ขอบคุณ พระเจ้า สําหรับ ความ ช่วย เหลือ ของ พระองค์
| Secondary Keywords | กฎหมาย ขอบคุณ ช่วยเหลือ พระเจ้า พินัยกรรม หลบหนี อพยพ อียิปต์ ฮีบรู เก่า แหล่งกำเนิด |
|---|---|
| Scriptures | Exodus 121 พระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสและอาโรนในแผ่นดินอียิปต์ว่า 2 “ให้เดือนนี้เป็นเดือนเริ่มต้นสำหรับพวกเจ้า ให้เป็นเดือนแรกในปีสำหรับพวกเจ้า 3 จงสั่งชุมนุมชนอิสราเอลทั้งสิ้นว่า ในวันที่สิบเดือนนี้ ให้แต่ละคนเตรียมลูกแกะตัวหนึ่งให้ตนเองตามสกุล บ้านละหนึ่งตัว 4 ถ้าครอบครัวไหนมีคนน้อยและกินลูกแกะตัวหนึ่งไม่หมด ก็ให้รวมกับเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงเตรียมลูกแกะตัวหนึ่ง แล้วให้แบ่งลูกแกะนั้นตามจำนวนคนที่จะกินได้ 5 ลูกแกะของเจ้าต้องปราศจากตำหนิ เป็นตัวผู้อายุหนึ่งปี เจ้าจงเอามาจากฝูงแกะหรือฝูงแพะ 6 จงเก็บไว้ให้ดีถึงวันที่สิบสี่เดือนนี้ แล้วในเย็นวันนั้น ให้ที่ประชุมของชุมนุมชนอิสราเอลทั้งหมดฆ่าลูกแกะนั้น 7 แล้วเอาเลือดทาที่วงกบประตูทั้งด้านบนและด้านข้างทั้งสองข้างของบ้านที่พวกเขาเลี้ยงกันนั้นด้วย 8 ในคืนวันนั้นให้พวกเขากินเนื้อปิ้งกับขนมปังไร้เชื้อและผักรสขม 9 อย่ากินเนื้อที่ยังดิบหรือเนื้อต้มเลย แต่จงปิ้งทั้งหัวและขาและเครื่องในด้วย 10 จงกินให้หมดห้ามมีเศษเหลือจนถึงเวลาเช้า แต่ถ้ายังมีเศษเหลือถึงเวลาเช้าก็ให้เผาเสีย 11 เจ้าจงเลี้ยงกันดังนี้คือ ให้คาดเอว สวมรองเท้า และถือไม้เท้าไว้ในมือ และรีบกินโดยเร็ว การเลี้ยงนี้เป็นปัสกาของพระยาห์เวห์ 12 เพราะในคืนวันนั้น เราจะผ่านไปในแผ่นดินอียิปต์ และเราจะประหารลูกหัวปีทั้งหมดในแผ่นดินอียิปต์ทั้งของมนุษย์และของสัตว์ และเราจะพิพากษาลงโทษพระทั้งหมดของอียิปต์ เราคือพระยาห์เวห์ 13 แต่เลือดตามบ้านที่เจ้าทั้งหลายอยู่นั้น จะเป็นหมายสำคัญสำหรับพวกเจ้า เมื่อเราเห็นเลือดนั้น เราจะผ่านเว้นพวกเจ้าไป จะไม่มีภัยพิบัติเกิดแก่พวกเจ้า ขณะที่เราโจมตีแผ่นดินอียิปต์ 14 “วันนี้จะเป็นวันที่ระลึกสำหรับพวกเจ้า ให้เจ้าทั้งหลายฉลองเป็นเทศกาลเลี้ยงถวายเกียรติพระยาห์เวห์ชั่วชาติพันธุ์ของพวกเจ้า พวกเจ้าจงฉลองเทศกาลเลี้ยงนี้และถือเป็นกฎถาวร 15 พวกเจ้าจงกินขนมปังไร้เชื้อให้ครบเจ็ดวัน วันแรกจงขจัดเชื้อให้สิ้นจากบ้านของพวกเจ้า ถ้าผู้ใดกินขนมปังใส่เชื้อตั้งแต่วันแรกจนถึงวันที่เจ็ด