ตัดป่าพลับพลา
| คําสําคัญ | กระโจม การเสียสละ ตัดออกไป พระสงฆ์ วัด สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แผนภาพ |
|---|---|
| Secondary Keywords | บริสุทธิ์ มากที่สุด สถานที่ สีม่วงอ่อน สูง แท่นบูชา แปรงทาสี แลมพ์สแตนด์ |
| Tertiary Keywords | ทองคํา ธูป พักตร์ สัญญา เต็นท์ เรือ |
| Scriptures | Exodus 25 Exodus 25:5 Exodus 26 Exodus 27 |
Exodus 251 พระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า2 “จงบอกชนชาติอิสราเอลให้นำของมาถวายเรา ของนั้นให้รับมาจากทุกๆ คนที่เต็มใจถวาย3 เครื่องถวายซึ่งเจ้าจะรับจากพวกเขาคือ ทองคำ เงิน ทองสัมฤทธิ์4 ด้ายสีฟ้า สีม่วง สีแดงเข้ม ผ้าป่านเนื้อดีและขนแพะ5 หนังแกะตัวผู้ย้อมสีแดง หนังอย่างดีและไม้กระถินเทศ6 น้ำมันตะเกียง เครื่องเทศสำหรับปรุงน้ำมันเจิม และสำหรับปรุงเครื่องหอม7 พลอยสีแดงเข้ม และพลอยอื่นๆ สำหรับฝังในเอโฟดและทับทรวง8 แล้วให้พวกเขาสร้างสถานนมัสการสำหรับเรา เพื่อเราจะอยู่ท่ามกลางพวกเขา9 พวกเจ้าจงสร้างพลับพลาและเครื่องใช้ไม้สอยทุกชิ้นของพลับพลานั้นตามแบบที่เราแจ้งแก่เจ้าทุกประการ10 “ให้พวกเขาทำหีบใบหนึ่ง ด้วยไม้กระถินเทศยาว 110 เซนติเมตร กว้าง 66 เซนติเมตร และสูง 66 เซนติเมตร11 เจ้าจงหุ้มหีบนั้นด้วยทองคำบริสุทธิ์ทั้งด้านในและด้านนอก แล้วจงทำขอบด้วยทองคำล้อมรอบหีบนั้น12 เจ้าจงหล่อห่วงทองคำสี่ห่วงสำหรับหีบนั้นติดไว้ที่มุมทั้งสี่ ด้านนี้สองห่วงและด้านนั้นสองห่วง13 ให้ทำคานหามด้วยไม้กระถินเทศหุ้มด้วยทองคำ14 แล้วสอดคานหามเข้าที่ห่วงข้างหีบสำหรับใช้ยกหามหีบนั้น15 ไม้คานหามให้สอดไว้ในห่วงของหีบ ห้ามถอดออก16 เจ้าจงเก็บพระโอวาทที่เราจะให้แก่เจ้าไว้ในหีบนั้น17 แล้วเจ้าจงทำพระที่นั่งกรุณาด้วยทองคำบริสุทธิ์ยาว 110 เซนติเมตร กว้าง 66 เซนติเมตร18 เจ้าจงทำเครูบทองคำสองรูป โดยใช้ค้อนเป็นเครื่องมือทำและตั้งไว้ที่ปลายทั้งสองข้างของพระที่นั่งกรุณา19 เจ้าจงทำเครูบไว้ที่ปลายพระที่นั่งกรุณาข้างละรูป และให้เครูบติดเป็นเนื้อเดียวกับปลายทั้งสองข้างของพระที่นั่งกรุณา20 ให้เครูบกางปีกขึ้นสูงปกพระที่นั่งกรุณาไว้ และให้หันหน้าเข้าหากัน โดยหน้าของเครูบมองตรงมายังพระที่นั่งกรุณา21 แล้วจงตั้งพระที่นั่งกรุณานั้นไว้บนหีบ จงเก็บพระโอวาทซึ่งเราจะให้แก่เจ้าไว้ในหีบนั้น22 เราจะพบกับเจ้า ณ ที่นั้น คือที่เหนือพระที่นั่งกรุณาระหว่างกลางเครูบ ซึ่งอยู่บนหีบแห่งสักขีพยาน และเราจะบอกกับเจ้าทุกสิ่งที่เราจะสั่งเจ้าให้ประกาศแก่ชนชาติอิสราเอล23 “แล้วจงทำโต๊ะตัวหนึ่งด้วยไม้กระถินเทศ ยาว 88 เซนติเมตร กว้าง 44 เซนติเมตร และสูง 66 เซนติเมตร24 เจ้าจงหุ้มโต๊ะนั้นด้วยทองคำบริสุทธิ์ และทำขอบด้วยทองคำล้อมรอบโต๊ะนั้นด้วย25 จงทำกรอบล้อมรอบโต๊ะนั้นโดยให้กว้าง 7.5 เซนติเมตร แล้วทำขอบด้วยทองคำล้อมรอบกรอบนั้น26 จงทำห่วงทองคำสี่ห่วงติดไว้ที่มุมขาโต๊ะทั้งสี่27 ห่วงนั้นให้อยู่ชิดกรอบเพื่อเอาไว้สอดคานหาม28 เจ้าจงทำคานหามด้วยไม้กระถินเทศ หุ้มด้วยทองคำ ให้หามโต๊ะด้วยไม้นี้29 เจ้าจงทำจานและชามเล็กด้วยทองคำบริสุทธิ์รวมทั้งคนโท และอ่างที่ใช้สำหรับรินเครื่องดื่มบูชา30 และเจ้าจงวางขนมปังเฉพาะพระพักตร์ไว้บนโต๊ะนั้นต่อหน้าเราเป็นนิตย์31 “เจ้าจงทำคันประทีปอันหนึ่งด้วยทองคำบริสุทธิ์ จงใช้ค้อนเป็นเครื่องมือทำฐานและลำตัวคันประทีป สำหรับดอกคือฐานดอกและกลีบให้ติดเป็นเนื้อเดียวกับคันประทีป32 ให้กิ่งหกกิ่ง แยกออกจากลำคันประทีปข้างละสามกิ่ง33 แต่ละกิ่งที่ยื่นออกจากลำคันประทีปมีดอกเหมือนดอกอัลมอนด์สามดอก ทุกๆ ดอกจะมีฐานดอกและกลีบ34 และตรงลำคันประทีปนั้นให้มีสี่ดอกเหมือนดอกอัลมอนด์ ทั้งฐานดอกและกลีบ35 ใต้กิ่งทุกๆ คู่ที่ยื่นออกจากลำคันประทีปนั้น จะมีฐานดอกหนึ่งอัน36 ฐานดอกและกิ่งจะต้องเป็นเนื้อเดียวกับคันประทีป ให้ทุกส่วนเป็นเนื้อเดียวกันด้วยทองคำบริสุทธิ์โดยใช้ค้อนเป็นเครื่องมือ37 และเจ้าจงทำตะเกียงเจ็ดดวงสำหรับคันประทีปนั้น แล้วตั้งไว้บนยอดแต่ละกิ่งให้ส่องสว่างบริเวณหน้าคันประทีป38 ให้ทำตะไกรตัดไส้ตะเกียง และถาดใส่ตะไกรด้วยทองคำบริสุทธิ์39 คันประทีปกับเครื่องใช้ทุกอย่างให้ทำด้วยทองคำบริสุทธิ์หนัก 35 กิโลกรัม40 จงระวังทำสิ่งเหล่านี้ตามแบบที่เราแจ้งแก่เจ้าบนภูเขา Exodus 255 หนังแกะตัวผู้ย้อมสีแดง หนังอย่างดีและไม้กระถินเทศ Exodus 261 “นอกจากนั้น เจ้าจงสร้างพลับพลาด้วยม่านสิบผืน ที่ทำจากผ้าป่านเนื้อดี และด้ายย้อมสีฟ้า สีม่วง สีแดงเข้ม และจงปักภาพเครูบซึ่งออกแบบไว้ที่ม่านนั้น2 ม่านผืนหนึ่งให้ยาว 12 เมตร กว้าง 2 เมตร ม่านทุกผืนให้มีขนาดเท่ากัน3 ม่านห้าผืนให้เกี่ยวติดกัน และอีกห้าผืนนั้นก็ให้เกี่ยวติดกันด้วย4 และเจ้าจงทำหูม่านด้วยด้ายสีฟ้าติดไว้ตามขอบม่านด้านนอกสุดทั้งชุดที่หนึ่งและชุดที่สอง5 เจ้าจงทำหูห้าสิบหูที่ม่านผืนหนึ่ง และเจ้าจงทำหูห้าสิบหูที่ขอบม่านในชุดที่สอง ให้หูม่านเหล่านี้อยู่ตรงข้ามกันและกัน6 จงทำขอทองคำห้าสิบขอ และจงใช้ขอเหล่านั้นเกี่ยวม่านทั้งสองชุด เพื่อให้เป็นพลับพลาเดียวกัน7 “และเจ้าจงทำม่านอีกสิบเอ็ดผืนด้วยขนแพะสำหรับเป็นเต็นท์คลุมพลับพลา8 ม่านผืนหนึ่งยาว 13 เมตร กว้าง 2 เมตร ทั้งสิบเอ็ดผืนให้ขนาดเท่ากัน9 ม่านห้าผืนให้เกี่ยวติดกันต่างหาก และม่านอีกหกผืนให้เกี่ยวติดกันต่างหากเช่นกัน และจงพับม่านผืนที่หกนั้นสองทบ ให้ห้อยซ้อนลงมาข้างหน้าเต็นท์10 จงทำหูม่านห้าสิบหูติดกับขอบม่านด้านนอกสุดชุดที่หนึ่ง และอีกห้าสิบหูติดกับขอบม่านด้านนอกสุดชุดที่สอง11 “แล้วเจ้าจงทำขอทองสัมฤทธิ์ห้าสิบขอ และจงเกี่ยวขอเข้าที่หูม่าน และจงโยงเต็นท์ให้ติดกันเป็นหลังเดียว12 ม่านเต็นท์ส่วนที่เกินอยู่ คือม่านครึ่งหนึ่งที่เหลืออยู่นั้น จงให้ห้อยลงมาด้านหลังพลับพลา13 ส่วนม่านคลุมพลับพลาซึ่งยาวเกินไปข้างละครึ่งเมตรนั้น ให้ห้อยลงมาข้างๆ พลับพลาทั้งข้างนี้และข้างโน้น สำหรับใช้กำบัง14 เจ้าจงทำผ้าคลุมเต็นท์ด้วยหนังแกะตัวผู้ย้อมสีแดง และคลุมด้วยหนังอย่างดีอีกชั้นหนึ่ง15 “เจ้าจงทำกรอบไม้สำหรับพลับพลานั้นจากไม้กระถินเทศที่ตั้งตรง16 กรอบไม้นั้นให้ยาว 4 เมตร กว้าง 66 เซนติเมตร17 ให้กรอบไม้แต่ละอันมีสองเดือยเพื่อให้ยึดติดกันและกัน และเจ้าจงทำกรอบไม้ทุกอันของพลับพลาอย่างนั้น18 เจ้าจงทำกรอบไม้สำหรับพลับพลาดังนี้ ด้านใต้ให้ทำยี่สิบอัน19 จงทำฐานรองรับเดือยด้วยเงินจำนวนสี่สิบฐานใต้กรอบไม้ยี่สิบอัน ใต้กรอบไม้อันหนึ่งให้มีฐานรองรับเดือยสองฐาน สำหรับสวมเดือยสองอัน20 ด้านที่สองของพลับพลาข้างทิศเหนือนั้น ให้ใช้กรอบไม้ยี่สิบอัน21 และฐานเงินรองรับเดือยสี่สิบฐาน ใต้กรอบไม้แต่ละอันจะมีฐานรองรับเดือยสองฐาน22 ส่วนด้านหลังของพลับพลาข้างทิศตะวันตก เจ้าจงทำกรอบไม้หกอัน23 และทำอีกสองอันสำหรับมุมพลับพลาด้านหลัง24 ข้างล่างของกรอบให้จับเป็นคู่ๆ โดยตอนบนยอดให้ติดกันที่ห่วงแรก ทั้งสองแห่งให้ทำเช่นเดียวกัน