบเดินทางไปถึงสุคคท เขาสร้างบ้านอยู่ที่นั่น และสร้างเพิงให้ฝูงปศุสัตว์ของเขา ฉะนั้นเขาจึงเรียกที่นั้นว่า สุคคท 18 ยาโคบเดินทางจากปัดดานอารัมมาถึงเมืองเชเคม ในดินแดนคานาอันอย่างปลอดภัย เขาตั้งเต็นท์อยู่หน้าเมืองนั้น 19 ยาโคบซื้อที่ดินแปลงที่ตั้งเต็นท์อยู่นั้น จากบุตรชายของฮาโมร์บิดาของเชเคม เป็นเงินหนึ่งร้อยแผ่น 20 ยาโคบสร้างแท่นบูชาที่นั่น เรียกแท่นนั้นว่า เอลเอโลเฮอิสราเอล Genesis 359 เมื่อยาโคบออกจากปัดดานอารัม พระเจ้าทรงสำแดงพระองค์แก่ยาโคบอีก และทรงอวยพรท่าน 10 พระเจ้าตรัสแก่ท่านว่า “เจ้ามีชื่อว่ายาโคบ เขาจะไม่เรียกเจ้าว่ายาโคบต่อไป เพราะชื่อของเจ้าจะเป็นอิสราเอล” ดังนั้นพระองค์ทรงเรียกท่านว่าอิสราเอล 11 พระเจ้าตรัสแก่ท่านว่า “เราเป็นพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ เจ้าจงเกิดผู้คนทวีมากขึ้น ประชาชาติหนึ่งและหลายประชาชาติจะเกิดมาจากเจ้า กษัตริย์หลายองค์จะออกมาจากเจ้า 12 ดินแดนนี้ที่เราให้แก่อับราฮัมและอิสอัค เราจะให้แก่เจ้า และเราจะให้ดินแดนนี้แก่เชื้อสายของเจ้าที่จะมาภายหลังเจ้า” 13 พระเจ้าเสด็จขึ้นไปจากยาโคบ ณ ที่ที่พระเจ้าตรัสแก่เขา 14 ยาโคบก็ปักเสาไว้ที่ซึ่งพระองค์ตรัสแก่เขา เสานี้เป็นเสาหิน เขาก็เอาเครื่องดื่มบูชาเทลงบนเสา และเทน้ำมันบนนั้น 15 ยาโคบเรียกสถานที่ที่พระเจ้าตรัสแก่ท่านว่า เบธเอล Hebrews 1120 โดยความเชื่อ อิสอัคจึงอวยพรยาโคบและเอซาว สำหรับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในภายหน้า Malachi 11 ครุวาท คือ พระวจนะของพระยาห์เวห์ที่มีต่ออิสราเอล โดยมาลาคี 2 พระยาห์เวห์ตรัสว่า “เราได้รักเจ้าทั้งหลาย แต่เจ้าพูดว่า ‘พระองค์ได้ทรงรักข้าพระองค์อย่างไร’? พระยาห์เวห์ตรัสว่า เอซาวเป็นพี่ชายของยาโคบไม่ใช่หรือ? เราก็ยังรักยาโคบ 3 แต่เราได้เกลียดเอซาว เราได้ทำให้เทือกเขาของเขาร้างเปล่า และมอบมรดกของเขาให้แก่หมาป่าแห่งถิ่นทุรกันดาร 4 เมื่อเอโดมกล่าวว่า ‘เราถูกทำลายลงแล้ว แต่เราจะกลับมาสร้างที่ปรักหักพังขึ้นใหม่’ พระยาห์เวห์จอมทัพก็ตรัสว่า พวกเขาจะสร้างขึ้นก็ได้ แต่เราก็จะรื้อลงเสีย จนคนจะเรียกกันว่าเป็นเมืองชั่วร้าย เป็นชนชาติที่พระยาห์เวห์กริ้วอยู่เป็นนิตย์ 5 ตาของเจ้าเองจะเห็นสิ่งนี้ และเจ้าจะกล่าวว่า ‘พระยาห์เวห์นี้ใหญ่ยิ่งนัก แม้กระทั่งนอกเขตแดนของอิสราเอล’ 6 “บุตรก็ย่อมให้เกียรติแก่บิดา