จะต้องถูกตัดออกจากการเป็นคนอิสราเอล 16 ในวันแรกนั้นให้มีการประชุมบริสุทธิ์ และในวันที่เจ็ดก็ให้มีการประชุมบริสุทธิ์ ห้ามทำงานใดๆ ในวันแรกและวันที่เจ็ด นอกจากการจัดเตรียมอาหารให้ทุกคนรับประทาน 17 พวกเจ้าจงถือเทศกาลกินขนมปังไร้เชื้อ เพราะในวันนี้เอง เราได้นำไพร่พลของเจ้าออกจากแผ่นดินอียิปต์ เพราะฉะนั้น พวกเจ้าจงถือวันนี้เป็นกฎถาวรชั่วชาติพันธุ์ของเจ้า 18 ในตอนเย็นวันที่สิบสี่เดือนแรก เจ้าทั้งหลายจงกินขนมปังไร้เชื้อจนถึงเวลาเย็นวันที่ยี่สิบเอ็ดของเดือนนั้น 19 ตลอดเจ็ดวันนั้น ห้ามพบเชื้อในบ้านของพวกเจ้า เพราะถ้าผู้ใดที่เป็นคนต่างด้าวก็ดีหรือคนพื้นเมืองก็ดี กินขนมปังใส่เชื้อ ผู้นั้นจะต้องถูกตัดออกจากชุมนุมชนอิสราเอล 20 ห้ามกินสิ่งใดที่ใส่เชื้อในที่อาศัยของพวกเจ้า เจ้าจงกินแต่ขนมปังไร้เชื้อเท่านั้น” 21 แล้วโมเสสเรียกพวกผู้ใหญ่ของคนอิสราเอลมาพร้อมกัน สั่งว่า “จงไปเอาลูกแกะสำหรับครอบครัวของพวกท่านมาฆ่าเป็นลูกแกะปัสกา 22 และเอาต้นหุสบกำหนึ่งจุ่มลงในเลือดที่อยู่ในอ่าง แล้วป้ายเลือดนั้นที่วงกบประตูทั้งด้านบนและด้านข้างทั้งสองข้าง ห้ามผู้ใดออกไปพ้นประตูบ้านของตนจนถึงรุ่งเช้า 23 เพราะพระยาห์เวห์จะเสด็จผ่านไปเพื่อจะประหารคนอียิปต์ เมื่อพระองค์ทอดพระเนตรเห็นเลือดที่วงกบประตูทั้งด้านบนและด้านข้างทั้งสองข้าง พระยาห์เวห์จะทรงผ่านเว้นประตูนั้น และจะไม่ทรงให้ผู้สังหารเข้าไปในบ้านพวกท่านเพื่อจะประหารท่าน 24 ท่านทั้งหลายจงถือคำสั่งนี้ให้เป็นกฎถาวรของพวกท่านและของลูกหลานพวกท่าน 25 เมื่อพวกท่านไปถึงแผ่นดินซึ่งพระยาห์เวห์จะประทานแก่พวกท่านตามที่ตรัสไว้แล้ว พวกท่านจงถือพิธีนี้ไว้ 26 เมื่อลูกหลานของพวกท่านถามว่า ‘พิธีนี้หมายความว่าอะไร?’ 27 พวกท่านจงตอบว่า ‘เป็นการถวายสัตวบูชาปัสกาแด่พระยาห์เวห์ผู้ทรงผ่านเว้นบ้านของชนชาติอิสราเอลในอียิปต์ เมื่อพระองค์ทรงประหารคนอียิปต์ แต่โปรดไว้ชีวิตครอบครัวของพวกเรา’ ” ประชากรก็กราบลงนมัสการ 28 แล้วชนชาติอิสราเอลก็ไปทำตามที่พระยาห์เวห์ทรงบัญชากับโมเสสและอาโรน 29 ในเวลาเที่ยงคืน พระยาห์เวห์ทรงประหารบุตรหัวปีทุกคนในแผ่นดินอียิปต์ ตั้งแต่พระราชบุตรหัวปีของฟาโรห์ผู้ประทับบนบัลลังก์ จนถึงบุตรหัวปีของนักโทษที่อยู่ในคุกมืด ทั้งลูกหัวปีของสัตว์เลี้ยงทุกตัว 30 ฟาโรห์กับพวกข้าราชการ และคนอียิปต์ทั้งหมดตื่นขึ้นในตอนกลางคืน