ก็จะทำให้เกิดมุมสองมุม25 ดังนั้นจะมีกรอบไม้แปดอันพร้อมกับฐานเงินรองรับเดือยสิบหกฐาน ใต้กรอบไม้แต่ละอันมีฐานรองรับอยู่สองฐาน26 “เจ้าจงทำกลอนห้าอันจากไม้กระถินเทศสำหรับกรอบไม้ฝาพลับพลาด้านหนึ่ง27 และอีกห้าอันสำหรับกรอบไม้ฝาพลับพลาอีกด้านหนึ่ง และสุดท้ายอีกห้าอันสำหรับกรอบไม้ฝาพลับพลาด้านหลัง คือด้านตะวันตก28 กลอนอันกลางซึ่งอยู่ตอนกลางของกรอบไม้นั้นให้ร้อยติดกันจากปลายด้านหนึ่งถึงปลายอีกด้านหนึ่ง29 เจ้าจงหุ้มกรอบไม้เหล่านั้นด้วยทองคำ และทำห่วงทองคำสำหรับร้อยกลอน และเจ้าจงหุ้มกลอนเหล่านั้นด้วยทองคำ30 และเจ้าจงตั้งพลับพลานั้นตามรูปแบบที่เราแจ้งแก่เจ้าแล้วบนภูเขา31 “จงทำม่านผืนหนึ่ง ทอด้วยด้ายสีฟ้า สีม่วง สีแดงเข้ม และด้วยผ้าป่านเนื้อดี เจ้าจงปักภาพเครูบที่ออกแบบไว้ที่ม่านนั้น32 และเจ้าจงแขวนม่านนั้นด้วยขอทองคำไว้ที่เสาไม้กระถินเทศสี่เสาที่หุ้มด้วยทองคำ และที่ตั้งอยู่บนฐานเงินสี่ฐาน33 และเจ้าจงแขวนม่านนั้นไว้กับขอสำหรับเกี่ยวม่าน แล้วเอาหีบแห่งสักขีพยานเข้ามาไว้ข้างในหลังม่าน และม่านนั้นจะแบ่งพลับพลาเป็นสองส่วนคือ วิสุทธิสถานกับอภิสุทธิสถาน34 และเจ้าจงตั้งพระที่นั่งกรุณานั้นไว้บนหีบแห่งสักขีพยานในอภิสุทธิสถาน35 และเจ้าจงตั้งโต๊ะขนมปังเฉพาะพระพักตร์ไว้ข้างนอกม่าน และจงตั้งคันประทีปไว้ตรงข้ามกับโต๊ะนั้นทางด้านใต้ของพลับพลา เจ้าจงตั้งโต๊ะไว้ทางด้านเหนือ36 “เจ้าจงทำม่านบังตาที่ประตูเต็นท์นั้นด้วยด้ายสีฟ้า สีม่วง สีแดงเข้ม และด้วยผ้าป่านเนื้อดี ตกแต่งด้วยงานปัก37 และจงทำเสาห้าต้นจากไม้กระถินเทศสำหรับติดม่านบังตาที่ประตู แล้วจงหุ้มเสาเหล่านั้นด้วยทองคำ ส่วนขอสำหรับแขวนที่เสานั้นๆ จงทำด้วยทองคำ แล้วจงหล่อฐานทองสัมฤทธิ์ห้าฐานสำหรับรองรับเสานั้น Exodus 271 “เจ้าจงทำแท่นบูชาจากไม้กระถินเทศยาว 2.2 เมตร กว้าง 2.2 เมตร ให้เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสสูง 1.3 เมตร2 จงทำเชิงงอนสี่มุมบนแท่นให้เป็นเนื้อเดียวกับแท่น และจงหุ้มแท่นด้วยทองสัมฤทธิ์3 เจ้าจงทำหม้อสำหรับใส่ขี้เถ้า จงทำพลั่ว อ่าง สามง่ามและถาดรองไฟ คือเครื่องใช้ทุกอย่างสำหรับแท่น เจ้าจงทำด้วยทองสัมฤทธิ์4 แล้วเจ้าจงทำตะแกรงทองสัมฤทธิ์สำหรับแท่นนั้น และทำห่วงทองสัมฤทธิ์ติดทั้งสี่มุมของตะแกรงนั้น5 