Stewardship
A lady holding a plate of money and tithe offerings for the Lord. We are all God's stewards, entrusted by Him with time, opportunities, abilities and possessions.
| คําสําคัญ | การดูแล การเสนอ ที่สิบ พระพร ฟรีวิลล์ สิบ ใจกว้าง |
|---|---|
| Secondary Keywords | กตัญญู กลับ การสนับสนุน คนที่มอบให้ ร่าเริง เงิน |
| Scriptures | 1 Chronicles 29:14 1 Corinthians 9:9-14 2 Corinthians 8:1-15 Genesis 1:26-28 Haggai 1:3-11 Malachi 3:8-12 Mathew 23:23 Romans 15:26-27 1 Chronicles 2914 “แต่ข้าพระองค์เป็นใคร? และชนชาติของข้าพระองค์เป็นใคร ที่ข้าพระองค์ทั้งหลายจะสามารถถวายแด่พระองค์ด้วยความเต็มใจเช่นนี้? เพราะว่าสิ่งของทุกอย่างมาจากพระองค์ ข้าพระองค์ทั้งหลายได้ถวายของที่มาจากพระองค์แด่พระองค์ 1 Corinthians 99 เพราะว่าในธรรมบัญญัติของโมเสสมีเขียนไว้ว่า “อย่าเอาตะกร้อครอบปากวัวเมื่อมันกำลังนวดข้าวอยู่” พระเจ้าทรงเป็นห่วงวัวหรือ? 10 พระองค์ตรัสเพื่อเราโดยเฉพาะไม่ใช่หรือ? ข้อความนั้นเขียนไว้เพื่อเรา แสดงว่าคนที่ไถนาสมควรจะไถด้วยความหวัง และคนที่นวดข้าวก็สมควรจะนวดด้วยความหวังว่าจะได้รับประโยชน์ 11 ถ้าเราหว่านปัจจัยฝ่ายจิตวิญญาณให้แก่พวกท่าน แล้วจะมากไปหรือที่เราจะเกี่ยวปัจจัยฝ่ายกายจากท่าน 12 ถ้าคนอื่นมีสิทธิ์ได้รับประโยชน์จากท่านทั้งหลาย เราก็มีสิทธิ์ยิ่งกว่านั้นอีกไม่ใช่หรือ? แต่ถึงกระนั้น เราก็ไม่ได้ใช้สิทธิ์นี้เลย แต่เรายอมทนทุกอย่างเพื่อเราจะไม่วางสิ่งกีดขวางใดๆ ต่อข่าวประเสริฐของพระคริสต์ 13 ท่านรู้แล้วไม่ใช่หรือว่าพวกที่ทำงานต่างๆ ของพระวิหารก็กินอาหารของพระวิหาร และพวกรับใช้ที่แท่นบูชาก็รับส่วนแบ่งจากเครื่องบูชานั้น 14 ทำนองเดียวกัน องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงสั่งไว้ว่า คนที่ประกาศข่าวประเสริฐควรได้รับการเลี้ยงชีพด้วยข่าวประเสริฐ 2 Corinthians 81 พี่น้องทั้งหลาย เราอยากให้ท่านรู้ถึงพระคุณของพระเจ้าที่พระองค์ประทานแก่คริสตจักรต่างๆ ในแคว้นมาซิโดเนีย 2 เพราะในขณะที่พวกเขาเผชิญการทดสอบมากมายจากความยากลำบากนั้น ความยินดีที่เต็มล้นและความยากจนอย่างที่สุดของพวกเขาได้ล้นออกมาเป็นใจกว้างขวางยิ่ง 3 เพราะข้าพเจ้าเป็นพยานได้ว่าพวกเขาถวายตามความสามารถ ที่จริงก็เกินความสามารถ และทำด้วยความสมัครใจ 4 พวกเขาวิงวอนเราอย่างมาก ขอร้องให้มีส่วนในคุณความดีในการช่วยเหลือธรรมิกชนด้วย 5 และไม่เหมือนที่เราคาดหมายไว้ แต่พวกเขาถวายตัวเองแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าก่อน แล้วจึงมอบตัวให้กับเราตามพระประสงค์ของพระเจ้า 6 เพราะเหตุนี้ เราจึงขอร้องทิตัสให้ไปช่วยพวกท่านในการทำคุณความดีนี้จนสำเร็จเช่นเดียวกับที่เขาเริ่มต้นไว้ 7 ดังนั้นเมื่อพวกท่านมีทุกสิ่งอย่างเหลือล้น คือความเชื่อ ฝีปาก ความรู้ ความกระตือรือร้น และความรักที่เรามีต่อพวกท่าน ท่านทั้งหลายก็จงมีคุณความดีนี้อย่างเหลือล้นด้วย 8 ข้าพเจ้าไม่ได้พูดเป็นคำสั่ง แต่นำเรื่องความกระตือรือร้นของคนอื่นๆ มาทดสอบความรักของท่านทั้งหลายว่ามีความจริงใจหรือไม่ 9 เพราะว่าท่านทั้งหลายรู้จักพระคุณของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราแล้วว่า แม้พระองค์ทรงมั่งคั่ง