มีเสียงร้องไห้คร่ำครวญดังมากในอียิปต์ เพราะไม่มีบ้านไหนเลยที่ไม่มีคนตาย 31 ฟาโรห์จึงตรัสเรียกโมเสสกับอาโรนให้มาเข้าเฝ้าในคืนนั้น ตรัสว่า “เจ้าทั้งสองกับชนชาติอิสราเอล จงลุกขึ้นและออกไปจากประชากรของเรา ไปนมัสการพระยาห์เวห์ตามที่ขอไว้นั้น 32 เอาฝูงแพะแกะและฝูงโคของพวกเจ้าไปด้วยตามที่ขอไว้แล้ว จงไป และอวยพรเราด้วย” 33 คนอียิปต์ก็เร่งรัดให้ชนชาตินั้นออกจากแผ่นดินโดยเร็ว เพราะพวกเขาพูดว่า “พวกเราจะตายกันหมดแล้ว” 34 คนอิสราเอลเอาก้อนแป้งดิบที่ไม่ได้ใส่เชื้อกับอ่างขยำแป้ง ห่อผ้าใส่บ่าแบกไป 35 ชนชาติอิสราเอลทำตามที่โมเสสสั่งไว้ คือขอเครื่องเงิน เครื่องทอง และเครื่องนุ่งห่มจากคนอียิปต์ 36 และพระยาห์เวห์ทรงบันดาลให้ประชากรเป็นที่โปรดปรานในสายตาของคนอียิปต์ คนอียิปต์จึงให้สิ่งของตามที่ขอ ดังนั้นคนอิสราเอลจึงริบเอาสิ่งของต่างๆ จากคนอียิปต์ 37 ชนชาติอิสราเอลออกจากเมืองราเมเสสไปถึงเมืองสุคคท นับเฉพาะผู้ชายเดินเท้าได้ประมาณ 600,000 คน ไม่รวมเด็ก 38 มีคนชาติอื่นจำนวนมากติดตามไปด้วย พร้อมทั้งฝูงปศุสัตว์มหาศาล คือฝูงแพะแกะและฝูงโค 39 พวกเขาเอาก้อนแป้งดิบซึ่งนำมาจากอียิปต์ปิ้งเป็นแผ่นขนมปังไร้เชื้อ เหตุที่เขาไม่ใส่เชื้อก็เพราะถูกเร่งรัดให้ออกจากอียิปต์ จึงไม่ทันเตรียมเสบียง 40 ชนชาติอิสราเอลอยู่ในอียิปต์เป็นเวลา 430 ปี 41 เมื่อครบ 430 ปีแล้ว ในวันนั้นเอง ประชากรทั้งหมดของพระยาห์เวห์ก็เคลื่อนออกจากแผ่นดินอียิปต์ 42 คืนวันนั้นเป็นคืนของพระยาห์เวห์ที่ทรงเฝ้าดู เพื่อนำพวกเขาออกจากแผ่นดินอียิปต์ และเป็นคืนที่ชนชาติอิสราเอลทั้งสิ้นถือเป็นที่ระลึกถึงพระยาห์เวห์ตลอดชั่วชาติพันธุ์ของพวกเขา 43 พระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสและอาโรนว่า “กฎเกณฑ์พิธีปัสกาเป็นดังนี้ คือห้ามคนต่างชาติกิน 44 ส่วนทาสซึ่งนายเอาเงินซื้อมา เมื่อให้ทาสนั้นเข้าสุหนัตแล้วก็ให้เขากินได้ 45 ส่วนคนอาศัยหรือลูกจ้างห้ามกิน 46 ปัสกานั้นให้กินแต่ในบ้าน ห้ามเอาเนื้อไปนอกบ้าน และห้ามหักกระดูกของมัน 47 ให้ชุมนุมชนอิสราเอลทั้งสิ้นปฏิบัติตามพิธีนี้ 48 ถ้ามีคนต่างด้าวมาอาศัยอยู่กับเจ้า และต้องการจะปฏิบัติตามพิธีปัสกาถวายพระยาห์เวห์ ก็ให้ชายพวกนั้นทุกคนเข้าสุหนัตก่อนแล้วจึงให้เขามาใกล้และปฏิบัติตามพิธีนั้นได้ เขาจะเป็นเหมือนคนที่เกิดในแผ่นดินนั้น