การ ปฏิรูป ภาย ใต้ อาซา
| Secondary Keywords | กษัตริย์ พระมหากษัตริย์ พินัยกรรม ราชอาณาจักร เก่า แบ่งออกเป็น |
|---|---|
| Scriptures | 1 Kings 151 ในปีที่สิบแปดแห่งรัชกาลเยโรโบอัมบุตรเนบัท อาบียัมทรงครองยูดาห์ 2 พระองค์ทรงครองราชย์ในกรุงเยรูซาเล็มสามปี พระนามของพระราชมารดาคือ มาอาคาห์ บุตรหญิงของอาบีชาโลม 3 พระองค์ทรงดำเนินตามบาปทุกอย่าง ซึ่งพระราชบิดาของพระองค์ทรงทำต่อพระพักตร์พระองค์ และพระทัยของพระองค์ก็ไม่ภักดีต่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของพระองค์ ไม่เหมือนอย่างพระทัยของดาวิดบรรพบุรุษของพระองค์ 4 อย่างไรก็ดี เพราะเห็นแก่ดาวิด พระยาห์เวห์พระเจ้าของพระองค์ได้ประทานประทีปอันหนึ่งแก่อาบียัมในกรุงเยรูซาเล็ม คือทรงตั้งพระราชโอรสแทน และทรงสถาปนากรุงเยรูซาเล็ม 5 เพราะว่าดาวิดทรงทำสิ่งที่ถูกต้องในสายพระเนตรของพระยาห์เวห์ และไม่ได้หันไปจากสิ่งใด ซึ่งพระเจ้าทรงบัญชาตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ นอกจากเรื่องอุรียาห์คนฮิตไทต์ 6 มีสงครามระหว่างเรโหโบอัมกับเยโรโบอัม ตลอดพระชนม์ชีพของอาบียัม 7 พระราชกิจอื่นๆ ของอาบียัม และทุกสิ่งที่ทรงทำ ได้บันทึกไว้ในหนังสือพงศาวดารกษัตริย์แห่งยูดาห์ไม่ใช่หรือ? และมีสงครามระหว่างอาบียัมและเยโรโบอัม 8 อาบียัมก็ทรงล่วงหลับไปอยู่กับบรรพบุรุษของพระองค์ และเขาได้ฝังพระศพของพระองค์ไว้ในนครดาวิด และอาสาพระราชโอรสของพระองค์ก็ขึ้นครองราชย์แทน 9 ในปีที่ยี่สิบแห่งรัชกาลเยโรโบอัมพระราชาแห่งอิสราเอล อาสาได้ขึ้นครองราชย์เป็นพระราชาแห่งยูดาห์ 10 และทรงครองราชย์ในกรุงเยรูซาเล็ม 41 ปี พระอัยกีของพระองค์มีพระนามว่า มาอาคาห์ บุตรหญิงของอาบีชาโลม 11 อาสาทรงทำสิ่งที่ถูกต้องในสายพระเนตรของพระยาห์เวห์ เหมือนอย่างดาวิดบรรพบุรุษของพระองค์ 12 พระองค์ทรงกวาดล้างพวกเทวทาสเสียจากแผ่นดิน และรื้อถอนรูปเคารพทั้งสิ้น ซึ่งบรรพบุรุษของพระองค์ทำไว้ 13 และพระองค์ทรงถอดมาอาคาห์พระอัยกีจากตำแหน่งพระราชชนนี เพราะพระนางทำรูปเคารพน่าเกลียดน่าชังเพื่อพระอาเช-ราห์ และอาสาทรงทำลายรูปเคารพของพระนาง และทรงเผาเสียที่ลำธารขิดโรน 14 แต่ปูชนียสถานสูงต่างๆ ยังไม่ได้ถูกกำจัด ถึงอย่างนั้น พระทัยของอาสาก็ภักดีต่อพระยาห์เวห์ตลอดรัชสมัยของพระองค์ 15 พระองค์ทรงนำของที่พระราชบิดาของพระองค์ และของที่พระองค์เองทรงอุทิศถวาย