และเจ้าจงให้ตะแกรงนั้นอยู่ใต้ขอบใน รอบแท่นบูชา และให้ยื่นลงมาจนถึงประมาณกึ่งกลางของแท่น6 และเจ้าจงทำไม้คานสำหรับหามแท่นบูชาจากไม้กระถินเทศ และหุ้มด้วยทองสัมฤทธิ์7 ไม้คานนั้นให้สอดในห่วง เพื่อไม้คานจะอยู่ข้างแท่นบูชาข้างละอันเวลาหาม8 จงทำแท่นนั้นด้วยไม้กระดานแต่ข้างในแท่นให้กลวงตามแบบที่แจ้งแก่เจ้าแล้วที่ภูเขา จงให้พวกเขาทำอย่างนั้น9 “เจ้าจงสร้างลานพลับพลา โดยด้านใต้มีผ้าบังทำด้วยผ้าป่านเนื้อดียาว 44 เมตร10 ให้มีเสายี่สิบต้นกับฐานทองสัมฤทธิ์รองรับเสายี่สิบฐาน ส่วนขอติดเสาและราวยึดเสานั้น ให้ทำด้วยเงิน11 ทำนองเดียวกัน ด้านเหนือให้มีผ้าบังยาว 44 เมตร กับเสายี่สิบต้น และฐานทองสัมฤทธิ์ยี่สิบฐาน ขอและราวยึดเสานั้นให้ทำด้วยเงิน12 ตามส่วนกว้างของลานด้านตะวันตก ให้มีผ้าบังยาว 22 เมตร กับเสาสิบต้น และฐานรองรับเสาสิบฐาน13 ส่วนกว้างของลานด้านตะวันออก ให้ยาว 22 เมตร14 ผ้าบังด้านริมประตูข้างหนึ่งให้ยาว 6.6 เมตร มีเสาสามต้น และฐานรองรับเสาสามฐาน15 อีกข้างหนึ่งให้มีผ้าบังยาว 6.6 เมตร มีเสาสามต้น และฐานรองรับเสาสามฐาน16 ให้มีม่านบังตาที่ประตูของลานยาว 9 เมตร ทำด้วยด้ายสีฟ้า สีม่วง สีแดงเข้ม และผ้าป่านเนื้อดี ตกแต่งด้วยงานปัก กับเสาสี่ต้นและฐานรองรับเสาสี่ฐาน17 เสาทั้งหมดที่ล้อมรอบลานนั้น ให้มีราวทำด้วยเงินสำหรับยึดเสาให้ติดต่อกัน และให้ทำขอติดเสาสำหรับยึดผ้าบังด้วยเงิน ส่วนฐานรองรับเสานั้นทำด้วยทองสัมฤทธิ์18 ความยาวของลานนั้นเท่ากับ 44 เมตร ความกว้าง 22 เมตร ความสูง 2.2 เมตร กั้นด้วยผ้าป่านเนื้อดี และมีฐานทองสัมฤทธิ์19 เครื่องใช้ไม้สอยทุกชิ้นของพลับพลาพร้อมทั้งหลักหมุดทุกตัวของพลับพลา และหลักหมุดทุกตัวของลานพลับพลานั้น ให้ทำด้วยทองสัมฤทธิ์20 “เจ้าจงสั่งชนชาติอิสราเอลให้นำน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ที่สกัดไว้นั้นมาเพื่อให้ความสว่างเพื่อจะให้ตะเกียงนั้นส่องสว่างอยู่เสมอ21 ในเต็นท์นัดพบข้างนอกม่านซึ่งอยู่หน้าหีบแห่งสักขีพยาน ให้อาโรนและบุตรของอาโรนดูแลรักษาตะเกียงนั้นอยู่เฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์ตั้งแต่เวลาพลบค่ำจนรุ่งเช้า ให้เป็นกฎเกณฑ์เนืองนิตย์ที่ชนชาติอิสราเอลต้องปฏิบัติตลอดชาติพันธุ์ของเขา | |