แต่ทุกคนที่ไม่ได้เข้าสุหนัต จะกินปัสกาไม่ได้ 49 บทบัญญัติสำหรับคนพื้นเมืองและคนต่างด้าวซึ่งอาศัยอยู่ท่ามกลางพวกเจ้าจะต้องเป็นอย่างเดียวกัน” 50 ชนชาติอิสราเอลทั้งสิ้นก็ปฏิบัติตามที่พระยาห์เวห์มีรับสั่งแก่โมเสสและอาโรน 51 ในวันนั้นเองพระยาห์เวห์ทรงนำชนชาติอิสราเอลออกจากแผ่นดินอียิปต์โดยแยกเป็นขบวนๆ Exodus 1415 พระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า “ทำไมเจ้าจึงมาร้องทุกข์ต่อเรา? จงสั่งชนชาติอิสราเอลให้เดินหน้าต่อไป Exodus 151 ขณะนั้นโมเสสกับชนชาติอิสราเอลร้องเพลงบทนี้ถวายพระยาห์เวห์ว่า “ข้าพระองค์จะร้องเพลงถวายพระยาห์เวห์ เพราะพระองค์ทรงได้ชัยชนะอย่างใหญ่หลวง พระองค์ทรงกวาดม้าและพลม้าลงในทะเล 2 พระยาห์เวห์ทรงเป็นกำลังและบทเพลงของข้าพระองค์ พระองค์ทรงเป็นความรอดของข้าพระองค์ พระองค์นี่แหละเป็นพระเจ้าของข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะสรรเสริญพระองค์ พระเจ้าแห่งบิดาของข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะยกย่องพระองค์ 3 พระยาห์เวห์ทรงเป็นนักรบ ยาห์เวห์คือพระนามของพระองค์ 4 “พระองค์ทรงเหวี่ยงรถรบและกองกำลังของฟาโรห์ลงทะเล นายทหารชั้นยอดของฟาโรห์ก็จมในทะเลแดง 5 น้ำท่วมพวกเขามิด พวกเขาจมลงเหมือนก้อนหินในทะเลลึก 6 ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระหัตถ์ขวาของพระองค์ทรงอานุภาพยิ่ง ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระหัตถ์ขวาของพระองค์ทรงบดขยี้ศัตรู 7 ด้วยเดชานุภาพอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ พระองค์ทรงคว่ำปฏิปักษ์ของพระองค์เสีย พระองค์ทรงส่งพระพิโรธของพระองค์เผาผลาญพวกเขาเสียอย่างเผาตอข้าว 8 โดยลมที่ระบายจากช่องพระนาสิกน้ำก็รวมตัวเป็นกองสูงขึ้น น้ำท่วมก็ตั้งสูงขึ้นดังกำแพง ที่ลึกในใจกลางท้องทะเลก็แข็งตัว 9 ข้าศึกกล่าวว่า ‘ข้าจะติดตาม ข้าจะไล่ให้ทัน ข้าจะแบ่งของริบกัน ข้าจะพอใจที่ได้ทำกับพวกเขาสมดังใจ ข้าจะชักดาบออก มือข้าจะทำลายพวกเขาเสีย’ 10 พระองค์ทรงบันดาลให้ลมพัดมา น้ำทะเลก็ท่วมพวกเขามิด พวกเขาจมลงเหมือนตะกั่วในกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวนั้น 11 “ข้าแต่พระยาห์เวห์ ในบรรดาพระต่างๆ องค์ไหนจะเป็นเหมือนพระองค์เล่า? องค์ไหนจะเหมือนพระองค์ผู้ทรงงามสง่าในความบริสุทธิ์ และน่าเกรงขามด้วยพระสิริและทรงทำการอัศจรรย์? 