เข้าไปในพระนิเวศของพระยาห์เวห์ ได้แก่ เงิน ทองคำ และเครื่องใช้ต่างๆ 16 มีสงครามระหว่างอาสากับบาอาชาพระราชาแห่งอิสราเอล ตลอดสมัยของพระองค์ทั้งสอง 17 บาอาชาพระราชาแห่งอิสราเอลได้ทรงขึ้นมาต่อสู้กับยูดาห์ และได้สร้างเมืองรามาห์ เพื่อไม่ให้ใครเข้าไปเฝ้าหรือออกมาจากอาสาพระราชาแห่งยูดาห์ 18 แล้วอาสาทรงเอาเงินและทองคำทั้งหมด ซึ่งเหลืออยู่ในคลังแห่งพระนิเวศของพระยาห์เวห์ และในคลังแห่งพระราชวังของพระราชา มอบไว้ในมือของข้าราชการของพระองค์ และกษัตริย์อาสาทรงใช้พวกเขาไปเฝ้าเบนฮาดัดพระราชโอรสของทับริมโมน ผู้เป็นพระราชโอรสของเฮซีโอนกษัตริย์แห่งซีเรีย ผู้ประทับในเมืองดามัสกัส ทูลว่า 19 “ขอให้มีสนธิสัญญาระหว่างข้าพเจ้ากับท่าน ดังที่มีอยู่ระหว่างพระราชบิดาของข้าพเจ้าและของท่าน นี่แน่ะ ข้าพเจ้าส่งบรรณาการเป็นเงินและทองคำมายังท่าน ขอท่านจงไปยกเลิกสนธิสัญญาของท่านที่มีกับบาอาชาพระราชาแห่งอิสราเอลเสีย เพื่อเขาจะถอยทัพไปจากข้าพเจ้า” 20 แล้วเบนฮาดัดก็ทรงฟังกษัตริย์อาสา และส่งบรรดาผู้บัญชาการกองทัพของพระองค์ไปสู้กับเมืองต่างๆ ของอิสราเอล และเขาได้โจมตีเมืองอิโยน เมืองดาน เมืองอาเบลเบธมาอาคาห์ และดินแดนคินเนโรททั้งหมด และดินแดนนัฟทาลีทั้งหมด 21 เมื่อบาอาชาทรงทราบเรื่อง พระองค์ก็ทรงหยุดสร้างเมืองรามาห์ และพระองค์ประทับที่เมืองทีรซาห์ 22 แล้วกษัตริย์อาสาทรงประกาศไปทั่วยูดาห์ ไม่ยกเว้นใครเลย และเขาทั้งหลายขนหินของเมืองรามาห์ และไม้ของเมืองนั้นซึ่งบาอาชาทรงใช้สร้างอยู่นั้น กษัตริย์อาสาก็ทรงเอามาสร้างเมืองเกบาแห่งเบนยามินและเมืองมิสปาห์ 23 พระราชกิจอื่นๆ ทั้งหมดของอาสา รวมทั้งพระราชอำนาจทั้งสิ้นของพระองค์ และทุกสิ่งซึ่งทรงกระทำ และเมืองต่างๆ ซึ่งพระองค์ทรงสร้าง ได้บันทึกไว้ในหนังสือพงศาวดารกษัตริย์แห่งยูดาห์ไม่ใช่หรือ? แต่เมื่อทรงพระชราแล้ว ก็เกิดพระโรคขึ้นที่พระบาท 24 และอาสาก็ทรงล่วงหลับไปอยู่กับบรรพบุรุษของพระองค์ และเขาฝังพระศพไว้กับบรรพบุรุษของพระองค์ในนครดาวิดบรรพชนของพระองค์ และเยโฮชาฟัทพระราชโอรสของพระองค์ก็ขึ้นครองราชย์แทน 25 นาดับพระราชโอรสของเยโรโบอัม ทรงครองอิสราเอลในปีที่สองแห่งรัชกาลอาสาพระราชาแห่งยูดาห์ และทรงครองอิสราเอลสองปี 26 พระองค์ทรงทำชั่วในสายพระเนตรของพระยาห์เวห์ และทรงดำเนินในทางของพระราชบิดาของพระองค์ และในบาปซึ่งทรงทำให้อิสราเอลทำบาปด้วย 27 บาอาชาบุตรอาหิยาห์ เชื้อสายของยิสสาคาร์คิดกบฏต่อพระองค์ และบาอาชาประหารพระองค์เสียที่เมืองกิบเบโธน ซึ่งเป็นของฟีลิสเตีย เพราะนาดับและคนอิสราเอลทั้งสิ้นกำลังล้อมเมืองกิบเบโธนอยู่ 28 ดังนั้นบาอาชาจึงฆ่าพระองค์เสียในปีที่สามแห่งรัชกาลอาสากษัตริย์แห่งยูดาห์ และขึ้นครองราชย์แทน 29 พอทรงเป็นกษัตริย์ ก็ประหารราชวงศ์ของเยโรโบอัมเสียสิ้น ไม่มีใครรอดมาได้สักคนเดียวเลย พระองค์ทรงทำลายเสียสิ้นตามพระดำรัสของพระยาห์เวห์ ซึ่งตรัสโดยผู้รับใช้ของพระองค์คืออาหิยาห์ชาวชีโลห์ 30 เป็นเพราะบาปต่างๆ ของเยโรโบอัมที่ได้ทรงกระทำ และซึ่งพระองค์ได้ทรงทำให้อิสราเอลทำบาปด้วย และเพราะพระองค์ทรงทำให้พระยาห์เวห์พระเจ้าของอิสราเอลทรงพระพิโรธ 31 ส่วนพระราชกิจอื่นๆ ของนาดับ และทุกสิ่งซึ่งทรงกระทำ ได้บันทึกในหนังสือพงศาวดารกษัตริย์แห่งอิสราเอลไม่ใช่หรือ? 32 มีสงครามระหว่างอาสากับบาอาชาพระราชาแห่งอิสราเอล ตลอดสมัยของทั้งสองพระองค์ 33 ในปีที่สามแห่งรัชกาลอาสาพระราชาแห่งยูดาห์ บาอาชาบุตรอาหิยาห์ทรงครองอิสราเอลทั้งหมดที่เมืองทีรซาห์เป็นเวลา 24 ปี 34 พระองค์ทรงทำชั่วในสายพระเนตรพระยาห์เวห์ และดำเนินในทางของเยโรโบอัม และในบาปของพระองค์ซึ่งทรงทำให้อิสราเอลทำบาปด้วย 2 Chronicles 141 อาบียาห์จึงล่วงหลับไปอยู่กับบรรพบุรุษของพระองค์ และเขาทั้งหลายก็ฝังพระศพไว้ในนครดาวิด และอาสาพระราชโอรสของพระองค์ก็ขึ้นครองราชย์แทน ในรัชกาลของอาสา แผ่นดินสงบอยู่สิบปี 2 อาสาทรงทำสิ่งที่ดีและถูกต้องในสายพระเนตรพระยาห์เวห์พระเจ้าของพระองค์ 3 พระองค์ทรงรื้อแท่นบูชาพระต่างด้าวและปูชนียสถานสูงทั้งหลาย พังเสาศักดิ์สิทธิ์ และโค่นบรรดาเสาอาเช-ราห์ 4 และทรงบัญชาให้ยูดาห์แสวงหาพระยาห์เวห์พระเจ้าของบรรพบุรุษของตนและให้รักษาธรรมบัญญัติและพระบัญญัติ 5 พระองค์ทรงรื้อปูชนียสถานสูงและแท่นเครื่องหอมจากเมืองทั้งหมดของยูดาห์ และอาณาจักรก็มีความสงบสุขภายใต้พระองค์ 6 พระองค์ทรงสร้างเมืองป้อมในยูดาห์ เพราะแผ่นดินมีความสงบสุข พระองค์ไม่ต้องทำสงครามในปีเหล่านั้น เพราะพระยาห์เวห์ประทานการหยุดพักแก่พระองค์ 7 และพระองค์ตรัสกับยูดาห์ว่า “ให้พวกเราสร้างเมืองเหล่านี้ และล้อมด้วยกำแพง หอคอยประตูและดาลประตู แผ่นดินยังเป็นของพวกเรา เพราะพวกเราแสวงหาพระยาห์เวห์พระเจ้าของเรา พวกเราแสวงหาพระองค์ และพระองค์ประทานการหยุดพักแก่เราทุกด้าน” เขาทั้งหลายจึงสร้างและเจริญขึ้น 8 