คนใช้ก็ย่อมให้เกียรตินาย แล้วถ้าเราเป็นบิดา เกียรติของเราอยู่ที่ไหน? และถ้าเราเป็นนาย ความยำเกรงเราอยู่ที่ไหน? นี่แหละพระยาห์เวห์จอมทัพตรัสกับท่านนะ โอ บรรดาปุโรหิตผู้ดูหมิ่นนามของเรา ท่านก็ว่า ‘ข้าพระองค์ทั้งหลายดูหมิ่นพระนามของพระองค์อย่างไร?’ 7 ก็โดยการนำอาหารมลทินมาถวายบนแท่นของเราอย่างไรล่ะ แล้วเจ้าว่า ‘ข้าพระองค์ทั้งหลายทำให้มันเป็นมลทินอย่างไร?’ ก็โดยคิดว่าโต๊ะของพระยาห์เวห์นั้นเป็นที่ดูหมิ่นอย่างไรล่ะ 8 เมื่อเจ้านำสัตว์ตาบอดมาเป็นสัตวบูชา การทำอย่างนั้นไม่ผิดหรือ? และเมื่อเจ้าถวายสัตว์ที่พิการหรือป่วย การทำอย่างนั้นไม่ผิดหรือ? พระยาห์เวห์จอมทัพตรัสว่า ถ้าพวกเจ้านำของอย่างนั้นไปกำนัลผู้ว่าราชการของพวกเจ้าดู เขาจะพอใจเจ้าหรือ? จะแสดงความชอบพอต่อเจ้าไหม? 9 ลองอ้อนวอนขอความชอบต่อพระเจ้า เพื่อพระองค์จะทรงพระกรุณาต่อพวกเราดูซี ด้วยของถวายดังกล่าวมานี้จากมือของเจ้า พระองค์จะทรงชอบพอเจ้าสักคนหนึ่งหรือ? พระยาห์เวห์จอมทัพตรัสดังนี้แหละ 10 โอ อยากให้สักคนหนึ่งในพวกเจ้าปิดประตูของพระวิหารเสีย เพื่อว่าเจ้าจะไม่ก่อไฟบนแท่นบูชาของเราเสียเปล่า พระยาห์เวห์จอมทัพตรัสว่า เราไม่พอใจเจ้า และเราจะไม่รับเครื่องบูชาจากมือของเจ้า 11 พระยาห์เวห์จอมทัพตรัสว่า ตั้งแต่ที่ดวงอาทิตย์ขึ้นถึงที่ดวงอาทิตย์ตก นามของเราก็ใหญ่ยิ่งท่ามกลางประชาชาติทั้งหลาย และเขาถวายเครื่องหอมและของถวายที่บริสุทธิ์แด่นามของเราทุกที่ทุกแห่ง เพราะว่านามของเรานั้นใหญ่ยิ่งท่ามกลางประชาชาติ 12 แต่เมื่อเจ้ากล่าวว่า ‘โต๊ะขององค์เจ้านายเป็นมลทิน’ และดูหมิ่นอาหารที่ถวายนั้น เจ้าก็ทำให้นามนั้นเป็นมลทินไปแล้ว 13 พระยาห์เวห์จอมทัพตรัสว่า เจ้ากล่าวว่า ‘นี่เป็นภาระหนัก’ แล้วเจ้าก็ทำฮึดฮัดกับเรา เจ้านำเอาสิ่งที่ได้แย่งชิงมา หรือสิ่งที่พิการหรือป่วย ของเหล่านี้แหละเจ้านำมาเป็นของบูชา พระยาห์เวห์ตรัสว่า เราจะรับของนั้นจากมือของเจ้าหรือ? 14 พระยาห์เวห์จอมทัพตรัสว่า คนใดที่มีสัตว์ตัวผู้อยู่ในฝูง และได้บนไว้ และยังเอาสัตว์ที่มีตำหนิไปถวายแด่องค์เจ้านาย คำสาปแช่งจงตกอยู่กับคนโกงนั้นเถิด เพราะเราเป็นพระมหากษัตริย์องค์ยิ่งใหญ่ และนามของเราเป็นที่กลัวเกรงท่ามกลางประชาชาติทั้งหลาย Romans 913 ตามที่มีคำเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า “ยาโคบนั้นเรารัก แต่เอซาวเราชัง” |