12 พระองค์เหยียดพระหัตถ์ขวาออก แผ่นดินก็กลืนพวกเขาเสีย 13 “ด้วยความรักมั่นคง พระองค์ทรงนำชนชาติซึ่งทรงไถ่ไว้ ด้วยพระเดชานุภาพ พระองค์ทรงพาพวกเขามาถึงที่สถิตอันบริสุทธิ์ของพระองค์ 14 ชนชาติทั้งหลายได้ยินแล้ว ก็พากันสะทกสะท้าน คนฟีลิสเตียรู้สึกปวดร้าว 15 ครั้งนั้นพวกเจ้านายแห่งเอโดมก็พากันหวาดผวา และพวกผู้นำแห่งโมอับก็ตัวสั่น คนคานาอันทั้งปวงก็ระส่ำระสายไป 16 ความรู้สึกสยดสยองและความตกใจกลัวอุบัติขึ้นในใจของพวกเขา เนื่องด้วยฤทธานุภาพแห่งพระกรของพระองค์ พวกเขาหยุดนิ่งอยู่เหมือนก้อนหิน ข้าแต่พระยาห์เวห์ จนประชากรของพระองค์ผ่านพ้นไป จนชนชาติซึ่งพระองค์ทรงซื้อไว้แล้วผ่านไป 17 พระองค์ทรงนำพวกเขาเข้ามา และให้เขาตั้งหลักแหล่งบนภูเขาของพระองค์ ข้าแต่พระยาห์เวห์ เป็นสถานที่ซึ่งพระองค์ทรงสร้างไว้เพื่อเป็นที่ประทับของพระองค์ ข้าแต่องค์เจ้านาย สถานนมัสการซึ่งพระหัตถ์ของพระองค์ทรงสถาปนาไว้ 18 พระยาห์เวห์จะทรงครอบครองอยู่เป็นนิตย์นิรันดร์” 19 เพราะเมื่อกองม้าของฟาโรห์กับรถรบและพลม้าของท่านลงไปในทะเล พระยาห์เวห์ก็ทรงให้น้ำทะเลไหลกลับมาท่วมเสีย แต่ชนชาติอิสราเอลเดินไปบนดินแห้งกลางทะเลนั้น 20 มิเรียมผู้เผยพระวจนะหญิง พี่สาวของอาโรนก็ถือรำมะนา และหญิงทั้งหมดก็ถือรำมะนาเดินตามพร้อมกับเต้นรำไปด้วย 21 มิเรียมจึงร้องตอบพวกเขาว่า “จงร้องเพลงถวายพระยาห์เวห์เถิดเพราะพระองค์ทรงได้ชัยชนะอย่างใหญ่หลวง พระองค์ทรงกวาดม้าและพลม้าลงในทะเล” 22 ต่อมาโมเสสนำพวกอิสราเอลออกจากทะเลแดงไปยังถิ่นทุรกันดารชูร์ พวกเขาเดินไปในถิ่นทุรกันดารสามวันโดยไม่พบน้ำเลย 23 เมื่อมาถึงตำบลมาราห์ พวกเขาก็ดื่มน้ำที่ตำบลมาราห์นั้นไม่ได้ เพราะน้ำขม เพราะฉะนั้นจึงตั้งชื่อว่ามาราห์ 24 ประชาชนก็พากันบ่นต่อว่าโมเสสว่า “เราจะเอาอะไรดื่ม?” 25 โมเสสก็ร้องทูลพระยาห์เวห์ พระยาห์เวห์จึงทรงชี้ให้ท่านเห็นต้นไม้ต้นหนึ่ง เมื่อท่านโยนมันลงน้ำ น้ำก็จืด ณ ที่นั้น พระองค์ประทานกฎเกณฑ์และกฎหมายไว้ อีกทั้งทรงลองใจพวกเขา 26 พระองค์ตรัสว่า “ถ้าเจ้าใส่ใจฟังพระสุรเสียงของพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า และทำสิ่งที่ถูกต้องในสายพระเนตรของพระองค์ อีกทั้งเงี่ยหูฟังพระบัญญัติของพระองค์ และรักษากฎเกณฑ์ของพระองค์ทุกประการแล้ว โรคต่างๆ ซึ่งเราบันดาลให้เกิดแก่คนอียิปต์นั้น เราจะไม่ให้เกิดขึ้นกับเจ้าเลย เพราะเราคือยาห์เวห์แพทย์ของเจ้า” 27 พวกเขามาถึงเอลิม ที่มีบ่อน้ำพุสิบสองบ่อ มีต้นอินทผลัมเจ็ดสิบต้น พวกเขาจึงตั้งค่ายใกล้บ่อน้ำนั้น Genesis 41 ฝ่ายชายนั้นมีเพศสัมพันธ์กับเอวาภรรยาของเขา นางก็ตั้งครรภ์และให้กำเนิดบุตรชื่อคาอิน นางจึงกล่าวว่า “ฉันได้รับผู้ชายคนหนึ่งด้วยความช่วยเหลือของพระยาห์เวห์” 2 ต่อมานางก็ให้กำเนิดน้องชายของเขาชื่ออาเบล อาเบลเป็นคนเลี้ยงแกะ ส่วนคาอินเป็นคนเพาะปลูก 3 อยู่มาวันหนึ่งคาอินนำพืชผลจากผืนดินมาเป็นของถวายแด่พระยาห์เวห์ 4 ส่วนอาเบลก็นำแกะหัวปีจากฝูงและไขมันของแกะมาถวาย พระยาห์เวห์พอพระทัยอาเบลและของถวายของเขา 5 แต่คาอินกับของถวายของเขานั้น พระองค์ไม่พอพระทัย คาอินก็โกรธยิ่งนัก ก้มหน้าลง 6 พระยาห์เวห์จึงตรัสถามคาอินว่า “ทำไมเจ้าโกรธ? ทำไมหน้าเจ้าบูดบึ้ง? 7 ถ้าเจ้าทำดี เจ้าก็จะเป็นที่ยอมรับไม่ใช่หรือ? ถ้าเจ้าทำไม่ดี บาปก็หมอบอยู่ที่ประตู อยากตะครุบเจ้า เจ้าจะต้องเอาชนะบาปนั้น” 8 ฝ่ายคาอินพูดกับอาเบลน้องชายของเขาว่า “ให้เราไปที่ทุ่งนากันเถอะ” เมื่ออยู่ในทุ่งด้วยกัน คาอินก็โถมเข้าฆ่าอาเบลน้องชายของเขา 9 พระยาห์เวห์ตรัสถามคาอินว่า “อาเบลน้องชายของเจ้าอยู่ที่ไหน?” คาอินจึงทูลว่า “ข้าพระองค์ไม่ทราบ ข้าพระองค์เป็นผู้ดูแลน้องหรือ?” 10 พระองค์ตรัสว่า “เจ้าทำอะไรลงไป? เสียงของโลหิตน้องของเจ้าร้องดังขึ้นมาจากดินถึงเรา 11 บัดนี้ เจ้าจึงถูกสาปจากดินที่อ้าปากรับโลหิตของน้องจากมือเจ้า 12 เมื่อเจ้าเพาะปลูกบนดินจะไม่เกิดผลมาก เจ้าจะต้องหลบหนีและพเนจรไปในโลก” Psalm 1001 แผ่นดินโลกทั้งสิ้นเอ๋ย จงโห่ร้องด้วยความชื่นบานถวายแด่พระยาห์เวห์ 2 จงปรนนิบัติพระยาห์เวห์ด้วยความยินดี จงเข้ามาอยู่เฉพาะพระพักตร์พระองค์ด้วยการร้องเพลง 3 จงรู้เถิดว่า พระยาห์เวห์ทรงเป็นพระเจ้า คือพระองค์เองที่ทรงสร้างเราทั้งหลาย และเราก็เป็นของพระองค์ เราเป็นประชากรของพระองค์ เป็นแกะแห่งทุ่งหญ้าของพระองค์ 4 จงเข้าประตูของพระองค์ด้วยการขอบพระคุณ และเข้าบริเวณพระนิเวศของพระองค์ด้วยการสรรเสริญ จงขอบพระคุณพระองค์ จงถวายสาธุการแด่พระนามของพระองค์ 5 เพราะพระยาห์เวห์ประเสริฐ ความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์ และความซื่อสัตย์ของพระองค์ดำรงอยู่ทุกชั่วชาติพันธุ์ |