และอาสาทรงมีกองทัพจากยูดาห์ 300,000 คนที่มีโล่ใหญ่และหอก และ 280,000 คนจากเบนยามินที่มีโล่และธนู ทุกคนล้วนเป็นนักรบผู้กล้าหาญ 9 เศ-ราห์ชาวคูชออกมาต่อสู้กับพวกเขาด้วยทหารหนึ่งล้านคน และรถรบ 300 คันและมาถึงเมืองมาเรชาห์ 10 และอาสาทรงออกไปปะทะกับเขา และเขาทั้งหลายก็ตั้งแนวรบในหุบเขาเศฟาธาห์ที่มาเรชาห์ 11 และอาสาร้องทูลต่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของพระองค์ว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์ไม่มีใครช่วยได้เหมือนพระองค์ ในการสู้รบกันระหว่างพวกมีกำลังกับพวกไม่มีกำลัง ข้าแต่พระยาห์เวห์พระเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลาย โปรดช่วยพวกข้าพระองค์ เพราะข้าพระองค์ทั้งหลายพึ่งพระองค์ พวกข้าพระองค์มาต่อสู้กับชนหมู่ใหญ่นี้ในพระนามของพระองค์ ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลาย ขออย่าทรงให้มนุษย์ชนะพระองค์” 12 พระเจ้าจึงทรงโจมตีชาวคูชต่อหน้าอาสาและยูดาห์ แล้วชาวคูชก็หลบหนี 13 อาสาและคนที่อยู่กับพระองค์ก็ไล่ตามพวกเขาไปถึงเมืองเก-ราร์ และชาวคูชล้มตายจนไม่เหลือแม้แต่คนเดียว เพราะพวกเขาแตกพ่ายเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์และกองทัพของพระองค์ คนยูดาห์จึงเก็บของริบได้มากมาย 14 และพวกเขาเข้าตีเมืองต่างๆ รอบๆ เมืองเก-ราร์ เพราะว่าความหวาดกลัวพระยาห์เวห์นั้นมีขึ้นกับชาวเมืองทั้งหลาย พวกเขายึดเมืองทั้งหมด เพราะมีของที่จะริบได้มากในเมืองเหล่านั้น 15 และเขายังเข้าตีเต็นท์ของพวกที่มีฝูงปศุสัตว์แล้วยึดแกะและอูฐไปมากมาย และพวกเขาก็กลับไปยังเยรูซาเล็ม 2 Chronicles 151 พระวิญญาณของพระเจ้าเสด็จมาสถิตกับอาซาริยาห์บุตรโอเดด 2 และท่านออกไปเฝ้าอาสาและทูลพระองค์ว่า “ข้าแต่อาสาและยูดาห์กับเบนยามินทั้งหมด ขอจงฟังข้าพเจ้า พระยาห์เวห์สถิตกับท่านทั้งหลาย ต่อเมื่อท่านอยู่กับพระองค์ ถ้าพวกท่านแสวงหาพระองค์ ท่านก็จะพบพระองค์ แต่ถ้าท่านทั้งหลายละทิ้งพระองค์ พระองค์จะทรงละทิ้งพวกท่าน 3 อิสราเอลอยู่อย่างปราศจากพระเจ้าเที่ยงแท้เป็นเวลานาน และไม่มีปุโรหิตผู้สั่งสอน และไม่มีธรรมบัญญัติ 4 แต่เมื่อพวกเขาทุกข์ยาก เขาทั้งหลายหันมาหาพระยาห์เวห์ พระเจ้าของอิสราเอลและแสวงหาพระองค์ เขาทั้งหลายก็พบพระองค์ 5 ในสมัยนั้น ผู้ที่ออกไปหรือผู้ที่เข้ามาล้วนไม่มีความสงบสุข เพราะเกิดความวุ่นวายมากมายกับคนที่อาศัยบนแผ่นดินนั้น 