ก็ยังทรงยอมเป็นคนยากจนเพราะเห็นแก่ท่านทั้งหลาย เพื่อท่านทั้งหลายจะได้เป็นคนมั่งคั่ง เนื่องจากความยากจนของพระองค์ 10 และข้าพเจ้าขอออกความเห็นในเรื่องนี้ว่า เมื่อปีกลายนี้ พวกท่านไม่เพียงเป็นพวกแรกที่ลงมือทำ แต่ยังเป็นพวกแรกที่มีความปรารถนาจะทำด้วย 11 บัดนี้พวกท่านก็ควรจะทำเสียให้เสร็จ เพื่อว่าความกระตือรือร้นที่ปรารถนาจะทำเป็นอย่างไร การทำให้เสร็จตามความสามารถที่มีอยู่ก็จะเป็นอย่างนั้น 12 เพราะว่าถ้ามีความกระตือรือร้นอยู่แล้ว พระเจ้าก็จะทรงรับตามที่เขามีอยู่ ไม่ใช่ตามที่เขาไม่มี 13 ข้าพเจ้าไม่ได้หมายความจะให้งานของคนอื่นเบาลง และของพวกท่านหนักขึ้น แต่เป็นเรื่องของความเสมอภาค 14 คือที่พวกท่านมีอยู่อย่างเหลือล้นในเวลานี้ ก็เพื่อช่วยเขาทั้งหลายที่ขัดสน และในยามที่เขาทั้งหลายมีอย่างเหลือล้น เขาก็จะได้ช่วยพวกท่านเมื่อขัดสน ซึ่งจะทำให้มีความเสมอภาคกัน 15 ตามที่เขียนไว้ว่า “คนที่เก็บได้มากนั้น ไม่มีเหลือ และคนที่เก็บได้น้อยก็ไม่ขาด” Genesis 126 แล้วพระเจ้าตรัสว่า “ให้เราสร้างมนุษย์ตามฉายาของเรา ตามอย่างของเรา ให้ครอบครองฝูงปลาในทะเล ฝูงนกในท้องฟ้าและฝูงสัตว์ใช้งาน ให้ปกครองแผ่นดินโลกทั้งหมด และสัตว์เลื้อยคลานทุกชนิดบนแผ่นดินทั้งหมด” 27 พระเจ้าจึงทรงสร้างมนุษย์ขึ้นตามพระฉายาของพระองค์ ตามพระฉายาของพระเจ้านั้น พระองค์ทรงสร้างมนุษย์ขึ้น และทรงสร้างให้เป็นชายและหญิง 28 พระเจ้าทรงอวยพรพวกเขา ตรัสกับพวกเขาว่า “จงมีลูกดกทวีมากขึ้นจนเต็มแผ่นดิน จงมีอำนาจเหนือแผ่นดิน จงครอบครองฝูงปลาในทะเล และฝูงนกในท้องฟ้า กับสัตว์ที่เคลื่อนไหวบนแผ่นดินทั้งหมด” Haggai 13 แล้วพระวจนะของพระยาห์เวห์จึงมาโดยผู้เผยพระวจนะฮักกัย ว่า 4 “นี่เป็นเวลาที่พวกเจ้าเองอาศัยอยู่ในบ้านที่มีไม้บุ แต่พระนิเวศนี้ถูกทิ้งให้พังทลายหรือ? 5 เพราะฉะนั้นบัดนี้พระยาห์เวห์จอมทัพจึงตรัสว่า จงพิจารณาความเป็นอยู่ของพวกเจ้า 6 พวกเจ้าหว่านมาก แต่เก็บเกี่ยวน้อย พวกเจ้ารับประทาน แต่ไม่เคยอิ่ม พวกเจ้าดื่ม แต่ก็ไม่หยุดกระหาย พวกเจ้านุ่งห่ม แต่ก็ไม่อบอุ่น คนที่ได้ค่าจ้าง ก็ได้ค่าจ้างมาใส่ถุงที่มีรูรั่ว 7 “พระยาห์เวห์จอมทัพตรัสดังนี้ว่า จงพิจารณาดูความเป็นอยู่ของพวกเจ้า 8 พระยาห์เวห์ตรัสว่า จงขึ้นไปบนเนินเขาและนำไม้มาสร้างพระนิเวศ แล้วเราจะมีความพอใจในพระนิเวศนั้น และเราจะได้รับเกียรติ 9 เจ้าทั้งหลายคาดหวังมาก แต่ดูซิกลับได้น้อย และเมื่อพวกเจ้านำผลมาที่บ้าน เราก็เป่ามันไปเสีย เพราะเหตุใด? พระยาห์เวห์จอมทัพตรัสว่า ก็เพราะนิเวศของเราพังทลายอยู่ ส่วนพวกเจ้าต่างก็ยุ่งอยู่กับเรื่องบ้านของตัวเอง 10 เพราะฉะนั้น ท้องฟ้าที่อยู่เหนือพวกเจ้าจึงระงับน้ำค้างไว้ และแผ่นดินก็ระงับพืชผลของมันเสีย 11 และเราก็เรียกความแห้งแล้งมาสู่แผ่นดินและเนินเขาต่างๆ มาสู่ข้าว เหล้าองุ่นใหม่และน้ำมัน มาสู่ผลผลิตต่างๆ ที่มาจากพื้นดิน มาสู่มนุษย์และสัตว์เลี้ยง และมาสู่ผลงานทั้งหมดที่ทำจากมือ” Malachi 38 “มนุษย์จะฉ้อโกงพระเจ้าหรือ? ที่จริงเจ้าทั้งหลายได้ฉ้อโกงเรา แต่เจ้ากล่าวว่า ‘พวกเราฉ้อโกงพระเจ้าอย่างไร?’ ก็ฉ้อโกงในเรื่องทศางค์และเครื่องบูชานั่นซี 9 เจ้าทั้งหลายต้องถูกสาปแช่งด้วยคำสาปแช่ง เพราะเจ้าฉ้อโกงเราทั้งชาติ 10 พระยาห์เวห์จอมทัพตรัสว่า จงนำทศางค์เต็มขนาดมาไว้ในคลัง เพื่อว่าจะมีอาหารในนิเวศของเรา จงลองดูเราในเรื่องนี้ว่า เราจะเปิดหน้าต่างในฟ้าสวรรค์ให้เจ้า และเทพรอย่างล้นไหลมาให้เจ้าหรือไม่ 11 เราจะขจัดพวกตั๊กแตนให้แก่เจ้า เพื่อว่ามันจะไม่ทำลายผลแห่งพื้นดินของเจ้า และผลองุ่นในสวนของเจ้าจะไม่ร่วง พระยาห์เวห์จอมทัพตรัสดังนี้แหละ 12 แล้วประชาชาติทั้งสิ้นจะเรียกเจ้าว่า ‘ผู้ที่ได้รับพระพร’ เพราะว่าแผ่นดินของเจ้าจะเป็นแผ่นดินที่น่าพึงใจ พระยาห์เวห์จอมทัพตรัสดังนี้แหละ 1 Chronicles 2323 The sons of Mushi: Mahli, Eder, and Jeremoth, three. 23 “See therefore and take note of all the lurking places where he hides, and come back to me with sure information. Then I will go with you. And if he is in the land, I will search him out among all the thousands of Judah.” 23 But in the eighteenth year of King Josiah this Passover was kept to the Lord in Jerusalem. 23 He was renowned among the thirty, but he did not attain to the three. And David set him over his bodyguard. 23 Then he called two of the centurions and said, “Get ready two hundred soldiers, with seventy horsemen and two hundred spearmen to go as far as Caesarea at the third hour of the night. 23 “You shall be careful to do what has passed your lips, for you have voluntarily vowed to the Lord your God what you have promised with your mouth. 23 “When my angel goes before you and brings you to the Amorites and the Hittites and the Perizzites and the Canaanites, the Hivites and the Jebusites, and I blot them out, 23 “the Babylonians and all the Chaldeans, Pekod and Shoa and Koa, and all the Assyrians with them, desirable young men, governors and commanders all of them, officers and men of renown, all of them riding on horses. 23 “Am I a God at hand, declares the Lord, and not a God far away? 23 And the Lord spoke to Moses, saying, 23 But they were urgent, demanding with loud cries that he should be crucified. And their voices prevailed. 23 “Woe to you, scribes and Pharisees, hypocrites! For you tithe mint and dill and cumin, and have neglected the weightier matters of the law: justice and mercy and faithfulness. These you ought to have done, without neglecting the others. 23 “For there is no enchantment against Jacob, no divination against Israel; now it shall be said of Jacob and Israel, ‘What has God wrought!’ 23 Buy truth, and do not sell it; buy wisdom, instruction, and understanding. Romans 1526 เพราะว่าบรรดาคริสตจักรในแคว้นมาซิโดเนียและแคว้นอาคายา ยินดีที่จะเรี่ยไรเงินส่งไปให้แก่ธรรมิกชนที่ยากจนในกรุงเยรูซาเล็ม 27 คริสตจักรเหล่านี้ยินดีจะทำเช่นนี้ ที่จริงพวกเขาก็เป็นหนี้ธรรมิกชนเหล่านั้นด้วย เพราะเมื่อคนต่างชาติเข้าส่วนกับชาวเยรูซาเล็มในของประทานฝ่ายวิญญาณจิต ก็เป็นการสมควรที่พวกเขาจะได้ปรนนิบัติชาวเยรูซาเล็มด้วยสิ่งของฝ่ายเนื้อหนัง |