6 เขาทั้งหลายแตกแยกกันเป็นเสี่ยงๆ ประชาชาติต่อประชาชาติและเมืองต่อเมือง เพราะพระเจ้าทรงรังควานพวกเขาด้วยความทุกข์ยากทุกอย่าง 7 แต่ท่านทั้งหลายจงกล้าหาญ อย่าให้มือของท่านอ่อนลง เพราะว่าพวกท่านจะได้รับบำเหน็จในกิจการของท่าน” 8 เมื่ออาสาทรงสดับถ้อยคำเหล่านี้ คือคำเผยพระวจนะของอาซาริยาห์บุตรโอเดดก็ทรงมีพระทัยกล้าหาญขึ้น พระองค์ทรงขจัดสิ่งน่าสะอิดสะเอียนจากแผ่นดินยูดาห์และเบนยามินทั้งหมด และจากเมืองต่างๆ ที่พระองค์ทรงยึดมาในบริเวณเทือกเขาเอฟราอิม และพระองค์ทรงซ่อมแซมแท่นบูชาของพระยาห์เวห์ ที่อยู่หน้ามุขพระนิเวศของพระยาห์เวห์ 9 และพระองค์ทรงรวบรวมยูดาห์และเบนยามินทั้งหมด รวมทั้งคนเหล่านั้นจากเอฟราอิม มนัสเสห์ และสิเมโอน ผู้มาอาศัยกับพวกเขา เพราะคนเป็นอันมากหนีมาหาพระองค์จากอิสราเอล เมื่อเห็นว่าพระยาห์เวห์พระเจ้าของพระองค์สถิตกับพระองค์ 10 เขาทั้งหลายมารวมกันที่กรุงเยรูซาเล็มในเดือนที่สามของปีที่สิบห้าในรัชกาลของอาสา 11 ในวันนั้น เขาทั้งหลายถวายสัตวบูชาแด่พระยาห์เวห์จากข้าวของที่พวกเขาริบมาได้ คือวัวผู้ 700 ตัวและแกะ 7,000 ตัว 12 และเขาทั้งหลายทำพันธสัญญาที่จะแสวงหาพระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของเขา ด้วยสุดจิตสุดใจของพวกเขา 13 หากใครไม่แสวงหาพระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งอิสราเอลจะมีโทษถึงตาย ไม่ว่าผู้น้อยหรือผู้ใหญ่ ชายหรือหญิง 14 เขาทั้งหลายสาบานต่อพระยาห์เวห์ด้วยเสียงดัง ด้วยการโห่ร้อง และด้วยเสียงแตรและเขาสัตว์ 15 และยูดาห์ทั้งหมดก็เปรมปรีดิ์เพราะคำสาบานนั้น เพราะเขาทั้งหลายสาบานด้วยสุดใจของเขา และแสวงหาพระองค์ด้วยสุดความปรารถนาของเขา และเขาทั้งหลายก็พบพระองค์ และพระยาห์เวห์ประทานการหยุดพักให้พวกเขาในทุกด้าน 16 แม้ว่ามาอาคาห์พระอัยกีของพระองค์ กษัตริย์อาสาก็ทรงถอดเสียจากตำแหน่ง เพราะพระนางทรงทำรูปเคารพน่าเกลียดน่าชังเพื่อพระอาเช-ราห์ อาสาทรงฟันรูปเคารพของพระนางลง ทรงบด และเผาเสียที่หุบเขาขิดโรน 17 แต่ปูชนียสถานสูงต่างๆ ยังไม่ได้ถูกรื้อออกจากอิสราเอล ถึงอย่างนั้นพระทัยของอาสาก็ซื่อตรงตลอดรัชสมัยของพระองค์ 18 และพระองค์ทรงนำของที่พระราชบิดาของพระองค์ และของที่พระองค์เองทรงอุทิศถวาย ได้แก่เงิน ทองคำ และเครื่องใช้เข้าไปในพระนิเวศของพระเจ้า 19 และไม่มีสงครามอีกจนถึงปีที่สามสิบห้าในรัชกาลของอาสา |








